เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด•ตอนที่ 15

การผจญภัยเดี่ยว

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นอายความชื้นของโกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยามวิกาลไม่ได้ทำให้สัญชาตญาณนักสืบของรินรดาหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับเร้าให้หัวใจของเธอเต้นเร็วกระชั้นด้วยความตื่นเต้นที่ถูกปลุกเร้า ปลายรองเท้าบูทหนังแท้ก้าวเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตผุกร่อนอย่างเงียบเชียบ มือบางกระชับปืนพกขนาดกะทัดรัดในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่น ดวงตาคู่คมกวาดตามองความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างเหล็กดัดที่ขึ้นสนิม คินคิดว่าการกักขังเธอไว้ในเซฟเฮาส์ด้วยคำสั่งห้ามเด็ดขาดจะหยุดเธอได้งั้นหรือ? ชายหนุ่มคงประเมินความดื้อรั้นของรินรดาต่ำเกินไป... หรือไม่ก็ไม่รู้จักผู้หญิงที่ชื่อรินรดาดีพอ เป้าหมายของเธอคืนนี้คือแฟ้มเอกสารลับที่เชื่อมโยงเส้นทางการเงินของ 'นที' กับเครือข่ายมืด นที นักการเมืองหนุ่มผู้มีรอยยิ้มฉาบยาพิษคือคนที่พยายามปิดปากเธอด้วยวิธีสกปรก และเธอก็ไม่ใช่ประเภทที่จะนั่งรอให้ใครมาเชือดคอถึงเตียงโดยไม่ตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของชั้นสองทำให้รินรดารีบแนบแผ่นหลังบางเข้ากับเสาปูนเปลือย ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างช้าที่สุดเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—นี่ไม่ใช่ยามเฝ้าทั่วไป เสียงฝีเท้าแบบนั้นผ่านการฝึกฝนมาอย่างเป็นระบบ ชัดเจนว่านทีไหวตัวทันและส่งมืออาชีพมาเก็บกวาดหลักฐาน "รู้ตัวว่าเดินมาเหยียบกับดักไหมครับ, คุณนักสืบ?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากด้านหลังเกือบทำให้รินรดาหลุดอุทาน เธอหันขวับพร้อมชี้กระบอกปืนไปในความมืดทันที ทว่าก่อนที่นิ้วเรียจะทันได้เหนี่ยวไก สัมผัสอุ่นจัดของฝ่ามือแข็งแกร่งก็รวบข้อมือเธอไว้แน่น พร้อมกับแรงดึงที่กระชากร่างเธอให้ถอยเข้าไปหลบในซอกมุมอับของเสาต้นใหญ่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างกกหูทำให้รู้ทันทีว่าเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่แนบชิดอยู่ตอนนี้คือใคร "นาย..." รินรดาครางชื่อนั้นลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนตกใจ "คิน! นายตามมาได้ยังไง แล้วปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" "ถ้าผมไม่ตามมา คุณคงนอนเป็นศพให้ปลาในแม่น้ำกินไปแล้วครับ" คินกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่ซ่อนความเกรี้ยวกราดไว้อย่างมิดชิด ร่างกายกำยำของเขาขนาบกักขังเธอไว้ระหว่างผนังปูนกับแผงอกกว้างจนเธอแทบไม่มีพื้นที่หายใจ "กล้าดียังไงถึงแอบหนีออกมาคนเดียว? คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่มาจากไหน?" "ฉันไม่ใช่เด็กในปกครองของคุณนะคิน!" รินรดากัดฟันกรวด พยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้น แรงบีบของเขากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้นจนผิวเนื้อขึ้นรอยแดง "หลักฐานชิ้นนั้นอยู่ในห้องทำงานชั้นสาม ถ้าฉันไม่ได้มันคืนนี้ ทุกอย่างที่พ่อฉันพยายามทำมาก็จะสูญเปล่า!" "แล้วถ้าคุณตายล่ะ? หลักฐานนั่นมันมีค่ามากกว่าชีวิตของคุณหรือไง?" คินก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบชนกัน นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นสะท้อนความดุดันและบางสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในความมืด "ผมเตือนคุณแล้วรินรดา... โลกเบื้องหลังมันไม่ได้สวยงามและไม่มีใครใจดีพอจะปล่อยให้คนรู้อย่างคุณเดินลอยชายหรอกนะ" คำพูดเย้ยหยันและท่าทีคุกคามทำให้รินรดาเลือดขึ้นหน้า ความใกล้ชิดที่แนบ 𝅳ชิดจนได้กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นฝนจางๆ ยิ่งทำให้สติกระเจิดกระเจิง เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่ความกลัวก็ตาม "ถ้าห่วงฉันนัก ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันจัดการเองตั้งแต่แรก? หรือว่ากลัวว่าถ้าไม่มีฉัน คินผู้ไร้เทียมทานจะเหงาจนตายกันล่ะ?" มุมปากของคินกระตุกขึ้นเล็กน้อยในความมืด เป็นรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้คนมองอยากจะประทับรอยฝ่ามือลงไปนัก "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ไว้ค่อยไปเถียงกันต่อที่เซฟเฮาส์ หลังจากที่เราออกจากที่นี่ได้แล้ว" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป แสงไฟฉายสว่างวาบก็กราดผ่านผนังห้องโถงด้านนอก เสียงรองเท้าคอมแบทหลายคู่กระทบพื้นคอนกรีตดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนภาษาต่างประเทศที่ดังสะท้อนก้อง "แยกย้ายกันหา! มันต้องอยู่แถวนี้!" คินดึงร่างของรินรดาลดต่ำลงแนบพื้นทันที แขนแกร่งโอบกอดเอวบางไว้แน่นเพื่อซ่อนเธอให้อยู่ในมุมอับสายตา ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกับสถานการณ์เบื้องนอก ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เคมีอันร้อนแรงระหว่างคนทั้งสองกลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รินรดากลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วของคินที่สัมผัสอยู่ตรงเอวไล้ขึ้นมาเบาๆ เชิงเตือนสติให้อยู่นิ่ง ทว่า... ความเงียบงันก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของรินรดาที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ท่ามกลางความเงียบสงัดของโกดังร้าง เสียงนั้นราวกับระฆังแห่งความตาย แสงไฟฉายจากกลุ่มมือปืนเบื้องนอกหยุดชะงักทันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เปลี่ยนทิศทางพุ่งตรงมายังซอกเสาที่พวกเขากำลังหลบอยู่ คินสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะดึงตัวรินรดาให้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระชับอาวุธปืนในมือ ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังเงาร่างสามคนที่กำลังเดินเลี้ยวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่ก่อนที่คินจะได้ลั่นไกเพื่อเปิดทางหนี ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทกระบอกหนึ่งก็ถูกจ่อเข้าที่ทรีศิระของเขาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืด "เกมโอเวอร์แล้วครับ... บอดี้การ์ดคนเก่ง" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เดิมพันด้วยชีวิตในทุกวินาที แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับกับดักหัวใจของนายบอดี้การ์ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%