"แม่นางซู... หากเจ้ายังคงเดินตามหลังข้าด้วยสีหน้าถมึงทึงเช่นนั้น เกรงว่าสุราในไหของข้าคงจะเปรี้ยวเสียก่อนที่เราจะหาทางออกจากป่าหมอกนี่ได้เสียกระมังครับ"
เสียงหัวเราะเจือกระแสลมปราณดังขึ้นทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด หลี่เฟิงหยัดกายพิงต้นไม้ใหญ่ มือข้างหนึ่งถือไหเหล้ากระเบื้องเคลือบที่พร่องน้ำไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อยยามกวาดมองม่านหมอกสีชาดที่รายล้อมรอบกาย บรรยากาศยามนี้มิใช่ป่าเขาลำไพรธรรมดา หากแต่เป็นค่ายกลลวงตาขั้นสูงที่บิดเบือนทั้งประสาทสัมผัสและทิศทาง
ซูเหมยหยุดฝีเท้าลง นางปรายตามองบุรุษผู้สำมะเลเทเมาตรงหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบ กระบี่วิหคเหมันต์ในฝักส่งเสียงสั่นพานเบาๆ สะท้อนถึงจิตสังหารที่ถูกกดไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ
"หลี่เฟิง... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เจ้ายังมียอดจิตมานั่งร่ำสุราอยู่อีกหรือ? นี่คือ 'ค่ายกลร้อยมายาผลาญจิต' ที่สร้างขึ้นโดยยอดฝีมือระดับบรรพจารย์ หากเรายังหาแก่นแท้ของค่ายกลไม่พบ เกรงว่าอีกไม่นานวิญญาณของเราคงได้สลายกลายเป็นปุ๋ยใต้รากไม้เหล่านี้" ซูเหมยเอמהเสียงเรียบ ทว่ากังวานดั่งน้ำแข็งกระทบกัน
"โธ่... แม่นางซูผู้สูงส่ง ชีวิตคนเรามันก็สั้นเสียยิ่งกว่าควันธูป การดื่มสุราเคล้าความตาย เป็นความสำราญอย่างหนึ่งที่เซียนบนฟ้ายังต้องอิจฉาเชียวนะครับ" หลี่เฟิงยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่คมที่มักฉายแววเกียจคร้านในยามปกติ บัดนี้กลับประกายแสงวับวาดดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนในฝัก "อีกอย่าง... เจ้าไม่สังเกตหรอว่า ตั้งแต่ที่เราก้าวเข้ามาในเขตหมอกนี้ รอยเท้าของเรามิได้เดินเป็นวงกลม... แต่พวกเรากำลังเดินวนอยู่ใน 'ภาพวาด' ต่างหากล่ะครับ"
คำพูดของหลี่เฟิงทำให้ซูเหมยชะงัก นางขมวดคิ้วมุ่น กวาดสายตามองสำรวจรอบกายอีกครั้ง ม่านหมอกสีชาดที่เคยคิดว่าเป็นหมอกไอน้ำ บัดนี้เมื่อเพ่งมองด้วยเนตรลมปราณ กลับพบเส้นสายพลังงานสีทองจางๆ ถักทอเชื่อมโยงกันราวกับใยแมงมุม มันไม่ใช่ธรรมชาติสร้างขึ้น หากแต่เป็นค่ายกลอักขระโบราณที่สลักลงบนมิติอากาศโดยตรง!
"ภาพวาด?" ซูเหมยทวนคำ
"ถูกต้องครับ..." หลี่เฟิงก้าวเท้าออกไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวแฝงไว้ด้วยพลังปราณหนักหน่วงดั่งขุนเขา "ผู้สร้างค่ายกลนี้มิได้ต้องการสังหารเราด้วยกระบวนท่า แต่มันต้องการใช้ 'ภาพลวงตา' ควักเอาความกลัวและปมในใจของพวกเราออกมาขย้ำจนกว่าจะสิ้นสติ... เจ้าลองก้าวไปข้างหน้าอีกสามก้าวสิแม่นางซู แล้วเจ้าจะรู้ว่าความจริงที่เจ็บปวดที่สุดหน้าตาเป็นอย่างไร"
ซูเหมยกัดริมฝีปากแน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อโคจรพลังปราณคุ้มกาย ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าสามก้าวตามคำบอก
วูบ!
ทันใดนั้น ทัศนียภาพรอบกายก็เปลี่ยนไปในพริบตา ม่านหมอกสีชาดมลายหายไป กลายเป็นโถงหินเย็นเยือกแห่งสำนักกระบี่เมฆาอันคุ้นเคย ร่างของผู้วโส ศาสตราจารย์ และศิี่ยวร่วมสำนักนับร้อยชีวิตนอนจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ ท่ามกลางหยาดโลหิตที่ไหลนอง มีร่างของชายชราผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์ของนางล้มฟุบอยู่ สภาพไร้ซึ่งลมปราณหลงเหลือ
"ท่านอาจารย์!" ซูเหมยอุทานออกมาด้วยความตระหนก หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกผิด ความโกรธแค้น และความไร้พลังที่ฝังกลบไว้ในส่วนลึกของจิตใจถูกกระชากขึ้นมาแสดงผลตรงหน้าอย่างชัดเจน นางชักกระบี่ออกจากฝักโดยสัญชาตญาณ พลังปราณสีฟ้าครามระเบิดออกรอบกายพร้อมพุ่งเข้าหาเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
"หยุดนะ!"
เสียงตะโกนอันทรงพลังดั่งอสุนีบาตฟาดลงกลางโสตประสาท พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่ ร่างของซูเหมยถูกดึงถอยหลังกลับมากระแทกเข้ากับอกแกร่งของหลี่เฟิง กลิ่นอายสุราจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายบุรุษโชยเข้าจมูก ทำให้นางได้สติขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ลืมตาขึ้นมาแล้วมองให้ชัดๆ เสียใหม่สิครับแม่นางซู... นั่นไม่ใช่ท่านอาจารย์ของเจ้า" หลี่เฟิงกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ดึงสติของนางให้หลุดพ้นจากภวังค์
ซูเหมยสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง เมื่อนางกวาดสายตามองอีกครั้ง ภาพโถงสำนักและร่างของอาจารย์อันน่าสลดก็สลายกลายเป็นเพียงตอไม้ผุพังและกลุ่มควันพิษที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นอับ นางหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ความหวาดกลัวที่เกือบจะครอบงำจิตวิญญาณทำให้นางเข่าแทบทรุด หากไม่ได้อ้อมแขนที่มั่นคงของหลี่เฟิงประคองไว้ เกรงว่านางคงล้มลงไปกองกับพื้นดินแล้ว
"นี่มัน... ภาพลวงตากลืนใจ..." ซูเหมยกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ร่างกายสะท้านเล็กน้อยยามตระหนักว่าจิตใจของตนยังมีช่องโหว่ให้ค่ายกลฉวยโอกาส
"คนเราต่างก็มีแผลเป็นในใจด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นผู้ฝึกยุทธที่แบกรับความแค้นและความรับผิดชอบไว้มากเท่าไหร่ แผลเป็นนั้นก็ยิ่งลึกและเน่าเฟะมากขึ้นเท่านั้น" หลี่เฟิงปล่อยมือจากการประคอง ถอยหลังกลับไปยืนเว้นระยะอย่างให้เกียรติ เขายกไหสุราขึ้นจิบอีกอึกใหญ่ ดวงตาคู่เดิมทอดมองไปเบื้องหน้าความมืดมิดของป่าหมอก "เจ้าปลอดภัยดีแล้วใช่ไหมครับ?"
ซูเหมยหันไปมองหน้าเขา แววตาที่เคยเย็นชาและแข็งกระด้าง บัดนี้เจือปนด้วยความซาบซึ้งและตระหนักรู้ นางเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วพยักหน้าช้าๆ "ขอบคุณ... แล้วตัวเจ้าล่ะ? เจ้าติดอยู่ในภาพลวงตาแบบไหนกัน?"
หลี่เฟิงชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วพริบตา แทนที่ด้วยแววตาเหม่อลอยที่ลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร ทว่าเพียงชั่วอึดใจ เขาก็กลับมาแย้มยิ้มตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ตัวข้าหรือครับ... ข้าก็แค่เห็นวันที่ข้าถือกระบี่เดินออกจากสำนัก โดยมีป้ายวิญญาณของทุกคนส่งสายตาสلاมมาลา... เป็นภาพที่น่าเบื่อหน่ายเสียจริง" หลี่เฟิงกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ แต่ซูเหมยสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดอันไร้ก้นบึ้งที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มนั้น
ตึง! ตึง! ตึง!
ฉับพลัน พื้นดินใต้ฝ่าเท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ม่านหมอกสีชาดแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท อักขระโบราณนับหมื่นตัวสว่างวาบขึ้นบนอากาศรอบทิศทาง ก่อตัวเป็นรูปทรงกรงข่ายมหึมาที่ปิดตายทุกเส้นทางหลบหนี แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น
"ฮ่าๆๆๆ... สมเป็นเซียนกระบี่ขี้เมาและนางเซียนแห่งหุบเขาเมฆา สามารถหลุดพ้นจากภาพลวงตาขั้นแรกได้ในเวลาอันสั้น... น่าชื่นชม! น่าชื่นชมยิ่งนัก!"
เสียงหัวเราะก้องกังวานดั่งมาจากทุกสารทิศ ดังสะท้อนก้องก่ายในห้วงอากาศอย่างไร้ที่มา ร่างเงาสลัวรางสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ห่างออกไปเพียงสิบก้าว ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ มือข้างหนึ่งถือคัมภีร์อักขระเรืองแสงสีเขียวมรกต
"เจ้าเป็นใคร?" ซูเหมยถามเสียงกร้าว ชักกระบี่ออกเตรียมพร้อมรับมือ
"ข้าคือผู้ที่จะมาเก็บกวาดศิษย์อกตัญญูและไอ้ขยะที่บังอาจขวางทางสำนักมารโลหิตอย่างไรล่ะ!" หน้ากากอสูรหัวเราะลั่น มือที่ถือคัมภีร์สะบัดออก อักขระนับพันพุ่งเข้าโจมตีราวกับห่าฝน
หลี่เฟิงหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะด้ามกระบี่ไม้ไผ่ที่เหน็บไว้ที่เอว
"สำนักมารโลหิต... ดูท่าศัตรูเก่าของพวกเราจะส่งสุนัขรับใช้มาต้อนรับเสียแล้วสิครับแม่นางซู" หลี่เฟิงกล่าวเบาๆ ก่อนที่ประกายตาดุดันจะระเบิดออก "ถอยไปอยู่ข้างหลังข้า... วันนี้ข้าจะแสดงให้มันเห็นเองว่า ระหว่างกระบี่ที่เปื้อนเลือด กับกระบี่ที่เมามาย... อย่างไหนจะคมกว่ากัน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน•ตอนที่ 10
กับดักของคนโฉด
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!