"เจ้ายังกล้าหัวเราะอีกหรือ... หลี่เฟิง!"
เสียงตวาดกร้าวของซูเหมยดังสะท้อนก้องผาชัน เมฆหมอกสีเทาครึ้มเบื้องบนม้วนตัวเกลียวราวกับคลื่นทะเลคลั่ง แรงกดดันจากลมปราณระดับเซียนแท้จริงแผ่ซ่านกดทับจนแผ่นดินรอบด้านร้าวราน แต่วินาทีนั้น บุรุษผู้ถือไหสุราในมือซ้ายกลับเพียงแค่แย้มยิ้มบางเบา ดวงตาหรี่ลงครึ่งส่วนคล้ายคนเมามายที่ยังไม่ตื่นจากนิทรา
"ฮ่าๆๆ... แม่นางซู เหตุใดต้องทำหน้าเคร่งเครียดปานนั้นเล่า? ลมฟ้าอากาศออกจะรื่นรมย์ สุราในไหก็ยังเหลืออีกครึ่ง... การจะเอาชีวิตข้า ไม่ใช่เรื่องง่ายดายปานดื่มน้ำชาหรอกนะรับ"
หลี่เฟิงเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ ภายในใจของเขารู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้วิกฤตเพียงใด เบื้องหน้าของพวกเขาคือ ‘เงากระบี่โลหิต’ ยอดฝีมือแห่งพรรคมารทมิฬผู้เหี้ยมโหด รอบกายมันพะยسةด้วยไอสังหารสีชาดที่กลืนกินแสงตะวันจนหมดสิ้น ศพของศิษย์สำนักเซียนนับสิบกองระเกะระระกะอยู่เบื้องล่าง เป็นภาพสะท้อนความโหดเหี้ยมที่ไร้ความปรานี
ซูเหมยกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด กระบี่วิหคเหมันต์ในมือสั่นระริก นางเป็นถึงยอดฝีมือแห่งหุบเขาเมฆา ผู้ยึดมั่นในวิถีเซียนบริสุทธิ์และกฎเกณฑ์อันเคร่งครัด ตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางไม่เคยต้องมาพึ่งพิงบุรุษสำมะเลเทเมาเช่นนี้มาก่อน ทว่า... ในยามที่ค่ายกลปกป้องร่างของนางถูกทำลายลงจนแทบสิ้นสipient หลี่เฟิงกลับเป็นคนเดียวที่ก้าวออกมายืนขวางหน้าคมกระบี่ของมารร้ายผู้นี้
"ถอยไป!" นางเค้นเสียงลอดไรฟัน "เจ้ามันก็แค่พวกนักเลงสุราไร้สำนัก อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อข้าเลย"
"หึ... คำก็ไร้สำนัก สองคำก็พวกนักเลงสุรา" หลี่เฟิงปรายตามองนางแวบหนึ่ง แววตาที่เคยดูเลื่อนลอยกลับเปล่งประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก "จำไว้ให้ดี แม่นางซู... ใต้หล้านี้ ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์มาตายแทนข้า และไม่มีผู้ใด... มีสิทธิ์สังหารสตรีที่ข้ายังดื่มสุรากับนางไม่หมดไห!"
สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผี!
*ตูม!*
คลื่นกระบี่สีครามพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ปราณกระบี่ผสานกลิ่นอายสุราเข้มข้นจนเกิดเป็นประกายไฟสีฟ้าลุกโชน เงากระบี่โลหิตที่กำลังจะตวัดลงมาหมายปลิดชีพซูเหมยถึงกับชะงักงัน มันรีบตวัดดาบโลหิตมารับการโจมตีอย่างลนลาน เกิดเสียงระเบิดก้องกังวานสนั่นหู แรงกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นดินยุบตัวลงไปหลายเมตร
ซูเหมยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางคร่ำหวอดในยุทธภพมานาน ย่อมมองออกว่ากระบวนท่าเมื่อครู่ของหลี่เฟิงไม่ใช่เคล็ดวิชาดาบหรือกระบี่ธรรมดา แต่มันคือ ‘วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์’ ที่หลอมรวมเอาธรรมชาติและจิตวิญญาณเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ชายผู้ที่นางเคยดูแคลนมาตลอด แท้จริงแล้วกลับซ่อนขอบเขตพลังที่ลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง!
"เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใดกัน?" เงากระบี่โลหิตคำรามด้วยความตกใจ มันถอยหลังไปสามก้าว รอยแผลลึกปรากฏขึ้นที่หัวไหล่ เลือดสีดำไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
หลี่เฟิงยืนถือกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่พกติดตัวมาตลอด รอยยิ้มกวนประสาทกลับมาประดับบนใบหน้าอีกครั้ง เขา ยกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ก่อนจะปาดคราบสุราที่มุมปากอย่างไม่ี่อสังหา
"เคล็ดวิชาอันใดกันเล่า? ก็แค่วิชากระบี่ฆ่าหมาป่าที่ร่ำเรียนมาจากอาจารย์เฒ่าผู้ล่วงลับ... น่าเสียดายที่ฝีมือของข้ายังฝึกได้ไม่ถึงครึ่งของท่าน มิฉะนั้น เจ้ามารร้ายเช่นท่านคงกลายเป็นปุ๋ยใต้ต้นท้อไปนานแล้ว" หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่แววตากลับคมปลาบดั่งใบมีดโกน
เงากระบี่โลหิตโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน มันแผดเสียงคำรามลั่นฟ้า พลังมารสีชาดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนกลายเป็นรูปหัวกะาลมหึมา "ไอ้สารเลว! วันนี้ข้าจะถลกหนังเจ้ามาทำเป็นผ้าห่ม!"
พริบตานั้น บรรยากาศรอบด้านก็ดิ่งลงสู่ความหนתเหน็บเสียดกระดูก พลังมารเตรียมพรั่งพรูเข้าโจมตีระลอกใหญ่ที่ทรงพลังกว่าเดิมหลายเท่าตัว ซูเหมยที่ยืนมองแผ่นหลังกว้างของหลี่เฟิง หัวใจของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกบางอย่างที่นางไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังก่อตัวขึ้นในอก ความเย็นชาที่สะสมมาแรมปีเริ่มละลายหายไปทีละน้อย นางมองเห็นเงาร่างของบุรุษผู้ไม่อาจคาดเดาผู้นี้ ยืนหยัดตระหง่านท้าทายพายุฝนด้วยรอยยิ้ม
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง ซูเหมยสูดลมหายใจเข้าลึก นางไม่ได้ถอยหลังหนีอีกต่อไป มือเรียวบางยกกระบี่วิหคเหมันต์ขึ้นระดับอก แววตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดเป็นครั้งแรก นางขยับกายเข้าไปยืนเคียงข้างหลี่เฟิงอย่างไร้ความลังเล
"หลี่เฟิง... อย่าเพิ่งตายเสียล่ะ ข้ายังไม่ได้สะสางบัญชีแค้นที่เจ้าล่วงเกินข้าเมื่อวันก่อนเลยนะรับ" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่กลับเปี่ยมด้วยพลังปราณเซียนที่พร้อมจะเผด็จศึก
หลี่เฟิงเหลือบมองนางเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากกว้างขึ้นกว่าเดิม "วางใจเถอะแม่นางซู... หากข้าตาย เจ้าคงต้องเหงาไปตลอดกาลแน่ๆ"
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานพลังเตรียมรับมือกับการโจมตีระลอกสุดท้ายของเงากระบี่โลหิตนั้น จู่ๆ ลมพายุรอบด้านก็สงบลงอย่างกะทันหัน เสียงกระดิ่งสำริดดังขึ้นกังวานสามครั้งจากความมืดมิดเบื้องล่างหน้าผา... เป็นเสียงที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างยิ่งจนทำให้ใบหน้าของหลี่เฟิงเปลี่ยนสีไปในทันที!
"เขากลับมาแล้ว..." หลี่เฟิงพึมพำเบาๆ แววตาปรากฏร่องรอยความเจ็บปวดและแค้นเคืองที่ซ่อนไว้มาเนิ่นนาน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน•ตอนที่ 11
ลมหายใจสุดท้ายของความอดทน
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!