"หากเจ้ายังก้าวล่วงเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว กระบี่ในมือข้าคงต้องขอลิ้มลองรสชาติโลหิตของพวกเดรัจฉานมารเสียหน่อยแล้ว"
น้ำเสียงราบเรียบดั่งธารน้ำแข็งพันปีเอ่ยขึ้น พร้อมกับไอเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งจนหยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน ซูเหมยยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ ปลายกระบี่วิหคเหมันต์ในมือชี้ตรงไปยังกลุ่มเงาดำนับสิบที่รายล้อมอยู่เบื้องล่าง ดวงตาคู่สวยฉายแววสังหารอย่างไร้ความปรานี
เบื้องหลังนางคือหลี่เฟิง ชายหนุ่มผู้ยังคงสวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและถือไหสุราเก่าๆ ในมือ สติของเขาเพิ่งดึงกลับมาจากห้วงความทรงจำอันมืดมนเมื่อสิปีก่อนด้วยกลิ่นอายมารที่โชยมาแตะจมูก ปมในใจที่ถูกกระตุกกระชากอย่างรุนแรงทำให้เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทว่าแววตาที่มองไปยังเหล่าสมุนพรรคมารกลับเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว ดั่งห้วงสมุทรลึกที่ไร้ก้นบึง
"ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คือนางเซียนน้ำแข็งแห่งหุบเขาเมฆา กับไอ้ขี้เมาข้างทางนี่เอง!"
ผู้นำกลุ่มสมุนพรรคมารรูปร่างกำยำ สวมหน้ากากกระดูกอสูร หัวเราะเสียงดังลั่นจนใบไม้ไหว
"พวกเราได้รับคำสั่งมาให้เด็ดหัวพวกเจ้าสองคนเพื่อสังเวยค่ายกลโลหิต หากพวกเจ้ายอมจำนนแต่โดยดี ข้าจะให้ตายอย่างสบายหน่อย!"
หลี่เฟิงยกไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ น้ำสุราฤทธิ์แรงไหลรินผ่านมุมปากลงสู่ลำคอ เขาใช้หลังมือเช็ดมันลวกๆ ก่อนจะแย้มยิ้มเยาะหยันออกมา
"ตายอย่างสบายหรือ... น่าเสียดายนัก ข้ายังเสียดายสุราในไหมากกว่าชีวิตของพวกเจ้าเสียอีก"
คำพูดกวนประสาทนั้นทำให้สมุนพรรคมารโกรธจนเส้นเอ็นปูดโปน
"ฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก!"
สิ้นคำสั่ง เงาดำนับสิบก็พุ่งทะยานเข้าหาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ปราณมารสีดำทะมฬพวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของพวกมัน กลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ รัศมีกดดันหนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกโถมทับลงมา
ซูเหมยไม่รอช้า ร่างระหงสะท้านไหว นางพลิกายกลางอากาศ กระบี่วิหคเหมันต์วาดออกเป็นวงโค้ง ปราณกระบี่เหมันต์นับร้อยสายพุ่งออกไปดั่งพายุหิมะ ตัดผ่านความมืดมิด เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมเมื่อร่างของสมุนพรรคมารสองคนแรกถูกแช่แข็งและแตกสลายกลายเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
ทว่า พรรคมารเหล่านี้หาใช่พวกไร้ฝีมือ พวกมันตั้งกระบวนท่าประสานอินทร์ ปราณมารสีดำรวมตัวกันเป็นรูปหัวกะโหลกยักษ์พุ่งเข้าชนกำแพงน้ำแข็งของซูเหมยจนแหลกละเอียด แรงกระแทกสะท้อนกลับทำให้นางต้องถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจติดขัดเล็กน้อย มุมปากมีรอยโลหิตสีชาดไหลซึมออกมา
"คุณหนูซู ดูท่าวิชามารของพวกมันวันนี้จะรุดหน้าไปไม่น้อยนะฃรับ" หลี่เฟิงเอ่ยแซวด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ยังดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าingสตรีสาวไว้
"หุบปากไป หลี่เฟิง! ถ้าเจ้ายังไม่อยากตายก็ถอยไป" ซูเหมยกัดฟันกรวด นางฝืนโคจรลมปราณเพื่อเตรียมรับมือระลอกต่อไป
"ถอยไม่ได้หรอก..." หลี่เฟิงส่ายหัวช้าๆ แววตาที่เคยฉายแววขี้เล่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งคมกระบี่ที่หลุดจากฝัก ไอสังหารเย็นเยียบพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสือร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล "เพราะพวกมันดันบังAาญ... มาขัดจังหวะเวลาดื่มสุราของข้า"
เปรี้ยง!
พริบตาเดียว ร่างของหลี่เฟิงก็หายวับไปจากจุดที่ยืน ความเร็วนั้นเหนือล้ำกว่าย่างก้าวภูตพรายนับร้อยเท่า ผู้นำพรรคมารสวมหน้ากากอสูรเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่ทันแม้แต่จะยกกระบี่ขึ้นป้องกัน
ฉับ!
ประกายแสงกระบี่สีครามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด รวดเร็วและเด็ดเดี่ยวราวกับสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ ศีรษะของสมุนมารระดับสูงหลุดลอยกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้า เลือดสีดำพุ่งทะลักออกจากลำคอราวกับน้ำพุ ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ สมุนพรรคมารที่เหลือต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ พวกมันมองชายหนุ่มที่ถือไหสุราด้วยความรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับยมบาลจากขุมนรก
"วิชาเซียนปะทะวิชามาร... น่าขันสิ้นดี" หลี่เฟิงก้มมองกระบี่เหล็กขึ้นสนิมในมือ หยดโลหิตสีแดงฉานค่อยๆ ไหลหยดลงสู่พื้นดินทีละหยด "พวกเจ้าใช้มารบำเพ็ญ คิดว่าจะฝืนลิขิตฟ้าได้กระนั้นหรือ?"
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปสร้างแรงกดดันมหาศาลจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกไปโดยรอบ ตัดกิ่งไม้และร่างของสมุนพรรคมารที่เหลือให้ขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดายโดยที่เขาแทบไม่ต้องออกแรงซ้ำ
ซูเหมยยืนมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจที่เคยเย็นชาดั่งน้ำแข็งกลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นางไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากจอมกะล่อนและท่าทางสำมะเลเทเมา จะซ่อนเร้นพลังที่น่าสะพรึงกลัวและจิตวิญญาณที่ลึกล้ำถึงเพียงนี้
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะคลี่คลาย ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปรากฏแสงดาวกลับพลันมืดครึ้มลงในพริบตา สายลมพายุหมุนวนรุนแรงพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องราวกับอสนีบาตฟาดฟัน
ตึง!
ใจกลางวงล้อม ปราณมารสีม่วงเข้มสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับมีสัตว์ประหลาดโบราณกำลังตื่นขึ้นจากหลุมศพ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ขยายออกจนทำให้ลมหายใจของทั้งหลี่เฟิงและซูเหมยต้องสะดุด
"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่าพวกเจ้าชนะแล้วงั้นรึ?"
เสียงหัวเราะแหบพร่าและชวนสะอิดสะเอียนดังสะท้อนมาจากม่านหมอกสีดำหนาทึบที่ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด ร่างกายของมันสวมเกราะกระดูกสีดำทมิฬ ดวงตาส่องประกายแสงสีแดงฉาน และที่น่าตกใจที่สุดคือ... กลิ่นอายพลังนั้นคุ้นเคยอย่างยิ่งสำหรับหลี่เฟิง
"มัน... เป็นไปไม่ได้!" หลี่เฟิงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง สีหน้าถอดสีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อเงาร่างภายใต้หน้ากากกระดูกเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริง—ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปเมื่อสิปีก่อน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและซัดพลังปราณไปพร้อมกับข้าในตอนนี้นะครับ
เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน•ตอนที่ 7
วิชาเซียนปะทะวิชามาร
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!