เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน•ตอนที่ 6

กลิ่นอายแห่งอดีต

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"ดูท่า... ปลาตัวใหญ่กว่าที่คิดไม่ได้มาแค่ตัวเดียวเสียแล้วสิครับ..." น้ำเสียงของหลี่เฟิงเจือแววเย้าหยอกเช่นเคย ทว่าแววตาคู่คมที่ทอดมองออกไปเบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ เม็ดฝนปรอยปรายลงมาเคล้ากลิ่นอายคาวเลือดและไอหมอกยามราตรี ซูเหมยรายล้อมด้วยกระบี่น้ำแข็งนับร้อยเล่มที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ร่างระหงของนางยืนหยัดสง่างามดั่งเทพเซียนผู้ไม่แปดเปื้อนธุลีโลก นางเหลือบมองบุรุษข้างกายที่กำลังยกไหสุราขึ้นกระดือกินหน้าตาเฉย แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้ เขากลับไม่เคยแสดงท่าทีหวาดหวั่นออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย "เจ้ายังมีอารมณ์มาดื่มสุราอีกหรือ หลี่เฟิง?" ซูเหมยเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างนับสิบที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเบื้องหน้า ปราณสังหารแผ่ซ่านกดดันจนยอดไม้ไผ่สั่นสะเทือน "เหตุใดจะไม่ได้เล่าครับแม่นางซู..." หลี่เฟิงปาดคราบสุราที่มุมปากพลอยยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความเศร้าสร้อยที่วาบผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที จนแม้แต่สตรีผู้เย็นชาเช่นนางยังต้องขมวดคิ้วมุ่น "รสชาติของสุราในยามที่ความตายมาเยือน... มักจะหอมหวานและบาดลึกถึงขั้วหัวใจเสมอ... มันทำให้ข้าหวนนึกถึงกลิ่นอายของอดีต อดีตวันที่ฝนตกหนักหนาเช่นนี้ และเป็นวันที่ข้าสูญเสีย... ทุกสิ่งทุกอย่างไป" คำพูดของเขาทำให้ซูเหมยชะงักไปชั่วขณะ นางรู้จักหลี่เฟิงในฐานะเซียนกระบี่ขี้เมาผู้กวนประสาทและมีฝีมือลึกล้ำเกินหยั่งถึง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตด้วยน้ำเสียงจริงจังและเจ็บปวดถึงเพียงนี้ ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน... ณ สำนักกระบี่เมฆาพยัคฆ์ สำนักใหญ่อันดับหนึ่งในยุทธภพเวลานั้น สายฝนกระหน่ำซัดสาดราวกับฟ้าดินจะพังทลาย หลี่เฟิงในวัยหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศและถือครองตำแหน่งศิษย์เอกอันเป็นความหวังของสำนัก กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าห้องโถงใหญ่ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ศิษย์พี่ศิษย์น้องนับร้อยชีวิตนอนจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ ภาพเบื้องหน้าคือร่างไร้สติของ "ท่านอาจารย์" ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้เขามาทั้งชีวิต กำลังนอนพิงเสาหินด้วยสภาพลมหายใจรดต้นคอ *“เฟิงเอ๋อ... เจ้าต้องจำไว้... วิถีกระบี่ที่แท้จริงหาใช่การฆ่าฟันเพื่อความเป็นใหญ่... แต่คือการปกป้องสิ่งที่เจ้าปรารถนาจะปกป้อง...”* สุ้มเสียงแหบพร่าและเลือดที่ทะลักออกจากมุมปากของอาจารย์ยังคงฝังตรึงอยู่ในความทรงจำของหลี่เฟิงราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน *“อาจารย์! ใคร... ใครเป็นคนทำลายสำนักของเรา!”* หลี่เฟิงในวัยหนุ่มแผดเสียงคำรามด้วยความแค้นเคือง น้ำตาผสมปนเปไปกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ด้ามกระบี่ในมือสั่นสะเทือนด้วยความโกรธเกรี้ยว *“ศิษย์พี่ของเจ้า... ผู้ทรยศ... มันต้องการ... คัมภีร์กระบี่บรรพกาล...”* สิ้นคำกล่าว ร่างของอาจารย์ก็ทอดร่างลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาเบิกโพ้าง ริมฝีปากยังคงค้างเติ่งด้วยความอาลัยอาวรณ์ หลี่เฟิงจำได้ดีถึงความรู้สึกไร้พลังในค่ำคืนนั้น เขามีพรสวรรค์เลิศล้ำเพียงใด แต่กลับไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตไว้ได้เลย แม้ในท้ายที่สุดเขาจะสามารถสะสางความแค้น โค่นล้มศิษย์พี่ทรยศลงได้ด้วยกระบวนท่ากระบี่เดียว ทว่าหัวใจของเขากลับตายด้านไปตั้งแต่วินาทีนั้น นับแต่นั้นมา หลี่เฟิงก็เลือกที่จะทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ ทิ้งตำแหน่งเจ้าสำนักที่ผู้คนแย่งชิง และเลือกที่จะถือไหสุราเดินเร่ร่อนไปทั่วหล้า ใช้ชีวิตอย่างไร้แก่นสาร เมามายเพื่อลืมเลือนความเจ็บปวด และหัวเราะให้กับความตลกร้ายของโชคชะตา จนผู้คนต่างขนานนามเขาว่า "เซียนกระบี่ขี้เมา" ปัจจุบันขณะ... "ระวัง!" เสียงเตือนอันเยือกเย็นของซูเหมยดึงหลี่เฟิงกลับสู่ความเป็นจริง ปราณกระบี่สีครามพุ่งแหวกอากาศเข้าปะทะกับเงาร่างลึกลับที่พุ่งทะยานเข้ามาจากความมืดมิดอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี "ฉับ!" ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วบริเวณ เงานับสิบแยกย้ายออกล้อมรอบทั้งสองไว้ตรงกลาง พวกมันสวมชุดดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอนูบิสสีเงินวาววับ ปล่อยกลิ่นอายพลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสุดออกมาพร้อมกัน กดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "ดูท่า... พวกมันคงไม่ได้มาเพื่อเจรจาพาทีสินะครับแม่นางซู" หลี่เฟิงแค่นยิ้มเบาๆ ดวงตาที่เคยเหม่อลอยกลับมาคมกลาบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งถูกชักออกจากฝักอีกครั้ง รัศมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกกดไว้ใต้ความเมามายเริ่มแผ่ซ่านออกมาทีละน้อยจนซูเหมยยังต้องแอบเหลือบมองด้วยความทึ่ง "คนพวกนี้ไม่ใช่ศัตรูธรรมดา... ปราณวิญญาณของพวกมันมาจากดินแดนรกร้างเบื้องล่าง..." ซูเหมยเอ่ยเสียงเครียด กระบี่น้ำแข็งในมือเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง หลี่เฟิงขยับตัวเล็กน้อย ไหสุราในมือถูกโยนขึ้นไปกลางอากาศอย่างไม่ยี่หสอ ขณะที่มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายที่ขึ้นสนิมเขรอะ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่นิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนด้ามกระบี่ ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันคำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีบาต ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบตัวเขาราวกับคลื่นพายุหมุน "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นอดีตนัก... ข้าก็จะใช้พวกมันนี่แหละ... สIเซ่นสรวงดวงวิญญาณของอาจารย์เสียเลย!" จังหวะนั้นเอง ผู้นำของกลุ่มนักฆ่าหน้ากากเงินก็ก้าวออกมาจากเงาไม้ มันหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกัน ก่อนจะสะบัดมือเรียกกระบี่กระดูกสีดำสนิทที่แผ่ไอพิษพวยพุ่งออกมา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้หลี่เฟิงต้องชะงักกึก "ฮ่าๆๆๆ... หลี่เฟิง! คิดว่าเจ้าหนีพ้นจากเงาอดีตได้หรือ? นายเหนือหัวของพวกเราฝากมาบอกว่า... 'แผนการทำลายสำนักกระบี่ยังไม่จบสิ้น... และศิษย์น้องที่แท้จริงของเจ้า... ยังมีชีวิตอยู่!' " สิ้นเสียงคำประกาศนั้น หัวใจของเซียนกระบี่ขี้เมาก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง ความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบปีก่อนพลันสั่นคลอน สติที่ควบคุมไว้แทบแตกกระเจิง! ขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับเซียนกระบี่ขี้เมาและนางเซียนผู้เย็นชาในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%