เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน•ตอนที่ 2

คมกระบี่ที่ไม่ยอมแพ้ต่อความมืด

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“ความตายมิได้มาเยือนเพราะชะตาฟ้าลิขิต... แต่มาเยือนเพราะพวกเจ้าเลือกเดินเข้ามาหาความฉิบหายเองต่างหากเล่า” สุ้มเสียงติดจะแหบพร่าและเจือกลิ่นสุราแรงกล้าดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของตรอกซอกซอยอับชื้นหลังโรงเตี๊ยมพยัคฆ์คำราม เงาดำทะมึนไม่ต่ำกว่าแปดร่างพุ่งทะยานลงมาจากหลังคาด้วยความเร็วปานสายฟ้า ในมือของพวกมันถือดาบสั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้ม ประกายตาดุดันสะท้อนแสงจันทร์สลัว มุ่งเป้าหมายเดียวคือสตรีชุดขาวบริสุทธิ์ที่กำลังยืนพิงผนังอิฐอย่างหมดทางหนี ซูเหมยเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด นางได้รับบาดเจ็บภายในจากพิษประหลาดระหว่างการหลบหนีเมื่อหัวค่ำ ปราณกระบี่ในจุดตันtianปั่นป่วนจนแทบไม่เหลือแรงแม้แต่จะยกกระบี่ประจำกาย แต่นัยน์ตาคู่สวยยังคงฉายแววดุดันเด็ดเดี่ยว ไม่ยอมก้มหัวให้ความตายโดยง่าย *ฉับ!* ประกายคมดาบแหวกอากาศเข้าหาลำคอระหงในระยะประชิด ซูเหมยหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม ทว่า... กลับไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้น มีเพียงเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตฟาดผ่า! “เฮ้อ... สตรีงามยามจนตรอกนี่ช่างน่าเวทนาเสียจริง ข้าอุตส่าห์หลบมาดื่มสุราเงียบๆ คนเดียว ไฉนจึงมีสุนัขบ้ากลุ่มหนึ่งวิ่งมาเห่ารบกวนสุนทรียภาพในการเมามายของข้าได้เล่า?” ร่างสูงโปร่งของหลี่เฟิงก้าวออกมาจากเงาไม้ มือซ้ายถือไหเหล้าดินเผาที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง มือขวาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางหนีบคมดาบของหัวหน้านักฆ่าเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย ราวกับกำลังจับก้านดอกไม้ริมทาง หัวหน้านักฆ่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยายามกระชากดาบกลับแต่พบว่ามันราวกับถูกฝังตรึงไว้ด้วยขุนเขาหมื่นชั่ง ปราณคุ้มกายของชายหนุ่มตรงหน้าไร้ร่องรอยการโคจร แต่กลับทรงพลังจนน่าสะพรึงกลัว “เจ้า... เป็นใครกัน! อย่าได้ยุ่งเรื่องของสำนักเงาโลหิต!” หัวหน้านักฆ่าคำรามเสียงต่ำ พร้อมส่งสัญญาณมือให้พรรคพวกที่เหลืออีกเจ็ดคนระดมโจมตีเข้ามาพร้อมกัน หลี่เฟิงยิ้มเยาะที่มุมปาก ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนง่วงงุน เขาปัดนิ้วเพียงเบาๆ ร่างของหัวหน้านักฆ่าก็กระเด็นลอยละลิ่วกระแทกกำแพงพังทลาย กระอักเลือดดำออกมาคำโตสิ้นใจตายคาที่ทันที “สำนักเงาโลหิตงั้นหรือ? ฟังดูลิเกสิ้นดี... ข้าเกลียดพวกชอบแต่งชุดดำทำตัวลับๆ ล่อๆ ยิ่งนัก ยิ่งพวกที่รังแกสตรีที่ไม่มีทางสู้... ข้า ‘เซียนกระบี่’ ผู้นี้ ยิ่งทนดูไม่ได้เข้าไปใหญ่” สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภาพลวงตา *ฉู่ว! ฉู่ว! ฉู่ว!* เสียงโลหิตสาดกระเซ็นดังติดต่อกันระรัว ไม่มีใครมองเห็นว่าเขาชักกระบี่ออกจากฝักเมื่อใด รู้ตัวอีกที เหล่านักฆ่าฝีมือฉกาจทั้งเจ็ดคนก็ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ลำคอของพวกมันปรากฏเส้นสายเลือดบางเฉียบ ก่อนที่ศีรษะจะค่อยๆ ไหลหลุดจากบ่า ร่วงหล่นลงพื้นทีละคนอย่างสยดสยอง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ซูเหมยจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงจนลืมความเจ็บปวด นางเป็นถึงยอดฝีมือแห่งหุบเขาเมฆา แต่กลับมองไม่ทันแม้แต่กระบวนท่าเดียวของบุรุษขี้เมาผู้นี้ วิถีกระบี่ของเขาไร้ร่องรอย ไร้จิตสังหาร แต่กลับเด็ดหัวคนได้ราวกับเด็ดผักปลา หลี่เฟิงสะบัดคราบเลือดออกจากฝักกระบี่ไม้เก่าๆ ก่อนจะหันกลับมามองนางด้วยสายตากรุ้มกริมตามนิสัย เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปตรงหน้า “แม่นางซู... ร่างกายบอบบางเช่นนี้ ไฉนจึงชอบวิ่งราวไปในที่เปลี่ยวตอนดึกดื่นเช่นนี้เล่า? หากท่านถูกพวกมันทำลายโฉมงามขึ้นมา แผ่นดินยุทธภพนี้คงขาดสีสันไปไม่น้อยทีเดียว” ซูเหมยปัดมือของเขาออกอย่างไม่ไยดี นางกัดฟันฝืนพยุงร่างลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจนไร้สีเลือด แต่ความเย่อหยิ่งและถือดีในศักดิ์ศรีของนางยังคงอยู่ครบถ้วน “หลี่เฟิง... อย่ามาทำเป็นเจ้าสำราญหน่อยเลย ข้าไม่ได้ขอให้เจ้ามาช่วย!” นางกล่าวเสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนอาการสั่นเทาของร่างกาย “อ้าว? พูดเช่นนี้ก็น้ำใจแห้งแล้งเกินไปแล้วกระมัง?” หลี่เฟิงหัวเราะในลำคออย่างไม่ถือสา เขายกไหเหล้าขึ้นซดอึกใหญ่ กลิ่นสุราฤทธิ์แรงกระจายไปในอากาศ “ข้าอุตส่าห์ช่วยชีวิตท่านไว้ ถือว่าท่านติดหนี้บุญคุณข้าหนึ่งครั้ง... ว่าแต่ เหตุใดคนของสำนักเงาโลหิตจึงตามล่าท่านถึงเพียงนี้? หรือว่าท่านไปแอบขโมย ‘ไข่มุกเพลิงสุริยะ’ ของพวกมันมาจริงๆ?” “เจ้า... รู้เรื่องนั้นได้อย่างไร!” ซูเหมยผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความระแวง หลี่เฟิงไม่ตอบคำถาม รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าพลันเลือนหายไป แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปบนหลังคาเบื้องบน ท้องนภายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งเมื่อครู่ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬที่เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ แรงกดดันอันมหาศาลกดทับลงมาจากฟากฟ้าจนซูเหมยทรรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้งด้วยความอึดอัด “ระวังตัวด้วยแม่นาง...” หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ไม้ในฝักแน่นขึ้น “ดูเหมือนว่า... แขกผู้มีเกียรติที่แท้จริงของค่ำคืนนี้ เพิ่งจะเดินทางมาถึงแล้ว...” เงาร่างมหึมาสายหนึ่งร่อนลงมาประทับยืนบนยอดหลังคาตรงหน้า ร่างนั้นสวมหน้ากากทองคำรูปอสูรไร้หน้า ปราณสีดำทมิฬแผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว มันส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งภูตผีที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งตรอก *“ฮ่าๆๆ... เซียนกระบี่ขี้เมา หลี่เฟิงสินะ เจ้าคิดว่าจัดการสุนัขรับใช้พวกนั้นแล้ว จะรอดออกไปจากที่นี่ได้จริงๆ หรือ? วันนี้... คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!”* ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ติดตามอ่านมา ณ ที่นี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่ขี้เมากับนางเซียนผู้ตัดขาดวิถีปุถุชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%