เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 27

หยดเลือดสุดท้าย

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าค่ายกลกักขังมดปลวกเช่นนี้ จะหยุดยั้งความทะยานอยากของจักรพรรดิมารได้?” เสียงทุ้มต่ำดั่งฟ้าร้องในยามวิกาลสั่นสะเทือนไปทั่วห้วงมิติ หลินเทียนมิได้เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือกลุ่มหมอกโลหิต สองมือของเขายังคงวาดผ่านอากาศอย่างมั่นคง นิ้วชี้และนิ้วกลางประสานเป็นดรรชนีอักขระ เส้นสายแสงสีทองที่ถักทอเป็นตาข่ายอาคมรอบกายกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับเรือลำน้อยที่กำลังเผชิญพายุคลั่งในมหาสมุทร “ค่ายกลนี้มิใช่เพื่อกักขังท่าน...” หลินเทียนกล่าวเสียงเรียบ แม้หยาดเหงื่อจะไหลซึมผ่านใบหน้าซีดเผือด “แต่มันคือการคืนความสมดุลที่ท่านพยายามทำลายไปต่างหาก” เหมยลี่ที่ยืนคอยระวังหลังให้เขาอยู่ไม่ไกล กัดริมฝีปากจนห้อเลือด กระบี่ในมือสั่นระริก เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จ้องจะบดขยี้วิญญาณของผู้ที่อยู่ภายในเขตแดน “หลินเทียน... ข้าว่าขีดจำกัดของเจ้าถึงจุดแตกหักแล้ว ปล่อยให้ข้าใช้กระบี่โลหิตทลายจุดตายของมันเสียเถอะ!” หลินเทียนหันกลับมามองสหายร่วมรบด้วยรอยยิ้มจางๆ แววตาของเขามีความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยการสั่งลา “เหมยลี่... กระบี่ของเจ้าคมกล้าเกินกว่าจะฟาดฟันกับสิ่งที่ไม่ใช่อัตตา จักรพรรดิมารไม่มีตัวตนที่แท้จริง เขาเป็นเพียงเงาสะท้อนจากความพยาบาทของโลกหล้า หากเราไม่จบสิ้นที่ต้นตอ ต่อให้เจ้าฆ่าร่างนี้ไปอีกร้อยครั้ง เขาก็จะเกิดใหม่จากหยดเลือดและกิเลสของสรรพชีวิตอยู่ดี” “หมายความว่าอย่างไร?” เหมยลี่เบิกตากว้าง “เจ้าจะบอกว่า...” “ข้าจะใช้ชีวิตนี้เป็นตัวถ่วงสมดุล” หลินเทียนเอ่ยตัดบท เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มหมอกโลหิตที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของใบหน้าที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มเย้ยหยันของจักรพรรดิมารปรากฏชัดขึ้นในจินตภาพ “เจ้าหนุ่ม... เจ้ากำลังจะเอาความตายของตนไปแลกกับความเป็นนิรันดร์ของข้าอย่างนั้นรึ?” เสียงนั้นหัวเราะร่วนจนผนึกอักขระเริ่มปริแตก “มันช่างเป็นเรื่องตลกที่น่าสมเพชที่สุดในรอบหมื่นปี!” หลินเทียนนิ่งเงียบ เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด แต่กลับสะบัดข้อมือ หยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งหลุดจากปลายนิ้วกลาง สัมผัสกับแกนกลางของค่ายกลอักขระที่เขาวางไว้ด้วยสมองและหยาดเหงื่อมานานแรมปี ทันใดนั้น แสงสีทองที่เคยหม่นแสงพลันระเบิดออกกลายเป็นเปลวเพลิงสีขาวบริสุทธิ์ “ในวิถีแห่งอักขระ... มิใช่การทำลายล้างเพื่อชัยชนะ แต่คือการจัดวางตำแหน่งแห่งกรรมให้ถูกต้อง” หลินเทียนพึมพำกับตนเอง เขาเริ่มท่องมนตราบทสุดท้ายที่บันทึกไว้ในตำราโบราณที่สาบสูญ ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งแสงขึ้น ออร่าแห่งปราณเซียนที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงให้กับผนึกยักษ์ เหมยลี่พุ่งเข้ามาหมายจะคว้าแขนเขาไว้ แต่กลับถูกแรงผลักมหาศาลจากค่ายกลกระแทกจนกระเด็นถอยหลัง “หลินเทียน! หยุดนะ! เรายังมีหนทางอื่น... เรายังมีเวลา!” “เวลาของเราหมดลงตั้งแต่ตอนที่ข้าตัดสินใจเลือกเดินบนเส้นทางนี้แล้ว เหมยลี่” หลินเทียนหันไปมองเธอเป็นครั้งสุดท้าย “จงจำไว้... โลกใบนี้ไม่ได้ดำรงอยู่ด้วยผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ดำรงอยู่ด้วยผู้ที่ยอมเสียสละในเวลาที่เหมาะสมที่สุด ข้าไม่ใช่เซียนผู้กอบกู้ ข้าเพียงแค่คนธรรมดาที่ไม่อยากเห็นคนสำคัญต้องจากไปเพียงเพราะความมืดมิดที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ทันทีที่เขากล่าวจบ ร่างกายของเขาก็กลายเป็นละอองแสงพุ่งเข้าสู่ใจกลางของค่ายกล ผนึกอักขระที่เคยสั่นคลอนพลันหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์ แรงดึงดูดมหาศาลฉุดกระชากจักรพรรดิมารให้จมลงสู่ความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องล่าง พื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าถล่ม เหมยลี่พยายามฝืนลุกขึ้นยืน แต่มือของเธอกลับคว้าได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เธอมองเห็นสิ่งหนึ่งที่ตกลงมาจากร่างของหลินเทียนก่อนที่เขาจะสลายไป—มันคือเศษหยกเก่าแก่ชิ้นหนึ่งที่หลินเทียนพกติดตัวมาแต่เกิด หยกชิ้นนั้นไม่ได้แตกสลายตามไป แต่มันกลับเปล่งแสงสีม่วงประหลาดออกมาในจังหวะที่จักรพรรดิมารกำลังจะถูกกักขังโดยสมบูรณ์ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากหยกชิ้นนั้นที่ดังสะท้อนขึ้นในโสตประสาทของเหมยลี่ “ถึงเวลาที่บุตรแห่งความโกลาหลต้องตื่นขึ้น... ไม่ใช่ในฐานะเซียน หรือมาร แต่ในฐานะผู้ชี้ขาดชะตาใหม่” เหมยลี่ก้มลงมองเศษหยกในมือด้วยความสับสน ทันใดนั้น แสงจากหยกก็แผ่ขยายออกจนปกคลุมร่างของเธอ และท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นใหม่จากการพังทลายของค่ายกล มีเงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากใจกลางความว่างเปล่า... ร่างนั้นมีแววตาที่เย็นเยียบเหมือนกับหลินเทียน แต่ทว่าในมือนั้นกลับถือกระบี่ที่อาบไปด้วยไอสังหารที่เหมยลี่จำได้ดีว่ามันคืออาวุธประจำกายของจักรพรรดิมาร! ความหวังที่เหมยลี่เพิ่งสัมผัสได้มลายหายไปในพริบตา เมื่อร่างนั้นเงยหน้าขึ้นและมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากหลินเทียนคนเดิมอีกต่อไป... หวังว่าทุกท่านจะยังคงเชื่อมั่นในวิถีแห่งอักขระที่ข้าตั้งใจถ่ายทอดผ่านตัวอักษรนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพขอกราบขอบพระคุณจากใจจริงครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%