“ท่านเห็นใช่หรือไม่... เงาในกระจกมิตินั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
เหมยลี่วางมือลงบนด้ามกระบี่อสูรสีชาด สายตาของนางไม่ได้มองไปยังกองทัพมารนับหมื่นที่ล้อมรอบเมืองเซียน แต่กลับจ้องมองไปยังแผ่นหลังของหลินเทียนที่ยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นสลักท่ามกลางไอสังหารที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง
หลินเทียนยังไม่หันกลับมา เขากำลังใช้นิ้วเรียวยาววาดอักขระเส้นบางเบาลงบนอากาศเบื้องหน้า พื้นที่ว่างเปล่าสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกหยดด้วยหยาดฝน
“ชะตากรรมมักมีอารมณ์ขันที่โหดร้ายเสมอ เหมยลี่” หลินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยที่ลึกซึ้ง “ข้าเคยคิดว่าตัวข้าคือหมากที่ถูกเดินโดยโชคชะตา แต่ในวินาทีที่เห็นใบหน้านั้น... ข้าถึงเข้าใจว่าตัวข้าอาจจะเป็นเพียง ‘ร่างจำลอง’ ที่ถูกทิ้งไว้เพื่อรอการกลับมาของเจ้าของตัวจริงเท่านั้น”
“ข้าไม่สนว่าท่านจะเป็นใครในอดีต” เหมยลี่ก้าวเข้ามาใกล้ แววตานางเด็ดเดี่ยว “ข้ารู้จักเพียงบุรุษที่สอนให้ข้ารู้จักการพลิกแพลงอักขระแทนการล้างแค้นด้วยเลือด และบุรุษผู้นั้นกำลังจะนำพวกเราเผชิญหน้ากับกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
*โครม!*
เสียงกำแพงเมืองเซียนสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น กองทัพมารภายใต้การนำของแม่ทัพปีศาจ 'กรงเล็บทมิฬ' เริ่มระดมยิงหอกศิลาอัคนีเข้าใส่ค่ายกลป้องกันเมือง แรงปะทะทำให้ม่านพลังสีทองแตกร้าวเป็นเส้นใยแมงมุม
หลินเทียนหมุนตัวกลับช้าๆ ใบหน้าของเขาสงบนิ่งจนน่ากลัว เขาไม่ได้มองศัตรู แต่เขามองไปที่จังหวะการสั่นสะเทือนของอากาศรอบตัว
“พวกเขารีบร้อนเกินไป” หลินเทียนพึมพำ “ค่ายกลที่ข้าเตรียมไว้ไม่ได้มีไว้เพื่อต้านทาน แต่มันมีไว้เพื่อ ‘กลืนกิน’ ต่างหาก”
เขาสะบัดชายแขนเสื้อ พลันเกิดเสียงก้องกังวานดุจระฆังเทพเจ้า อักขระทองคำนับหมื่นตัวที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนดินทั่วทั้งเมืองเซียนพร้อมใจกันส่องแสงสว่างเจิดจ้า พื้นดินที่เคยเป็นทางเดินกลับกลายเป็นตารางหมากรุกขนาดยักษ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์ทั่วไปจะเข้าใจ
“เหมยลี่ ถอยไปที่จุดศูนย์กลาง” หลินเทียนสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “อย่ากระพริบตา... เพราะสิ่งที่ท่านกำลังจะเห็น คือบทเรียนสุดท้ายที่ข้าได้รับมาจากเงาในมิตินั้น”
ทันใดนั้น กองทัพมารพุ่งทะลุทะลวงเข้ามาถึงประตูเมือง แต่เมื่อเท้าของทหารปีศาจสัมผัสพื้น พวกมันกลับพบว่าทิศทางของมิติถูกบิดเบือนโดยสิ้นเชิง! แทนที่จะพุ่งเข้าหาใจกลางเมือง พวกมันกลับพุ่งเข้าใส่กันเอง ราวกับว่าศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าคือสหาย และสหายคือศัตรูที่ต้องกำจัด
หลินเทียนหลับตาลง พลังจิตของเขาสัมผัสได้ถึง ‘เส้นสาย’ ที่เชื่อมโยงจักรวาลนี้เข้าด้วยกัน เขาไม่ได้ใช้อักขระโจมตี แต่เขาใช้อักขระ ‘ดัดแปลงความจริง’
“การรบที่ไร้ซึ่งการสูญเสียกำลังตนเอง คือศิลปะที่แท้จริงของเซียนอักขระ” เขากระซิบเบาๆ
แม่ทัพกรงเล็บทมิฬแผดเสียงก้องด้วยความโกรธแค้น มันพุ่งตัวผ่านม่านมิติมาหมายจะสังหารหลินเทียนด้วยกรงเล็บที่อาบยาพิษร้ายแรง ทว่าหลินเทียนกลับไม่ขยับหนี เขายืนนิ่งราวกับรอคอยการมาถึงของมัน
ในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บจะถึงคอหอย หลินเทียนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีดำสนิทของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีทองอร่าม ลวดลายอักขระโบราณเช่นเดียวกับในภาพวาดปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผาก
“กงล้อดารา... พลิกฟ้า!”
พลันอากาศรอบตัวของแม่ทัพปีศาจก็หยุดนิ่ง กรงเล็บทมิฬค้างอยู่กลางอากาศ มิใช่เพราะมันหยุด แต่เพราะ ‘เวลา’ ของมันถูกแยกขาดออกจากโลกภายนอก หลินเทียนก้าวเข้าไปใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่รดกัน
“เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำสงคราม” หลินเทียนกล่าวเสียงเย็น “แต่เจ้ากำลังรบอยู่ในค่ายกลที่ข้าสร้างไว้เพื่อกักขัง ‘ความทรงจำ’ ของบรรพชน... และเจ้าเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่กับดักที่ไม่มีวันถอยกลับได้”
หลินเทียนเอื้อมมือไปแตะที่หน้าอกของแม่ทัพปีศาจ อักขระทองคำไหลทะลักจากฝ่ามือเข้าสู่ร่างของอีกฝ่าย ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ ‘ดึงความลับ’
ทว่าทันทีที่อักขระเชื่อมต่อกัน ร่างของหลินเทียนก็สั่นสะท้าน เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฉีกกระชากวิญญาณ ไม่ใช่เพราะศัตรูแข็งแกร่ง แต่เพราะสิ่งที่เขากำลังดึงออกมา คือ ‘เศษเสี้ยววิญญาณ’ ของบรรพชนที่ถูกฝังไว้ในร่างแม่ทัพปีศาจผู้นี้!
ใบหน้าของแม่ทัพปีศาจเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยดุดันกลับกลายเป็นนัยน์ตาสีทองที่อ่อนโยนอย่างประหลาด มันส่งเสียงแหบพร่าออกมาด้วยภาษาที่หลินเทียนจำได้แม่นยำ
“เจ้ามาสายไป... หลินเทียน... รอยแยกมิติถูกเปิดออกแล้ว... และ ‘เขา’ กำลังจะกลับมาแทนที่เจ้า”
ในวินาทีนั้นเอง กองทัพมารทั้งหมดรอบเมืองหยุดเคลื่อนไหวพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองที่หลินเทียนด้วยดวงตาสีทองเหมือนกันหมด ความเงียบงันเข้าปกคลุมสนามรบจนได้ยินเสียงหัวใจของหลินเทียนที่เต้นรัวด้วยความตระหนกที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เหมยลี่เบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าเมืองเซียน มันไม่ใช่เมฆหมอก แต่มันคือประตูมิติขนาดยักษ์ที่กำลังค่อยๆ แง้มออก... และสิ่งที่กำลังก้าวออกมาจากประตูนั้น คือร่างของบุรุษที่เหมือนกับหลินเทียนอย่างกับแกะ!
“นี่คือบทลงโทษของข้าหรือ... ที่บังอาจแตะต้องพลังที่ข้าไม่ควรครอบครอง” หลินเทียนพึมพำขณะมองร่างจำลองของตนเองที่ค่อยๆ เลือนหายไปในกองทัพมาร
“หลินเทียน! ระวังข้างหลัง!” เสียงร้องของเหมยลี่ดังสนั่นหวั่นไหว
หลินเทียนหันไปมองข้างหลัง... และพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นตัวเขาเองอีกคนหนึ่งที่ถือกระบี่เล่มเดียวกันเป๊ะ ก้าวออกมาจากเงาของเขาอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "หมึกทองคำข้ามภพ" ในบททดสอบครั้งสำคัญนี้ครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 23
จุดเริ่มแห่งมหาสงคราม
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!