เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 24

ค่ายกลนับหมื่นกระบี่

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าจะให้ข้าเป็นเพียงเหยื่อล่อลวงพวกมันเข้ามาในรัศมีวงล้อมงั้นหรือ หลินเทียน? ข้าเป็นถึงบุตรสาวประมุขพรรคมาร ไม่ใช่หนอนแมลงที่คอยให้ใครมาเด็ดหัวเล่นหรอกนะ" เหมยลี่กระชับด้ามกระบี่ในมือแน่น เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปนจากการใช้อารมณ์ ดวงตาคู่สวยดุจหงส์จ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความขุ่นเคือง ทว่าในความโกรธนั้น กลับแฝงไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างประหลาด หลินเทียนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากพื้นดินที่เขาใช้กิ่งไม้ขีดเขียนอักขระโบราณซับซ้อน เขายังคงจดจ่ออยู่กับการคำนวณจุดตัดของพลังปราณที่กำลังไหลเวียนอยู่ใต้ฝ่าเท้า เขาเพียงแต่ยิ้มบางๆ อย่างสุภาพตามนิสัยของเขา "ความแค้นของศัตรูที่อยู่เบื้องหลังม่านหมอกหนาห้าหมื่นคน ไม่ได้มีไว้ให้ท่านไปหักหาญด้วยกระบี่เล่มเดียวครับเหมยลี่... แต่มีไว้ให้เราใช้มันเป็นเชื้อเพลิง เผาผลาญพวกมันด้วยวิธีการที่งดงามที่สุด" "งดงาม?" นางเค้นเสียง "การสังหารหมู่เนี่ยนะที่ท่านเรียกว่างดงาม?" "ไม่ใช่การสังหารครับ แต่เป็นการจัดระเบียบใหม่" หลินเทียนวางกิ่งไม้ลง เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ปัดฝุ่นที่เกาะตามชายเสื้อคลุมสีเทาเรียบๆ ของตนอย่างใจเย็น ขณะเดียวกัน กองทัพนับหมื่นของนิกายเพลิงทมิฬก็เคลื่อนพลเข้ามาถึงหุบเขาเบื้องล่าง เสียงย่ำเท้าสั่นสะเทือนไปถึงยอดเขา ประหนึ่งภูผากำลังถล่มลงมา "ห้าหมื่นคน..." เหมยลี่พึมพำ ใบหน้าซีดเผือดเล็กน้อยเมื่อเห็นธงศึกที่โบกสะบัดราวกับทะเลเพลิงที่กำลังถาโถม "ห้าหมื่นคนคือพลังมหาศาลครับ" หลินเทียนกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนผืนฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทจากไอสังหารของศัตรู "แต่ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของมนุษย์ คือการลืมไปว่าพลังที่ไร้การควบคุม ก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำที่ไหลท่วมทุ่ง เพียงแค่เราสร้างร่องน้ำให้มันไหลไปในทิศทางที่ต้องการ ทุกอย่างก็จบลง" เขาสะบัดชายแขนเสื้อ ม้วนคัมภีร์อักขระโบราณที่สลักไว้ด้วยเลือดเซียนพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ อักขระสีทองอร่ามแตกตัวออกประหนึ่งฝูงหิ่งห้อยนับล้านตัว เผยให้เห็นข่ายใยที่ซ้อนทับกันอยู่บนท้องฟ้า เหนือศีรษะของกองทัพศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา "นี่ท่าน... ท่านเปลี่ยนสภาพปราณบนฟ้าให้กลายเป็นรอยแยกมิติหรือ?" เหมยลี่เบิกตากว้าง "เปล่าครับ" หลินเทียนตอบด้วยสายตาที่ว่างเปล่าดุจน้ำนิ่ง "ผมแค่ทำให้ 'ความว่างเปล่า' ยอมรับว่าที่นี่คือจุดกำเนิดของกระบี่" ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงัดพลันคำรามกึกก้อง เสียงอากาศถูกฉีกกระชากดังแหลมเล็กบาดแก้วหู แสงสีเงินยวงตานับหมื่นเส้นพุ่งทะลุผ่านม่านเมฆลงมา ไม่ใช่กระบี่ที่เป็นเหล็กกล้า แต่เป็นดาบแสงที่ถักทอขึ้นจากอักขระค่ายกล ทุกเส้นคมกริบ ทุกเส้นพุ่งตรงสู่เป้าหมายด้วยระยะห่างที่แม่นยำดุจจับวาง กองทัพห้าหมื่นคนหยุดชะงัก เสียงกรีดร้องแทรกซึมเข้ามาแทนที่เสียงย่ำเท้า ดาบแสงนับหมื่นเล่มไม่ได้กระจัดกระจาย แต่พวกมันหมุนวนรวมตัวกันเป็นวงแหวนพายุขนาดมหึมา ทุกครั้งที่ดาบแสงปะทะกับเกราะปราณของศัตรู มันไม่ได้ระเบิดออก แต่มันจะ 'ดูดกลืน' พลังของศัตรูมาเป็นพลังงานให้กับตัวมันเอง แล้วเปลี่ยนปราณของศัตรูเหล่านั้นให้กลายเป็นดาบแสงเล่มใหม่เพิ่มขึ้นไปอีกทวีคูณ นี่คือค่ายกลที่หลินเทียนเรียกมันว่า 'วงจรสังหารอมตะ' "ท่านไม่ได้ฆ่าพวกมัน แต่ท่านกำลังเปลี่ยนพลังชีวิตของพวกมันให้กลายเป็นดาบที่ใช้สังหารพรรคพวกตัวเอง" เหมยลี่พูดไม่ออก นางมองภาพความหายนะที่ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบและทรงพลังเบื้องล่างด้วยความหวาดหวั่นปนเลื่อมใส "ครับ... เพราะถ้าเราต้องเสียแรงปะทะตรงๆ แม้ชนะ เราก็อาจจะเสียท่านไป" หลินเทียนหันมามองนาง สายตาคู่นั้นยังคงเรียบเฉย ทว่าแฝงความห่วงใยที่ลึกซึ้ง "ผมไม่มีวันยอมให้ดาบของใครมาแตะต้องท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นดาบเหล็ก หรือดาบที่ทำจากความแค้นของคนหมื่นคน" เหมยลี่นิ่งค้างไป หัวใจที่เคยแข็งกร้าวดุจหินผาพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง นางกำลังจะเอ่ยปากถามถึงความหมายในสายตานั้น แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง พายุแสงเบื้องล่างพลันหยุดนิ่งกะทันหัน ความเงียบเข้าปกคลุมหุบเขาเสียยิ่งกว่าก่อนเริ่มการรบ เสียงฝีเท้าหนึ่งที่ก้าวออกมาจากใจกลางซากปรักหักพังของกองทัพที่ควรจะพินาศไปแล้ว ดังขึ้นอย่างชัดเจน เป็นเสียงเดินของคนเพียงคนเดียว แต่ทว่าก้องกังวานราวกับเสียงจากเบื้องลึกของขุมนรก "เจ้าช่างเปราะบางนัก หลินเทียน... อักขระที่เจ้าสลักไว้บนฟ้า มันไม่ได้มีไว้เพื่อกำจัดข้า แต่มันมีไว้เพื่อ 'ปลดผนึก' ข้าต่างหาก" ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากหมอกควัน ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากกะโหลกที่สลักลวดลายเดียวกับที่หลินเทียนใช้ผนึกความทรงจำของตนเองเมื่อสามปีก่อน หลินเทียนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือของเขาที่เคยสงบนิ่งเริ่มสั่นเทาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ท่าน... ท่านไม่ใช่คนของนิกายเพลิงทมิฬ" หลินเทียนเค้นเสียงลอดไรฟัน "แน่นอน" ชายปริศนากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มองไม่เห็นภายใต้หน้ากาก "ข้าคือเจ้าของวิชาค่ายกลที่เจ้ากำลังใช้เลียนแบบอยู่ และดูเหมือนว่า... สิ่งที่เจ้าผนึกไว้ในอกข้างซ้ายนั้น ถึงเวลาต้องคืนเจ้าของเดิมแล้ว" ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด หน้ากากของชายผู้นั้นพลันร้าวออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หลินเทียนจำได้ดีที่สุด... เพราะมันคือใบหน้าของเขาเอง ในวันที่เขายังไม่ได้ข้ามภพมายังโลกนี้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "หมึกทองคำข้ามภพ" ในบททดสอบครั้งสำคัญนี้ครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%