เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 20

การตัดสินใจของหลินเทียน

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากเจ้าก้าวไปเพียงครึ่งก้าว ผนึกนี้จะกลายเป็นกรงขังชั่วนิรันดร์ที่แม้แต่จิตวิญญาณก็มิอาจหลุดรอด... เจ้าแน่ใจแล้วหรือ หลินเทียน?" เสียงทุ้มต่ำของชายชราในเงามืดดังก้องอยู่ในมิติที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าหลินเทียน ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนเกือบเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด ทว่าสายตาของเขากลับนิ่งดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม มือที่ถือพู่กันอักขระสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะมั่นคงดั่งหินผา หลินเทียนไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาเพียงแต่มองลึกลงไปในรอยแยกของมิติที่กำลังสั่นคลอน อักขระโบราณสีทองอร่ามที่เขาสลักขึ้นด้วยหยาดเลือดของตนเองกำลังถูกกลืนกินโดยความมืดมิดจากภายนอก ผนึกที่บรรพบุรุษสร้างไว้กำลังร้าวรานถึงขีดสุด "คำว่าชั่วนิรันดร์สำหรับท่าน อาจหมายถึงการสิ้นสูญ..." หลินเทียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความนัยที่สั่นสะเทือนถึงขั้วหัวใจ "แต่สำหรับข้า มันคือการยุติวงจรที่ผูกมัดผู้คนมานานหลายยุคสมัย หากข้าต้องเป็นคนสุดท้ายที่แบกรับความหนาวเหน็บนี้ เพื่อให้ผู้อื่นได้เห็นแสงตะวัน... ข้าก็ไม่เห็นเหตุผลที่ต้องลังเล" เหมยลี่ที่ยืนอยู่เบื้องหลังในระยะห่างที่พอเหมาะ มือของนางกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดขึ้นเป็นสัน นัยน์ตาที่เคยดุดันและเฉลียวฉลาดบัดนี้คลอไปด้วยน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้น นางไม่ได้เอ่ยห้าม เพราะนางรู้ดีว่าในใจของบุรุษผู้นี้ การเสียสละไม่ใช่หน้าที่ แต่มันคือวิถีแห่งการตัดสินใจที่เขาเลือกด้วยตัวเอง "เจ้ากำลังจะทิ้งทุกอย่างใช่หรือไม่?" เหมยลี่ถามเบาๆ เสียงของนางสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "ทั้งอิสระ ทั้งความฝันที่อยากจะท่องไปในยุทธภพที่ไม่มีค่ายกลคอยเหนี่ยวรั้ง..." หลินเทียนหันกลับมามองนาง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่อ่อนล้า "เหมยลี่... ยุทธภพที่ปราศจากภัยคุกคาม คือของขวัญล้ำค่าที่สุดที่ข้าจะมอบให้เจ้าได้ หากต้องแลกด้วยอิสระของข้าเพียงคนเดียว เพื่อให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจต้องการ นั่นไม่ใช่ความสูญเสีย แต่มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักค่ายกลอย่างข้า" เขาไม่ได้พูดเพื่อเอาใจ แต่เขากำลังถ่ายทอดความจริงที่กลั่นกรองออกมาจากจิตวิญญาณ ในฐานะนักค่ายกล เขาเข้าใจดีว่าทุกการสร้างย่อมต้องมีการสละ ความสมดุลของจักรวาลไม่ได้ถูกรักษาด้วยดาบ แต่ถูกค้ำจุนด้วยผู้ที่ยินดีจะรับภาระหนักอึ้งไว้บนบ่าโดยไม่ปริปากบ่น หลินเทียนก้าวเท้าเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของแท่นบูชาหินดำที่สลักลวดลายซับซ้อนราวกับดวงดาราที่กำลังแตกดับ เขาจรดพู่กันลงบนกลางอากาศ พลังปราณสีครามพุ่งทะลักออกจากปลายนิ้ว เขียนอักขระตัวที่สิบสาม... ตัวสุดท้ายที่ไม่มีในตำราเล่มใด ทันใดนั้นเอง ผืนฟ้าที่เคยดำมืดเริ่มเปลี่ยนสี กระแสลมหมุนวนรุนแรงจนอาภรณ์ของทั้งสองปลิวไสว พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนราวกับมังกรยักษ์กำลังตื่นจากนิทรา หลินเทียนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจร ราวกับมีเข็มหมื่นเล่มทิ่มแทงเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาขบกรามแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดลอดออกไป ความภูมิใจในฐานะลูกผู้ชายไม่ยอมให้เขาแสดงความอ่อนแอต่อหน้าสตรีที่เขารัก "เหมยลี่... ออกไปจากเขตนี้เสีย!" เขาตวาดลั่น "ข้าไม่ไป!" นางตอบกลับทันที พุ่งตัวเข้ามาหมายจะยื่นมือไปแตะไหล่เขา ทว่าพลังค่ายกลที่หลินเทียนปลดปล่อยออกมากลับผลักนางกระเด็นออกมาโดยอัตโนมัติ "นี่คือลิขิตของข้า!" หลินเทียนตะโกนกลับไป แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า อักขระสีทองนับพันตัวพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของเขา ราวกับเป็นโซ่ตรวนที่กำลังดึงเขาให้จมดิ่งลงสู่ความลึกของมิติแห่งการกักขัง เขาไม่ได้ต่อต้าน แต่น้อมรับมันด้วยความเต็มใจ ในวินาทีที่ร่างของเขากำลังจะเลือนหายไปสู่ความว่างเปล่า เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกผ่านม่านพลังที่บิดเบี้ยวเข้ามา มันไม่ใช่ฝีเท้าของศัตรู แต่มันคือจังหวะที่คุ้นเคยอย่างประหลาด "เจ้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้มีเพียงเจ้าที่รู้ความลับหรือ, หลินเทียน?" เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้หลินเทียนต้องเบิกตากว้าง เขาพยายามเพ่งมองผ่านม่านอักขระที่พร่ามัว ชายชราคนเดิมที่เคยปรากฏในเงามืดก้าวออกมาจากมุมมืด ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เพียงภาพลวงตา แต่เป็นตัวตนที่แท้จริง พร้อมกับบางสิ่งที่อยู่ในมือ... อักขระศิลาที่หายสาบสูญไปนับพันปี มือของชายชราไม่ได้เข้าหาหลินเทียนเพื่อทำร้าย แต่เขากลับซัดอักขระนั้นเข้าใส่จุดตายของผนึกที่หลินเทียนกำลังจะปิดตายด้วยชีวิตตนเอง ความรุนแรงของมันทำให้มิติที่ปิดสนิทเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ และสิ่งที่ปรากฏออกมาจากรอยแยกนั้น... ไม่ใช่ความมืดมิด แต่เป็นดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองลงมายังหลินเทียนด้วยความหิวกระหาย "เจ้าไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์เพียงหนึ่งเดียว... เจ้าคือ 'กุญแจ' ที่ถูกเตรียมไว้เพื่อปลุกสิ่งที่ข้าเฝ้าตามหามาตลอดต่างหาก" หลินเทียนตัวแข็งทื่อ เขาเข้าใจแล้วว่าที่ผ่านมา การเตรียมใจของเขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานที่ใหญ่กว่าเดิมมากนัก ผนึกที่เขาคิดว่ากำลังซ่อมแซม แท้จริงแล้วมันคือการเตรียมการเพื่อปลดปล่อยหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหมื่นปี ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและจมดิ่งไปกับความลับอันดำมืดในบทนี้ด้วยกันครับ หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%