"ถอยไปเหมยลี่! อย่าได้เข้าใกล้ปากหลุมนั่นแม้แต่ก้าวเดียว!"
เสียงของหลินเทียนตวาดก้องท่ามกลางเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกดำ พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่บิดเบี้ยวราวกับผืนผ้าที่ถูกมือยักษ์ขยำ แสงสีแดงฉานจากดวงตาคู่นั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงเปลวเพลิงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือไอสังหารอันเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งของนรกภูมิ
เหมยลี่เบิกตากว้าง กระบี่ในมือของนางสั่นระริกไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แทบจะบดขยี้ลมปราณของนางให้แตกสลาย เธอหันไปมองประมุขพรรคมารผู้เป็นบิดา ซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพไร้วิญญาณ ดวงตาที่เคยคมกล้าดุจพญาอินทรีกลับฉายแววสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"เทียน... ผนึกระดับจักรพรรดิมาร... กำลังถูกกัดกร่อน" เหมยลี่พยายามรวบรวมสมาธิเอ่ยออกมา แม้แต่เสียงของเธอยังดูแผ่วเบาราวกับมดปลวกท่ามกลางพายุ
หลินเทียนไม่ได้ตอบรับ เขาทรุดกายลงนั่งกับพื้นดินที่กำลังแตกออกเป็นเสี่ยงๆ นิ้วมือเรียวยาวสั่นเล็กน้อยแต่ทว่ามั่นคงดั่งหินผา เขาสะบัดปลายนิ้ววาดลวดลายกลางอากาศ อักขระสีทองอร่ามพุ่งทะยานออกมาจากปลายนิ้วราวกับฝูงผึ้งที่บ้าคลั่ง มันไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่มันคือการ "จารึกใหม่" ลงบนความว่างเปล่า
"ท่านประมุข! ส่งพลังปราณสายหยินบริสุทธิ์มาที่จุดสกัดหลอดเลือดชีพจรที่สามของข้า! เหมยลี่ เจ้าจงร่ายค่ายกลเก้ากระบี่ต้านทานลมปราณของมารร้ายที่กำลังทะลักออกมา อย่าให้มันเข้าใกล้ตัวข้าแม้แต่หยดเดียว!" หลินเทียนสั่งการด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด
ประมุขพรรคมารกัดฟันกรอด ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของยอดฝีมือระดับเหนือชั้น โคจรลมปราณมหาศาลถ่ายโอนสู่แผ่นหลังของหลินเทียนทันที พลันเกิดเสียง 'เปรี๊ยะ' ดังลั่น หลินเทียนพ่นเลือดออกมาคำโต เลือดนั้นไม่ได้ร่วงหล่นสู่พื้น แต่กลับกลายเป็นหมึกสีชาดที่เขานำมาใช้เขียนอักขระบนอากาศเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่ายกลผนึกที่กำลังจะพังทลาย
"เจ้าคิดจะทำอะไร?" ประมุขพรรคมารถามเสียงสั่น
"ผนึกนี้ไม่ได้ถูกทำลายจากข้างนอก แต่มันกำลังถูกกัดกร่อนจาก 'กุญแจ' ที่อยู่ข้างใน" หลินเทียนตอบโดยไม่หันไปมอง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แววตาขาวขณะที่เขากำลังอ่านลวดลายของค่ายกลโบราณที่สลับซับซ้อนเกินกว่ามนุษย์จะเข้าใจ "มีคนฝังพิษอักขระไว้ในรอยต่อของค่ายกลมานานนับร้อยปี เพื่อรอให้ถึงวันนี้... วันที่จักรพรรดิมารตื่นขึ้น"
ท่ามกลางความวุ่นวาย เหมยลี่ตวัดกระบี่เป็นวงกลม รอบกายของเธอปรากฏรัศมีกระบี่เก้าสาย หมุนวนป้องกันมวลมหาศาลของแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ แต่ทุกครั้งที่รัศมีกระบี่ปะทะกับไอสีแดง รัศมีเหล่านั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปราวกับน้ำแข็งที่ถูกโยนลงในเตาหลอม
"เทียน! เร็วเข้า! ข้า... ข้าจะต้านได้อีกไม่นาน!" เหมยลี่ตะโกน เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือจากอาการบาดเจ็บภายใน
หลินเทียนไม่ตอบ เขาเร่งจังหวะมือจนเห็นเป็นภาพติดตา อักขระสีทองที่เขาเขียนเริ่มส่องประกายข่มขวัญแสงสีแดงนั้น ดวงตามหึมาข้างล่างเริ่มกรีดร้อง มันเป็นเสียงที่ไม่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในวิญญาณ ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกราวกับจิตวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นดินที่พวกเขายืนอยู่กลับหยุดสั่นไหวอย่างกะทันหัน แสงสีแดงที่เคยรุนแรงพลันดับวูบลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก
หลินเทียนชะงักมือ หัวใจของเขากระตุกวูบ ความเงียบนี้ไม่ใช่อาการของผนึกที่ซ่อมแซมได้สำเร็จ แต่มันคือความเงียบของ 'ผู้ล่า' ที่หยุดนิ่งเพื่อรอกระโจนเข้าหาเหยื่อ
"มันหยุดแล้ว?" ประมุขพรรคมารพึมพำด้วยความระแวง
หลินเทียนค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้า เขาจ้องมองไปยังรอยแยกที่ค่อยๆ ปิดสนิทลง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดี เพราะจากรอยแยกที่กำลังปิดนั้น มีเงาสีดำสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวขึ้นมา... ไม่ใช่ปีศาจ ไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่เป็นชายในชุดคลุมสีขาวสะอาดตา ใบหน้าของชายผู้นั้นงดงามราวกับเทพเซียนที่ไม่มีทางมีอยู่จริงในแดนมารแห่งนี้
"ซ่อมแซมได้ดีมาก หลินเทียน" ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงเพลง แต่สำหรับหลินเทียน เสียงนั้นกลับกรีดลึกลงไปในใจ "ขอบคุณที่ช่วยขัดเกลาผนึกให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้ดวงวิญญาณของข้าหลุดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
หลินเทียนนิ่งงัน ความเย็นวาบวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง เขารู้จักอักขระที่หมุนวนอยู่รอบตัวชายผู้นี้ดี... มันคืออักขระประจำตระกูลที่สาบสูญไปพร้อมกับปมชาติกำเนิดของเขาเอง
"เจ้า... เป็นใคร" หลินเทียนเค้นเสียงถาม
ชายชุดขาวแย้มยิ้ม ก่อนจะก้าวผ่านผนึกที่หลินเทียนเพิ่งซ่อมแซมเสร็จไปราวกับมันเป็นเพียงม่านหมอกบางเบา "ในเมื่อเจ้าเป็นผู้สืบทอดสายเลือดสุดท้าย ข้าจะเฉลยให้ก็ได้... ข้าคือคนที่เจ้าเรียกว่า 'ท่านพ่อ' มาตลอดชีวิตอย่างไรเล่า"
ความหวังที่จะปกป้องโลกพังทลายลงในพริบตา เมื่อประมุขพรรคมารผู้ทรนงทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีที่เห็นหน้าชายผู้นั้น พร้อมกับเอ่ยคำที่ทำให้หลินเทียนแทบหยุดหายใจ "คารวะ... ท่านอาจารย์ใหญ่แห่งสำนักหุบเขาไร้ลักษณ์"
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โดย หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 19
ผนึกเริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!