“เจ้าจะเลือกสิ่งใด ระหว่างเลือดเนื้อที่ให้กำเนิด กับชายที่เจ้าเพิ่งรู้จักเพียงไม่กี่ปี… เหมยลี่?”
น้ำเสียงแหบพร่าของประมุขพรรคมารดังก้องในห้องโถงที่มืดมิด กลิ่นอายของกำยานราคาแพงลอยอบอวลจนน่าอึดอัด หลินเทียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเหมยลี่ สายตาของเขาสอดส่ายไปรอบห้อง พื้นหินสีดำสนิทใต้เท้าของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่หิน แต่มันคือส่วนหนึ่งของ ‘ค่ายกลพันธนาการโลหิต’ ที่เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้แผ่นหินทุกตารางนิ้ว
เหมยลี่กำด้ามกระบี่จนข้อนิ้วขาวซีด นางไม่ได้หันกลับมามองหลินเทียน แต่นางรับรู้ได้ถึงลมหายใจที่ผ่อนจังหวะอย่างใจเย็นของชายหนุ่มด้านหลัง
“ท่านพ่อ ท่านไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำตอบ แต่ท่านกำลังถามเพื่อต้อนข้าให้จนมุม” เหมยลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ทว่าแววตากลับมุ่งมั่น
“ข้าถามเพราะข้าเป็นบิดา” ประมุขพรรคมารก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “และในฐานะประมุขพรรค ข้าไม่อาจปล่อยให้มดปลวกจากสำนักธรรมะมาป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านของข้าได้… โดยเฉพาะคนที่บังอาจขโมยหัวใจบุตรสาวข้าไป”
หลินเทียนขยับตัวเล็กน้อย นิ้วชี้ขวาของเขาวาดผ่านอากาศเบาๆ อักขระสีครามจางๆ ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะแทรกซึมลงไปในรอยแยกของพื้นหิน เขาไม่ต้องการสู้ แต่ถ้าจำเป็น เขาต้องทำให้แน่ใจว่าทางหนีทีไล่นี้จะใช้งานได้
“ท่านประมุขครับ” หลินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น “ความขัดแย้งของสองพรรคไม่ใช่เรื่องที่เด็กหนุ่มสาวอย่างเราควรตัดสินใจด้วยเลือด แต่ด้วยปัญญา หากท่านยอมให้เราทั้งสองได้เจรจา ท่านอาจจะเห็นว่าพรรคมารและสำนักธรรมะไม่ได้มีเพียงแค่ความแค้นที่สืบทอดกันมา”
“ปัญญาหรือ?” ประมุขพรรคมารหัวเราะลั่นจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน “ปัญญาของเจ้าเทียบไม่ได้กับดาบในมือข้าหรอก หลินเทียน เจ้าเป็นอัจฉริยะด้านค่ายกล แต่เจ้าลืมไปว่าในสนามรบจริง อักขระบนกระดาษยันต์ของเจ้า ไม่มีทางกันคมดาบที่เคลือบด้วยพิษร้ายได้”
ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไป ความกดอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเหมยลี่ต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หลินเทียนสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณที่บีบคั้นเข้ามาจากทุกทิศทาง เขาทำสัญลักษณ์มืออย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นโล่อักขระทรงกลมล้อมรอบตัวพวกเขาไว้
“เหมยลี่ ฟังข้า” หลินเทียนกระซิบข้างหูของนางขณะที่สายตาไม่ละจากประมุขพรรค “ห้ามชักกระบี่เด็ดขาด นี่ไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการทดสอบว่าเจ้าจะยอมทำลายสายสัมพันธ์ของข้าหรือจะยอมสละเกียรติของตระกูลเพื่อความจริง”
“แต่ถ้าข้าเลือกท่าน ท่านจะตกอยู่ในอันตราย!” เหมยลี่หันมามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ข้ามีทางออก” หลินเทียนตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูใจเย็นจนน่าประหลาด “รอยร้าวในมิตรภาพไม่ได้เกิดจากความเข้าใจผิด แต่มันเกิดจากการที่คนสองคนไม่ยอมก้าวข้ามผ่านอัตตาของตัวเอง… ข้าไม่ได้มาเพื่อชนะท่านประมุข แต่ข้ามาเพื่อทำลายความเงียบที่ขวางกั้นเราไว้”
เขาสะบัดแขนเสื้อ อักขระสีทองอร่ามพุ่งออกไปปักลงบนมุมทั้งสี่ของห้องโถง ค่ายกลที่เขาวางไว้เริ่มทำงาน มันไม่ใช่ค่ายกลโจมตี แต่มันคือ ‘ค่ายกลเปิดเผยจิต’
แสงสีขาวบริสุทธิ์สว่างวาบขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามของประมุขพรรคมารที่พยายามต้านทานพลังของอักขระ ภาพในความทรงจำของทุกคนเริ่มฉายชัดขึ้นบนกำแพงหิน เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน วันที่เกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้สองพรรคต้องกลายเป็นศัตรู
ประมุขพรรคมารชะงักงันเมื่อเห็นภาพที่ถูกเผยออกมา มือที่ถือดาบเริ่มสั่นเทา “เจ้า… เจ้าไปเอาภาพเหล่านี้มาจากไหน!”
“ความจริงไม่เคยหายไปไหนครับท่านประมุข มันแค่รอเวลาที่เหมาะสมที่จะถูกเปิดเผย” หลินเทียนกล่าวขณะที่โล่อักขระเริ่มจางหายไป “ท่านถูกหลอกใช้มานานเกินไปแล้ว”
ขณะที่สถานการณ์กำลังจะเริ่มคลี่คลาย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังมาจากเงามืดด้านหลังของประมุขพรรคมาร เงาร่างหนึ่งก้าวออกมา เป็นชายวัยกลางคนในชุดนักพรตสีเทาที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่
“เจ้าทำได้ดีมาก หลินเทียน… ที่ช่วยขุดรากถอนโคนความลับที่ข้าฝังไว้มานานนับปี” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะชี้นิ้วมาที่หลินเทียน “แต่น่าเสียดายที่วันนี้ เจ้าต้องตายที่นี่พร้อมกับประมุขพรรคมารผู้นี้”
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นหินที่ทุกคนยืนอยู่กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวที่หลินเทียนสร้างขึ้นเมื่อครู่เริ่มขยายตัวออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับไอพลังมหาศาลที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากเบื้องล่าง พื้นถ้ำที่ควรจะเป็นหินแข็งกลับกลายเป็นเหมือนกับกรงขังที่กำลังพังทลายลง หลินเทียนเหลือบมองเหมยลี่ที่เบิกตากว้างด้วยความตระหนก ก่อนที่เขาจะคว้ามือของนางไว้แน่น
“เกาะข้าให้มั่น” หลินเทียนตะโกนแข่งกับเสียงหินถล่ม “สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องของสองพรรคแล้ว แต่เป็นบางสิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้ที่แห่งนี้มานานกว่าพันปี!”
แสงสีแดงฉานพุ่งขึ้นจากรอยแยกใต้ฝ่าเท้าของทั้งสามคน เผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง เป็นดวงตาที่ทำให้แม้แต่ประมุขพรรคมารผู้ทรนงยังต้องหน้าถอดสีไปในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเทียนมาจนถึงตอนนี้นะครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 18
รอยร้าวแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!