"หากท่านผู้อาวุโสเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของตนถึงเพียงนี้ ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องปฏิเสธการลงอาคมตรวจจิตมิใช่หรือครับ?"
เสียงของหลินเทียนราบเรียบ ทว่ากังวานดุจคมกระบี่ที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในโถงประชุมมหาเมฆา ผู้อาวุโสจางลู่ ซึ่งเคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักกับอาจารย์ของหลินเทียนเมื่อหลายทศวรรษก่อน ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะเสียงต่ำ ใบหน้าที่ดูซื่อตรงกลับปรากฏรอยกระตุกที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด
"หลินเทียน... เจ้าเพิ่งฟื้นจากนิทราที่ยาวนาน สติสัมปชัญญะอาจยังไม่สมบูรณ์ดี ถึงกับกล้ากักตัวผู้อาวุโสด้วยค่ายกลชั้นต่ำเช่นนี้เชียวหรือ? การลบหลู่ผู้อาวุโสเช่นนี้ หากประมุขพรรครู้เข้า เจ้าคิดว่าตนจะยังมีที่ยืนในสำนักอีกหรือ"
เหมยลี่ที่ยืนพิงเสาหินอยู่ด้านหลังขยับกายเล็กน้อย มือของนางวางอยู่บนด้ามกระบี่ตลอดเวลา ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่รอยปื้นสีดำจางๆ ที่ซ่อนอยู่หลังใบหูของจางลู่ นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายไอปีศาจที่พยายามกดทับไว้ด้วยลมปราณเซียน แต่มันไม่ได้แนบเนียนพอสำหรับคนที่เติบโตมาในพรรคมารเช่นนาง
"ที่ยืนของข้าน่ะหรือครับ?" หลินเทียนเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายช้าๆ ปลายนิ้วแตะที่อากาศเบาๆ อักขระสีทองโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศประหนึ่งโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่ค่ายกลชั้นต่ำ แต่มันคือ 'ข่ายอาคมสัจจะพิพากษา' ที่เขาสร้างขึ้นจากความทรงจำในชาติภพที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนยุคนี้จะเข้าใจ "ถ้าที่ยืนของสำนักต้องแลกมาด้วยการซ่อนเร้นทูตมารไว้ในเงาของผู้อาวุโส ข้าว่าสำนักนี้ก็คงไม่จำเป็นต้องมีที่ยืนให้คนจำพวกนั้นหรอกครับ"
จางลู่หน้าเปลี่ยนสี "เจ้า! เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า!"
"ข้าไม่ได้ใส่ร้ายครับ ข้าเพียงแต่กำลัง 'พิสูจน์'" หลินเทียนดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เสียงกังวานใสราวกับแก้วแตกกระจายดังก้องไปทั่วโถง อักขระสีทองรอบตัวจางลู่หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นลมพายุขนาดย่อม ไอปีศาจสีม่วงอมดำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ลมปราณเซียนของจางลู่ถูกกระชากออกมาอย่างรุนแรงจนเห็นเป็นรูปร่างของอสรพิษหมอกที่เกาะกินอยู่บนหัวไหล่ของเขา
เหมยลี่เบิกตากว้าง "นั่นมัน... คัมภีร์หมอกโลหิตแห่งพรรคมารชั้นต่ำ! เจ้าจางลู่ เจ้าขายวิญญาณให้พวกมันตั้งแต่เมื่อไหร่!"
จางลู่แผดเสียงหัวเราะลั่น ความอดทนสุดท้ายขาดสะบั้น เขาซัดฝ่ามือออกไปหวังปลิดชีพหลินเทียน ทว่าในจังหวะที่ฝ่ามือจะถึงตัว อักขระบนพื้นกลับส่องประกายวาบ พลังโจมตีของเขาถูกดูดหายเข้าไปในช่องว่างมิติราวกับน้ำหยดลงในมหาสมุทร หลินเทียนไม่ได้แม้แต่จะกะพริบตา เขากลับยืนมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช
"พลังของท่านรุนแรงขึ้นมากครับ ตั้งแต่ได้รับ 'ของขวัญ' จากฝั่งนั้นมา แต่น่าเสียดาย... อักขระของข้าเน้นการแปรธาตุ ไม่ใช่การต้านรับ หากท่านส่งพลังมารมาให้ข้า ข้าก็แค่เปลี่ยนมันเป็นโซ่ตรวนให้ท่านแน่นหนายิ่งขึ้นเท่านั้น"
ร่างของจางลู่ทรุดลงกับพื้นเมื่อพลังมารที่เคยหนุนเสริมถูกกัดกินจนหมดสิ้น เขาหอบหายใจรวยริน ดวงตาสีขุ่นมัวจ้องมองหลินเทียนด้วยความอาฆาต "แก... แกมันตัวอันตราย หลินเทียน! เจ้าคิดว่าจัดการข้าคนเดียวแล้วทุกอย่างจะจบหรือ? พวกเขา... พวกเขามาถึงที่นี่แล้ว! พวกเขาจะทำให้เจ้าเห็นว่า สิ่งที่เจ้าพยายามปกป้องนั้นช่างไร้ค่าเพียงใด!"
หลินเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ เขาหันไปมองเหมยลี่ แต่นางกลับนิ่งค้างไป สายตาของนางเหม่อลอยเหมือนคนถูกสะกดจิต
"เหมยลี่?" หลินเทียนเรียกเสียงต่ำ
ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นธูปประหลาดก็อบอวลไปทั่วโถง ผนังหินที่เคยแน่นหนากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามพังทลายมิติเข้ามาจากภายนอก เหมยลี่หันมาหาเขา ช้าๆ... ใบหน้าของนางว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก มือที่เคยจับกระบี่กลับชักมันออกมาแล้วพุ่งเป้ามาที่คอหอยของหลินเทียนโดยไม่ลังเล
"นายท่าน... ท่านช่างน่าสงสารเหลือเกิน" เสียงของเหมยลี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงของนาง แต่เป็นเสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบประหนึ่งมาจากขุมนรก "เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังไล่ล่าหนูตัวเดียว แต่หารู้ไม่ว่า เจ้ากำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่พวกเราเตรียมไว้ให้เจ้าตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาแล้ว"
เหมยลี่ฟันกระบี่ลงมาอย่างอำมหิต หลินเทียนเบี่ยงตัวหลบได้ฉิวเฉียดแต่กระแสลมจากกระบี่ก็ตัดผ่านอาภรณ์ของเขาจนขาดวิ่น เลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นหินอักขระที่เขาวาดไว้ ทันใดนั้น อักขระสีทองก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทุกอย่างรอบตัวบิดเบี้ยว กลายเป็นมิติกระจกเงาที่ซ้อนทับกันนับพันภาพ
จางลู่ที่ล้มอยู่กับพื้นหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่ง "ยินดีต้อนรับสู่ 'ค่ายกลปิดตายไร้ลักษณ์' หลินเทียน! คราวนี้... ไม่มีทางที่เจ้าจะกางกลไกใดๆ ได้อีกต่อไป เพราะต่อให้เจ้าเก่งกาจแค่ไหน เจ้าก็ไม่อาจเอาชนะ 'ตนเอง' ในกระจกเงาได้!"
เงาร่างของหลินเทียนค่อยๆ ก้าวออกมาจากกระจกเงาทุกบานที่รายล้อมอยู่ รอบโถงประชุมเต็มไปด้วยหลินเทียนนับร้อยคนที่ถือกระบี่และอักขระในมือท่าทางคล้ายกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เงาทั้งหมดจะยิ้มออกมาพร้อมกัน... เป็นรอยยิ้มที่อำมหิตจนเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับ "เซียนอักขระพลิกสวรรค์" ในตอนนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพจะตั้งใจรังสรรค์ตอนต่อไปให้ท่านอ่านจนวางไม่ลงอย่างแน่นอนครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 17
หักเหลี่ยมเซียนทรยศ
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!