"เจ้าจะทำลายกฎเกณฑ์ที่บรรพชนสั่งสมมานานนับพันปีงั้นหรือหลินเทียน? การเขียนยันต์โดยไร้กระดาษ... มันมิใช่การท้าทายสวรรค์ แต่คือการฆ่าตัวตายชัดๆ!"
เหมยลี่ขว้างกระบี่ในมือลงบนพื้นดินอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น เธอหอบหายใจถี่ สายตาที่เคยเด็ดเดี่ยวบัดนี้ฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด มือที่กำกระบี่จนขึ้นข้อขาวสั่นเทาเล็กน้อย ความเป็นห่วงที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดบุตรสาวประมุขพรรคมาร บัดนี้มันหลั่งไหลออกมาผ่านแววตาที่จ้องมองชายหนุ่มเบื้องหน้า
หลินเทียนไม่ตอบโต้ทันที เขานั่งนิ่งอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพังแห่งหอคัมภีร์ต้องห้าม รอบกายเขามีเพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับอย่างแช่มช้าในอากาศ ราวกับกำลังลากเส้นผ่านสายน้ำที่มองไม่เห็น เส้นสายพลังปราณสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นชั่วขณะก่อนจะแตกสลายไปเหมือนฟองอากาศที่กระทบแสงแดด
"ความตายมิได้อยู่ที่การท้าทายกฎเกณฑ์ เหมยลี่..." หลินเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับเขากำลังวิเคราะห์ตำราอาหาร มิใช่การฝืนลิขิตสวรรค์ "แต่มันอยู่ที่การยึดติดกับกรอบที่ผู้อื่นขีดไว้ให้ หากกระดาษยันต์เปรียบเสมือนกรงขัง แล้วเหตุใดจิตวิญญาณของเซียนอักขระต้องยอมจำนนต่อเศษกระดาษเหล่านั้นด้วยเล่า?"
เขาลุกขึ้นยืน ช้าๆ และมั่นคง แววตาของเขาไม่ได้มีความโอ้อวดแม้แต่น้อย แต่มันมีความลึกซึ้งดั่งห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง เขายกนิ้วชี้ขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้ใช้กำลังปราณที่ดุดัน แต่กลับเป็นความละเอียดอ่อนที่ผสานเข้ากับมวลอากาศโดยรอบ
เหมยลี่ชะงัก เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น แต่มันไม่ใช่แรงกดดันจากพลังทำลายล้าง ทว่าเป็นพลังที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว อักขระตัวแรกถูกเขียนขึ้นกลางอากาศ—มันมิใช่สีแดงชาดจากเลือดสัตว์อสูร แต่มันคือสีฟ้าครามที่ส่องสว่างเรืองรองจากภายใน
"เจ้ากำลังทำอะไร..." เสียงของเหมยลี่แผ่วลง ความตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นความทึ่ง
"ข้ากำลังเรียนรู้ที่จะสื่อสารกับอากาศธาตุ" หลินเทียนกล่าวพลางขยับนิ้วอย่างคล่องแคล่ว อักขระตัวที่สองและสามปรากฏซ้อนทับกันเป็นโครงข่ายค่ายกลขนาดจิ๋วที่ลอยคว้างอยู่เบื้องหน้า อากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน เสียงหวีดหวิวเบาๆ คล้ายเสียงดนตรีจากแดนไกลดังขึ้น "เมื่อไม่มีกระดาษเป็นสื่อกลาง ข้าก็ต้องใช้ 'จิต' เป็นสื่อแทน หากใจข้าว่างเปล่าไร้ซึ่งกิเลส อักขระยันต์ย่อมไร้ลักษณ์ หากใจข้าคือหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ยันต์นี้ย่อมไร้พ่าย"
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะผนึกอักขระตัวสุดท้ายเพื่อสมบูรณ์แบบค่ายกล พลังงานรอบตัวกลับผันผวนอย่างรุนแรง ลมหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นรอบร่างของหลินเทียน เผยให้เห็นรอยสักประหลาดที่ข้อมือซ้ายของเขาซึ่งกำลังส่องแสงสีดำสนิทออกมา มันคือผนึกที่เขามักจะปกปิดไว้เสมอ
"หลินเทียน! เจ้าควบคุมมันไม่ได้แล้ว ถอยออกมา!" เหมยลี่พุ่งตัวเข้ามาหมายจะฉุดแขนเขา แต่กลับถูกแรงผลักมหาศาลจากค่ายกลไร้ลักษณ์เหวี่ยงกระเด็นออกไป
หลินเทียนกัดฟันแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากข้อมือเข้าสู่หัวใจ ราวกับมีโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกำลังพยายามรั้งเขาไว้ไม่ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้ "ข้า... จะไม่ยอมเป็นเพียงหมากในกระดานของโชคชะตา" เขาเค้นเสียงออกมาผ่านไรฟัน นิ้วชี้ที่สั่นเทาขีดเขียนเส้นสุดท้ายลงไปในความว่างเปล่าด้วยเจตจำนงทั้งหมดที่มี
ทันใดนั้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง แรงกดดันมหาศาลสลายไปในพริบตา เหลือเพียงความมืดมิดที่ค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงอักขระตัวหนึ่งที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ—มันไม่มีสี ไม่มีรูปทรงที่ชัดเจน แต่มันกลับแผ่ซ่านไอพลังที่ทำให้แม้แต่ยอดฝีมือระดับเซียนยังต้องสั่นสะท้าน
เหมยลี่ยันกายลุกขึ้น มองดูอักขระนั้นด้วยความตระหนก "เจ้าทำสำเร็จ... ยันต์ไร้ลักษณ์?"
หลินเทียนหอบหายใจแรง ใบหน้าซีดเผือด แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระจ่างแจ้ง "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เหมยลี่... แต่ดูเหมือนว่า การมีอยู่ของข้าในตอนนี้ จะไปรบกวนบางสิ่งที่เฝ้ามองอยู่บนฟ้าเสียแล้ว"
เขามองไปยังทิศทางทิศตะวันออก ที่ซึ่งท้องฟ้าควรจะเป็นยามสนธยา แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด และท่ามกลางความผิดปกตินั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า—ไม่ใช่คนธรรมดา แต่มันคือทูตพิทักษ์กฎสวรรค์ที่ห่อหุ้มด้วยเกราะสีเงินวาววับ ผู้ซึ่งถือครองอาญาสิทธิ์แห่งสรวงสวรรค์
"หลินเทียน ผู้ละเมิดกฎแห่งอักขระโบราณ..." เสียงที่ทรงอำนาจดังดุจฟ้าผ่าสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา "เจ้าบังอาจจารึกนามของตนเองลงในกฎเกณฑ์ที่สวรรค์ไม่อนุญาต... ถึงเวลาที่เจ้าต้องรับโทษทัณฑ์แห่งการสูญสิ้นจิตวิญญาณ"
เหมยลี่ชักกระบี่ออกมาทันที แต่ทูตสวรรค์ผู้นั้นเพียงแค่ปัดมือเบาๆ ร่างของเหมยลี่ก็ถูกตรึงไว้กับหินผาด้วยโซ่ตรวนพลังงานสีขาว หลินเทียนมองสถานการณ์ที่พลิกผันด้วยความสงบ แต่ในใจเขากลับรับรู้ได้ถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด—ทูตสวรรค์ผู้นี้ มิได้มาเพื่อทำลายเขา แต่มันกลับคุกเข่าลงเบื้องหน้าอักขระไร้ลักษณ์ที่เขาเพิ่งเขียนขึ้น
"นายท่าน... ในที่สุด ท่านก็กลับมาตื่นเสียที"
หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับหลินเทียนนะครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 16
ยันต์ไร้ลักษณ์
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!