เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 15

สมรภูมิทะเลเพลิง

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"เจ้าจะให้ข้ายืนดูคนของพรรคมารตายไปมากกว่านี้หรืออย่างไร หลินเทียน!" เสียงตวาดของเหมยลี่แหบพร่าด้วยโทสะและหยาดเลือดที่ซึมออกมาจากบาดแผลที่หัวไหล่ กระบี่ในมือของนางสั่นระริก กลิ่นไหม้ของเนื้อมนุษย์และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วหุบเขาเพลิงอเวจีทำให้บรรยากาศตรงหน้ากลายเป็นนรกบนดินอย่างแท้จริง หลินเทียนไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่กวาดสายตามองฝูงอสูรเงาที่พุ่งทะลุเปลวเพลิงเข้ามาเหมือนแมลงวันที่ได้กลิ่นซากศพ ในมือของเขาไม่มีอาวุธ มีเพียงพู่กันปลายพู่กันทำจากขนสัตว์อสูรชั้นสูงที่เปียกชุ่มด้วยโลหิตของเขาเอง เขาไม่ได้กำลังตื่นตระหนก แต่ในสมองของเขากำลังหมุนวนด้วยสมการของพลังธาตุที่ซับซ้อนเกินกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปจะจินตนาการถึง "ข้าไม่ได้ให้เจ้าดูเหมยลี่" หลินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่จุดศูนย์กลางของมวลเพลิงที่บิดเบี้ยว "ข้าแค่กำลังรอจังหวะที่หัวใจของค่ายกลอสูรจะเปิดเผยตัวออกมา การสู้ด้วยกำลังในดงเพลิงนรกนี้มีแต่จะเสียเปรียบ เราต้องเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้เป็นดินแดนที่พวกมันไม่อาจย่างกราย" เขากระแทกปลายพู่กันลงบนพื้นหินที่แตกร้าว อักขระสีครามเรืองรองดั่งดวงดาวพุ่งทะลุลงไปใต้ดิน ราวกับรากไม้ที่ชอนไชเพื่อวางโครงข่ายของค่ายกลน้ำแข็งมหาศาล ทันใดนั้น ความร้อนระอุที่แผดเผาผิวหนังก็เริ่มเย็นเยียบลงอย่างผิดธรรมชาติ เหล่าอสูรเงาที่กำลังกระโจนเข้าใส่พลันชะงักงัน เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องไปทั่วหุบเขาเมื่อละอองหิมะสีขาวสะอาดตาเริ่มร่วงหล่นลงมาท่ามกลางกองเพลิง น้ำแข็งสีครามที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วไม่ได้เพียงแค่แช่แข็งร่างกายของพวกมัน แต่เป็นน้ำแข็งที่สกัดกั้นพลังปราณและดับสูญพลังชีวิตในระดับที่ลึกซึ้งที่สุด "เจ้าจะบ้าหรือหลินเทียน! พลังของเจ้า... ถ้าใช้ค่ายกลระดับนี้ในสภาวะที่ไร้ปราณหนุนนำ เจ้าจะถูกมันสูบกินวิญญาณเอา!" เหมยลี่ตวาด พยายามก้าวเข้ามาหาเขา แต่ถูกไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวหลินเทียนผลักให้ถอยหลัง หลินเทียนไม่ได้ฟังคำทัดทาน ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนเกือบโปร่งแสง เม็ดเหงื่อที่ไหลรินกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งทันทีที่กระทบพื้น เขาค่อยๆ ขีดเขียนอักขระสุดท้ายลงบนอากาศ กลางอกของเขาสั่นสะท้านราวกับจะระเบิดออก "ค่ายกลเหมันต์ผลาญสวรรค์... เปิด!" คลื่นความเย็นมหาศาลซัดสาดราวกับสึนามิที่แปรเปลี่ยนจากน้ำเป็นน้ำแข็งก้อนยักษ์ มันกลืนกินฝูงอสูรเงาที่เหลืออยู่ให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในชั่วพริบตา กองทัพที่ดูเหมือนไร้พ่ายถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยความเยือกเย็นที่แม้แต่เปลวเพลิงของอเวจีก็ไม่อาจละลายได้ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่สมรภูมิ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่เสียดแทงแก้วหู หลินเทียนทรุดลงกับพื้น ลมหายใจของเขาแผ่วเบาจนแทบมองไม่เห็น เหมยลี่รีบประคองเขาไว้ ดวงตาของนางสั่นไหวด้วยความสับสนและเป็นกังวลอย่างปิดไม่มิด "เจ้าทำทำไม... แลกกับชีวิตของตัวเองเพื่อพรรคมารที่เคยคิดจะฆ่าเจ้าเนี่ยนะ?" นางถามเสียงเครือ หลินเทียนฝืนยิ้ม มุมปากมีเลือดสีคล้ำไหลซึม เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บัดนี้ถูกเมฆหมอกน้ำแข็งบดบังจนมืดมิด เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับคว้าข้อมือของเหมยลี่ไว้แน่น สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาดำที่ปรากฏขึ้นที่ขอบหน้าผาสูงชัน ร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างนั้นไม่ใช่ศัตรูที่พวกเขาคาดคิด แต่มันคือตราประทับบนอกของคนผู้นั้น... ตราประทับเดียวกับที่หลินเทียนเห็นในฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอดชีวิต "ไม่ใช่พรรคมารเหมยลี่..." หลินเทียนกระซิบผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา "แต่ข้ากำลังรอคนผู้นี้มาตลอด... คนที่ผนึกความจำและชะตาชีวิตของข้าเอาไว้" ร่างในชุดคลุมทองก้าวลงมาจากหน้าผาอย่างแช่มช้า ทุกย่างก้าวที่เขาวางลง ผืนน้ำแข็งที่หลินเทียนสร้างขึ้นกลับแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเศษกระจกที่ไร้ความหมาย ชายผู้นั้นหยุดลงตรงหน้าคนทั้งสอง ใบหน้าภายใต้หน้ากากครึ่งซีกเผยให้เห็นเพียงดวงตาที่เย็นชาและทรงอำนาจจนคนมองแทบจะสิ้นสติ "เจ้าทำได้ดีมาก หลินเทียน" ชายผู้นั้นกล่าวด้วยเสียงที่ก้องกังวานดั่งเสียงสวรรค์พิพากษา "แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง... อักขระที่เจ้าใช้น่ะ มันคือพลังที่ข้าเป็นคนสอนเจ้าเอง ในตอนที่เจ้ายังเป็นแค่เด็กน้อยผู้โง่เขลาในวังวนแห่งวัฏสงสาร" มือของชายผู้นั้นยื่นออกมา แสงสีทองสว่างวาบขึ้นจนเหมยลี่ต้องเบือนหน้าหนี ทันใดนั้น เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าก็ดังก้องในหัวของหลินเทียน ความทรงจำที่เขาเคยถูกผนึกไว้เริ่มทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก เขารู้แล้วว่าทำไมเขาถึงถนัดค่ายกลนัก เพราะตัวเขาเองไม่ใช่เพียงแค่ผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดา แต่เขาคือหมากตัวสำคัญที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายล้างดินแดนนี้ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเกิดมาด้วยซ้ำ "เจ้าไม่ได้มาเพื่อช่วยข้า" หลินเทียนเค้นเสียงออกมาพร้อมกับเลือดที่พุ่งออกจากปาก "แต่เจ้ามาเพื่อเก็บเกี่ยว... พลังที่ข้าใช้ไปทั้งหมดกำลังไหลกลับไปหาเจ้าสินะ" ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของหลินเทียน "ถูกต้องแล้ว... บัดนี้ถึงเวลาที่หมากตัวนี้จะต้องกลับไปสู่กระดานที่แท้จริงเสียที เตรียมตัวให้พร้อม เพราะสิ่งที่เจ้าทำในวันนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่จะกลืนกินทั้งภพเซียนและโลกมนุษย์ไปพร้อมกัน" ท่ามกลางเศษน้ำแข็งที่ปลิวว่อน เงาร่างของหลินเทียนเริ่มจางหายไปในแสงสีทองนั้น ทิ้งไว้เพียงเหมยลี่ที่กรีดร้องเรียกชื่อเขาด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมสมรภูมิที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตการณ์มาได้เพียงครู่เดียว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักขระและค่ายกลที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งลิขิตฟ้าในบทนี้นะครับ หมึกทองคำข้ามภพครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%