"หุบปากของเจ้าเสีย ก่อนที่ข้าจะทำให้มันกลายเป็นรูโหว่ที่ไร้เสียงไปตลอดกาล"
เสียงของหลินเทียนราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนกดทับบรรยากาศภายในห้องโถงให้หนักอึ้งราวกับภูเขาห้าขุนเขาพุ่งลงมากดทับ อี้เหวิน หนึ่งในยอดฝีมือที่โอ้อวดตนว่าอยู่จุดสูงสุดของขอบเขตราชันเซียนกระแทกฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมจนแตกละเอียด ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้ยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลัก
"หลินเทียน! เจ้ามันก็แค่เศษสวะที่อาศัยบารมีของพรรคมาร อย่าคิดว่าการวางอักขระขยะพรรค์นั้นจะทำให้เจ้ามีที่ยืนในยุทธภพได้!" อี้เหวินคำราม พลังปราณสีครามพุ่งทะยานออกมาจากร่างเตรียมจะพุ่งเข้าสังหาร
เหมยลี่ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างขยับกระบี่เพียงเล็กน้อย เสียงเหล็กกระทบฝักกระบี่ดัง 'กริ๊ก' แผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของทุกคนราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย "ใครก็ตามที่กล้าชักอาวุธใส่เขา... จงเตรียมตัวรับคมกระบี่ของข้าไว้ให้ดี"
หลินเทียนยกมือห้ามเหมยลี่ไว้เบาๆ เขาไม่ได้หันไปมองอี้เหวินด้วยซ้ำ แต่กลับก้มลงมองเศษซากโต๊ะที่แตกละเอียด พลางใช้นิ้วเรียวยาววาดลากเส้นสายบางอย่างลงบนอากาศกลางความว่างเปล่า
"เจ้าบอกว่าอักขระของข้าเป็นขยะอย่างนั้นหรือ?" หลินเทียนเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความหยันเหยียดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกสันหลัง "คนโง่มักตัดสินสิ่งที่ตนไม่เข้าใจด้วยคำพูดที่ไร้ค่าเสมอ แต่น่าเสียดาย... ความโอหังของเจ้าในวันนี้ จะกลายเป็นกรงขังที่เจ้าไม่มีวันหลุดออกมาได้ตลอดกาล"
ทันทีที่เขาสะบัดนิ้ว ลมปราณสายหนึ่งพุ่งลงสู่พื้นห้อง อักขระสีทองคำจางๆ ปรากฏขึ้นทั่วอาณาบริเวณ ล้อมรอบอี้เหวินและพรรคพวกที่กำลังยืนห้อมล้อมอยู่ภายในพริบตา
อี้เหวินหัวเราะร่า "ค่ายกลกักขังงั้นหรือ? มุกตื้นๆ! ข้าจะทำลายมันให้ดู!" เขาเร่งพลังปราณจนถึงขีดสุดหมายจะระเบิดค่ายกลทิ้ง แต่ทว่า... ยิ่งเขาใช้แรงมากเท่าใด พื้นที่รอบกายเขากลับยิ่งบีบอัดเล็กลงจนเขารู้สึกได้ว่าอากาศเริ่มหายากขึ้น
"นี่ไม่ใช่ค่ายกลกักขัง" หลินเทียนเดินวนรอบวงล้อมนั้นอย่างใจเย็น มือไขว้หลัง สายตามองดูคนเหล่านี้ดิ้นรนราวกับแมลงในขวดโหล "นี่คือ 'ค่ายกลกระจกเงาหัวใจ' ยิ่งเจ้าใช้แรงต้านมากเท่าใด สิ่งที่เจ้าทุ่มลงไป จะสะท้อนกลับมาเป็นน้ำหนักกดทับร่างของเจ้าเอง เจ้าอยากดูถูกข้าด้วยพลังใช่ไหม? งั้นก็ลองสัมผัสพลังของเจ้าเองดูให้พอใจเถิด"
เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น อี้เหวินทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทา พลังปราณที่เขาหวังจะใช้เผด็จศึกหลินเทียน บัดนี้กลับย้อนกลับมาทุบตีเส้นชีพจรของตนเองจนปวดร้าวราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง
"ข้าขอโทษ... ได้โปรด... หยุดเถิด!" อี้เหวินกัดฟันกรอด ความทระนงตัวมลายหายสิ้นไปเหลือเพียงความหวาดกลัวต่อบุรุษผู้ไม่มีท่าทีจะใช้กำลังแม้แต่น้อย
"การขอโทษเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่มีจุดยืน" หลินเทียนหยุดเดิน เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของอี้เหวิน "แต่ในยุทธภพ... คำขอโทษแลกเปลี่ยนได้เพียงลมปาก หากเจ้าต้องการชีวิต กลับไปบอกนายของเจ้าว่า กุญแจดอกนี้ข้าจะเก็บไว้จนกว่าจะได้พบกับ 'คนในเงามืด' ที่ฝากดาบนั่นมาให้ข้า"
ทันทีที่สิ้นเสียง ค่ายกลก็คลายออก อี้เหวินล้มฟุบลงกับพื้นหอบหายใจอย่างหนัก หลินเทียนหันหลังกลับเตรียมก้าวออกไปจากห้องโถง แต่ในจังหวะนั้นเอง สายลมที่เย็นเยียบจนผิดปกติก็พัดผ่านเข้ามา พร้อมกับกลิ่นอายเลือดที่คุ้นเคย
ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างเงาดำในชุดคลุมสีเทาเข้มก้าวเข้ามา ทุกก้าวที่เดินผ่านทำให้เปลวเทียนในห้องโถงดับลงทีละดวงๆ หลินเทียนหยุดชะงัก สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์รูปจันทร์เสี้ยวที่ประทับอยู่บนแขนเสื้อของผู้มาใหม่
"เจ้าบอกว่าจะเก็บมันไว้จนกว่าจะได้พบข้า... งั้นเจ้าคงดีใจสินะ ที่การพบกันครั้งนี้ เร็วกว่าที่เจ้าคาดไว้มาก"
เงามืดนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ประตู แต่กลับหายวับไปราวกับภูตผี ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นข้างหูของหลินเทียน พร้อมกับคมดาบเล่มเดิมที่ปักอยู่บนโต๊ะเมื่อครู่ มาจ่ออยู่ที่คอหอยของเขาในเสี้ยววินาที
"แต่เสียใจด้วยนะหลินเทียน... ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาแค่กุญแจ แต่ข้ามาเพื่อเอาหัวใจของเจ้าด้วย"
หมึกทองคำข้ามภพขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมนะครับหวังว่าจะติดตามกันต่อไปในตอนหน้าครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 13
บทเรียนของผู้เย่อหยิ่ง
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!