“ถ้าข้าเป็นพวกท่าน ข้าจะเลิกเสียเวลามาถกเถียงเรื่องศักดิ์ศรี แล้วหันไปดูว่ารอยร้าวบนตราประทับประตูมิติสีครามนั้น เริ่มลามไปถึงไหนแล้ว”
เสียงเรียบเรื่อยของหลินเทียนดังขึ้น ท่ามกลางโถงประชุมที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของเหล่าจอมยุทธ์ผู้มีชื่อเสียงนับสิบชีวิต สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมาที่เขามิใช่ความชื่นชม แต่เป็นความสมเพชและรังเกียจราวกับเขากำลังบังอาจหายใจร่วมอากาศเดียวกับพวกเขา
“เจ้าเป็นใคร? สวะที่พลังปราณยังไม่ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณระดับสามด้วยซ้ำ กล้าดียังไงมาแทรกกลางการประชุมสมาพันธ์ผู้กล้า!” เสียงตะคอกจาก ‘จ้าวหมิง’ ผู้นำตระกูลกระบี่อัคคีแผดก้อง โต๊ะไม้แกะสลักสั่นสะเทือนด้วยไอสังหารที่เขากดทับลงมาหวังจะให้ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้น
หลินเทียนเพียงแค่ขยับนิ้วชี้เบาๆ ลงบนโต๊ะไม้ ลวดลายอักขระที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าถูกดีดออกไปดั่งสายลม ปะทะเข้ากับไอสังหารมหาศาลนั้นจนสลายตัวหายไปราวกับควันไฟในสายน้ำ หลินเทียนยังคงนั่งนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตาคมปลาบดั่งห้วงดึกสงัด
เหมยลี่ที่ยืนพิงเสาหินอยู่ด้านหลังกอดอกแน่น แววตานางฉายความเย็นชาขณะที่มือเรียวสวยแตะอยู่บนฝักกระบี่ นางไม่ได้กล่าวอะไร แต่เพียงการปรากฏตัวของนางที่แผ่กลิ่นอายของพรรคมารออกมาจางๆ ก็ทำให้จ้าวหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง
“ข้ามาที่นี่ตามคำเชิญของตราสัญลักษณ์ที่พวกท่านภาคภูมิใจนักหนา” หลินเทียนหยิบเหรียญตราโลหะเก่าคร่ำคร่าออกจากอกเสื้อ วางลงบนโต๊ะกลางห้อง มันคือตราสัญลักษณ์ของตระกูลที่ถูกลบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ตราที่เขาเพิ่งได้รับรู้ในบทก่อนว่ามันคือ ‘กุญแจ’ ดอกเดียวที่จะปลดผนึกค่ายกลดาราที่พวกท่านกำลังพยายามทำลายทิ้งด้วยกำลังดุจควายถึก
“ตราตระกูลจ้าว... นี่เจ้าเป็นคนของตระกูลทรยศที่หนีการกวาดล้างเมื่อสิบปีก่อนงั้นรึ!” จ้าวหมิงแค่นยิ้ม เยาะหยัน “สมาพันธ์ผู้กล้ามีไว้เพื่อผดุงคุณธรรม ไม่ใช่ที่พักพิงของสวะที่สืบเชื้อสายมาจากพวกกบฏ”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นรอบห้อง หลินเทียนไม่ได้โกรธเคือง สีหน้าของเขายังคงราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่แผนผังค่ายกลขนาดใหญ่ที่ปูอยู่บนพื้นหินใจกลางโถง
“พวกท่านเรียกสิ่งนี้ว่าค่ายกลคุ้มครองพยัคฆ์สวรรค์ แต่ที่พวกท่านเห็นเป็นเพียงเปลือกนอก” หลินเทียนก้มลง ใช้ปลายนิ้วแตะไปยังจุดอับของอักขระ “ตำแหน่งนี้ต้องวางศิลาปราณหกเม็ดมิใช่เจ็ด หากวางเจ็ดตามตำราที่พวกท่านยึดถือ พลังงานจะตีกลับและสร้างรูโหว่ขนาดใหญ่ที่จุดศูนย์กลาง... และนั่นคือสิ่งที่พวกท่านกำลังจะทำในคืนจันทร์ดับนี้”
“หุบปาก!” ชายชราอีกคนในสมาพันธ์กระแทกไม้เท้าลงพื้น “เจ้าเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า เจ้าจะมาสั่งสอนปรมาจารย์ค่ายกลอย่างพวกข้าด้วยปราณระดับสามงั้นรึ? ออกไปเสีย ก่อนที่ข้าจะให้คนตัดลิ้นเจ้าทิ้ง!”
หลินเทียนหันไปสบตาเหมยลี่ นางพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาข้างกายเขา กลิ่นอายความตายของนางเริ่มแผ่ซ่านกดดันบรรยากาศจนเหล่ายอดฝีมือต้องรีบกุมอาวุธไว้แน่น
“ข้าไม่ได้มาเพื่อขอร้องให้พวกท่านยอมรับ” หลินเทียนกล่าวเสียงเย็น “ข้ามาเพื่อเตือนว่า หากค่ายกลนี้ล้มเหลว พลังความมืดที่พวกท่านพยายามปิดตายจะหลุดรอดออกมา และสิ่งแรกที่จะถูกสังเวย มิใช่พรรคมารของนาง แต่มิใช่ตัวข้า... แต่เป็นพวกท่านที่ยืนอยู่บนเส้นทางแห่งความทะนงตนนี้เอง”
เขาสะบัดชายเสื้อแล้วหันหลังเดินออกจากโถงประชุมทันที โดยไม่เหลียวกลับมามองกลุ่มผู้กล้าที่กำลังเดือดดาลด้วยความอับอายและโทสะ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังก้าวพ้นธรณีประตู เสียงกระซิบแผ่วเบาจากเงามืดที่มุมห้องก็ทำให้เขาทุกคนต้องหยุดชะงัก มันเป็นเสียงที่แหบพร่าราวกับเสียงของคนที่ตายไปนานแล้ว
“ศิษย์สำนักจ้าว... ตราในมือเจ้า... ทำไมถึงมีรอยเลือดที่ยังไม่แห้งสนิทล่ะ?”
หลินเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาของเขาหรี่ลงเป็นเส้นตรง เมื่อเขาก้มลงมองเหรียญตราในมือ ปรากฏว่าโลหะที่ควรจะเย็นเฉียบ กลับร้อนระอุจนเกิดควันสีดำจางๆ ออกมา และรอยเลือดรูปอักขระประหลาดก็เริ่มเด่นชัดขึ้นบนผิวเหรียญ ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากภายนอกประตู
ประตูบานยักษ์ของโถงประชุมที่ควรจะปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงมหาศาลที่มองไม่เห็น พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ และเงาร่างสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากตราในมือของหลินเทียนที่ส่องสว่างขึ้นดั่งดวงตาของปีศาจร้าย...
การประชุมที่เต็มไปด้วยคำดูถูกแปรเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในชั่วพริบตา เมื่อคมดาบที่ไร้ที่มาปักลงกลางโต๊ะประชุม เสียงหัวเราะแหลมสูงดังขึ้นจากเงามืดนั้น "ในที่สุด... กุญแจดอกสุดท้ายก็กลับมาหาข้าเสียที"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับหลินเทียนจนถึงวินาทีนี้ครับ
หมึกทองคำข้ามภพ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 12
สมาพันธ์ผู้กล้า
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!