เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 8

ตลาดมืดแห่งความลับ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"ข้าให้เจ้าได้เพียงสามศิลาปราณระดับต่ำเท่านั้น หากท่านคิดว่ามันน้อยไป ก็นับว่าสายตาของท่านช่างคับแคบนักสำหรับร้าน 'สมบัติล้ำค่า' แห่งนี้" พ่อค้าหน้าเลือดร่างท้วม ผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาซ้าย แสยะยิ้มขณะวางหยกสลักลายมังกรพ่นไฟลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เขาพ่นควันยาสูบสีหม่นออกมาเป็นวงกลม สายตาที่กวาดมองหลินเทียนนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ประหนึ่งกำลังมองสุนัขจรจัดที่หลงเข้ามาในถิ่นเสือ หลินเทียนไม่ได้โกรธเคือง เขาเพียงหยิบหยกชิ้นนั้นขึ้นมาพินิจด้วยปลายนิ้ว เหมยลี่ซึ่งยืนอยู่เบื้องหลังขยับมือไปแตะด้ามกระบี่โดยสัญชาตญาณ ไอสังหารจางๆ แผ่ซ่านออกมาจนพ่อค้าหน้าเลือดชะงักไปครู่หนึ่ง แต่หลินเทียนกลับยกมือห้ามคู่คิดของเขาไว้ แล้วส่งยิ้มบางๆ ให้ชายตรงหน้า "ท่านเถ้าแก่จาง..." หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ "หยกชิ้นนี้ดูเผินๆ เหมือนสมบัติจากยุคบรรพกาล แต่รอยร้าวที่มุมซ้ายนั้นไม่ใช่รอยกัดกร่อนตามธรรมชาติ แต่มันคือรอยด่างพร้อยจากการหลอมเหลวด้วยเพลิงอัคคีพิษ ซึ่งแปลว่าคนทำ... ต้องการกลบเกลื่อนร่องรอยของ 'อาคมกักวิญญาณ' ที่ซ่อนอยู่ภายใน" รอยยิ้มของเถ้าแก่จางแข็งค้างไปชั่วขณะ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากที่มันวาว "เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ใครจะกล้าเอาของต้องสาปมาขายในตลาดมืดของข้า!" "งั้นหรือครับ?" หลินเทียนวางหยกชิ้นนั้นลง แล้วนิ้วชี้ก็เขียนอักขระสีทองจางๆ ลงบนอากาศเบื้องหน้า ความเร็วของนิ้วเขานั้นเหลือเชื่อจนมองตามไม่ทัน อักขระรูนโบราณซึมผ่านโต๊ะไม้เข้าไปทำปฏิกิริยากับหยกในพริบตา ทันใดนั้น เงาสีดำสนิทก็พุ่งพรวดออกมาจากหยก กรีดร้องโหยหวนจนตลาดมืดที่อึกทึกเงียบสงัดลงทันตา คนทั้งตลาดหันมามองที่ร้านของเถ้าแก่จางเป็นตาเดียว "หากข้าส่งเสียงดังขึ้นอีกนิด หรือทำให้ค่ายกลกักวิญญาณในนี้ระเบิดออก อักขระอาถรรพ์จะฝังเข้าที่กระดูกสันหลังของท่านทันที ไม่ใช่หรือครับ?" หลินเทียนก้มลงกระซิบน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่แฝงด้วยความเย็นเยียบ "ท่านมีเวลาตัดสินใจไม่มาก ก่อนที่เหล่าผู้คุมกฎของตลาดมืดจะแห่กันมาตรวจสอบ 'สินค้าต้องห้าม' ของท่าน" เถ้าแก่จางตัวสั่นเทา ดวงตาที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว เขาตระหนักได้ทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็น 'ปรมาจารย์อักขระ' ที่มองทะลุถึงแก่นแท้ของกลไกทั้งหมด "เจ้า... เจ้าต้องการอะไร?" "ข้าต้องการตำราค่ายกลไร้ลักษณ์ที่ท่านเก็บไว้ในช่องลับใต้ฐานรูปปั้นนั่น" หลินเทียนชี้ไปที่มุมมืดของร้าน "และข้าจะจ่ายให้ท่าน... ด้วยศิลาปราณระดับต่ำเพียงชิ้นเดียว แต่ข้าจะลบอักขระที่ฝังในตัวท่านให้เป็นการตอบแทน" การต่อรองจบลงด้วยชัยชนะที่เงียบเชียบ หลินเทียนได้ตำราที่ตามหามาครองโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวออกจากร้านเหมยลี่กระซิบขึ้นเบาๆ ข้างหู "มีคนสะกดรอยตามเราตั้งแต่หน้าประตูตลาด พลังปราณของมันดูเหนือกว่าเถ้าแก่จางคนนี้หลายเท่าตัว" หลินเทียนไม่หันกลับไปมอง เขาเพียงเดินนำเข้าไปในตรอกมืดมิดที่ไร้ผู้คน ในใจครุ่นคิดถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างประหลาด กลิ่นอายของดอกไม้หิมะพันปี... กลิ่นประจำตัวของมารดาที่เขาจำได้ติดใจแม้จะผ่านมานานนับสิบปี ขณะที่ทั้งคู่เดินถึงทางตัน หลินเทียนหยุดกะทันหัน อักขระล่องหนที่เขาแอบโปรยไว้ทั่วทางเดินเริ่มเรืองแสงสว่างวาบราวกับเปลวเพลิง เงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดด้วยท่าทีสุขุมเกินคาด มันไม่ใช่คนของตลาดมืด แต่เป็นชายสวมหน้ากากเงินที่คุ้นตา เขายื่นมือออกมาเผยให้เห็นตราประทับรูปมังกรที่ข้อมือ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลที่ควรจะล่มสลายไปพร้อมกับความลับเรื่องชาติกำเนิดของหลินเทียนตั้งแต่วันที่เขาถูกทิ้งไว้ในวัดร้าง "เจ้ามาช้าไปก้าวเดียวหลินเทียน" ชายสวมหน้ากากเอ่ยเสียงเย็นเยียบ "เพราะในวินาทีที่เจ้าเปิดเผยพลังอักขระในวันนี้ ตราผนึกในตัวเจ้าก็เริ่มสลายไป... และนั่นหมายความว่า 'สิ่งที่หลับใหล' อยู่ในสายเลือดเจ้ากำลังจะตื่นขึ้นมาทำลายทุกอย่างที่เจ้าพยายามปกป้อง" หลินเทียนเบิกตากว้าง ความรู้สึกปวดร้าวที่หัวใจแล่นริ้วไปทั่วร่าง พร้อมกับภาพนิมิตของวังหลวงที่ถูกเพลิงเผาผลาญปรากฏขึ้นในหัวราวกับถูกกรีดด้วยมีด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตำรา... แต่มันคือจุดเริ่มต้นของสงครามที่เขากลายเป็นชนวนเหตุโดยไม่รู้ตัว! หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%