"เหมยลี่ หยุดเดินครับ"
น้ำเสียงของหลินเทียนราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้บุตรสาวประมุขพรรคมารหยุดฝีเท้าลงทันที นางไม่ได้ถามว่าเพราะเหตุใด เพราะนางรู้ดีว่าในฐานะผู้คุ้มกัน หากหลินเทียนเอ่ยปากเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าดวงตาที่มองเห็นความไหลเวียนของปราณในอากาศของเขากำลังตรวจพบ 'สิ่งแปลกปลอม'
ความเงียบเข้าปกคลุมป่าสนหนาทึบเบื้องหน้า เสียงนกกาที่ควรจะมีกลับเงียบงันผิดปกติ กลิ่นอายสังหารจางๆ ที่ลอยมากับลมไม่ใช่กลิ่นของสัตว์ป่า แต่เป็นกลิ่นสนิมเหล็กและไอเลือดที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
"สามคน" เหมยลี่กระซิบ มือเรียวขาวราวหยกวางทาบลงบนด้ามกระบี่ข้างกาย สายตาของนางกวาดไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง "ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หนึ่งคน... อีกสองคนอยู่บนต้นไม้ใหญ่เหนือหัวเรา พวกมันพรางตัวได้แนบเนียนมาก หากไม่ใช่ท่านที่เตือน ข้าคงเผลอเดินเข้าไปในกับดักแล้ว"
"ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน" หลินเทียนขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่กลับเย็นเยียบในดวงตา เขาหยิบพู่กันด้ามทองออกมาจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวยาวตวัดวาดกลางอากาศราวกับกำลังร่ายรำอักษรวิจิตร "นักฆ่าพวกนี้ไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อประลองฝีมือ แต่ถูกส่งมาเพื่อ 'เก็บกวาด' สิ่งที่น่าสนใจคือ... พวกมันเลือกใช้รอยแยกของมิติเพื่อพรางตัวเสียด้วย"
ทันใดนั้น แสงสีเงินวูบผ่านอากาศดั่งสายฟ้าฟาดจากยอดไม้!
นักฆ่าสามคนพุ่งออกมาจากความว่างเปล่าราวกับผีร้าย เงากระบี่สั้นทอประกายเย็นเยียบมุ่งตรงเข้าสู่จุดตายของหลินเทียนโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาทันตั้งตัว ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ห่างจากลำคอของเขาเพียงสามนิ้ว หลินเทียนกลับไม่ได้ถอยหนี เขากลับหมุนตัวเบี่ยงหลบด้วยท่วงท่าที่งดงามราวกับน้ำไหล พร้อมกับสะบัดพู่กันลงบนพื้นดินเป็นอักขระตัวสุดท้าย
"ค่ายกลกระจกเงา: คืนสนอง!"
สิ้นเสียงคำรามแผ่วเบา พื้นดินรอบกายของหลินเทียนพลันสั่นสะเทือน อักขระสีทองนับสิบตัวผุดขึ้นจากผืนดิน เชื่อมโยงกันเป็นตาข่ายแสงล้อมรอบร่างของเขากับเหมยลี่ไว้ ทันใดนั้น เงาของนักฆ่าทั้งสามก็หยุดชะงักราวกับถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นกระชากไว้
"อะไรกัน... ร่างกายข้า... ทำไมข้าถึงคุมไม่ได้!" หนึ่งในนักฆ่าคำรามด้วยความตื่นตระหนก
หลินเทียนยืนกอดอก มองดูผลงานของตนด้วยสายตาเฉยชา "เจ้าไม่ได้ถูกควบคุมหรอกครับ เพียงแต่กระบี่ของเจ้ากำลังถูกดึงเข้าหาเจ้าของเดิมตามหลักการสะท้อนของแรงปราณที่ข้าเพิ่งสร้างขึ้น"
เหมยลี่เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เงาของนักฆ่าทั้งสามทาบทับลงบนผนังอากาศที่เกิดจากอักขระ คมกระบี่ที่ควรจะพุ่งใส่หลินเทียนกลับบิดเบี้ยวในอากาศ แล้วย้อนกลับเข้าหาอกซ้ายของนักฆ่าผู้เป็นเจ้าของกระบี่นั้นเอง นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่มันคือการ 'หักหลัง' ด้วยฟิสิกส์ของปราณและค่ายกลที่ซับซ้อน
*ฉึก! ฉึก! ฉึก!*
เสียงของคมเหล็กทะลุผ่านเนื้อหนังดังขึ้นพร้อมกันสามครั้ง นักฆ่าทั้งสามทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีคล้ำไหลนองท่วมรากไม้ ร่างกายของพวกมันยังคงกระตุกด้วยความเจ็บปวดที่เกิดจากวิชาของตนเอง
"วิชา... วิชา 'เมฆาคลั่งรอยแยก' ของข้า... เหตุใดท่านถึง..." นักฆ่าคนหนึ่งกระอักเลือดออกมา มองหลินเทียนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
หลินเทียนเดินเข้าไปใกล้ ก้มลงมองร่างที่ใกล้สิ้นใจด้วยสายตาที่สงบนิ่ง "ในโลกของอักขระ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นความลับ ทุกกระบวนท่ามีจุดอ่อน มีช่องโหว่ของการไหลเวียนปราณ การที่เจ้าดึงพลังจากมิติมาใช้ ก็เท่ากับเจ้าเปิดประตูให้ข้าเห็นเส้นทางทั้งหมดของวิชาเจ้าด้วย... จงจำไว้เถิดครับ คนที่ใช้กำลังย่อมเหนื่อยล้า แต่คนที่ใช้สมองย่อมเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต"
เหมยลี่เดินเข้ามาใกล้ สังเกตเห็นใบหน้าของหลินเทียนที่เริ่มซีดเผือดลงเล็กน้อยจากการใช้สมาธิระดับสูง "ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?"
"ข้าไม่เป็นไร แค่ต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนที่ 'เจ้านาย' ของพวกมันจะรู้ตัวว่าแผนนี้ล้มเหลว" หลินเทียนกล่าวขณะเก็บพู่กันลง ทว่าในวินาทีที่เขาจะหันหลังกลับ ความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังก็แล่นปราดขึ้นมา
เขาหยุดนิ่ง ดวงตาหรี่ลงมองไปยังป่าลึกเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาสีดำสายหนึ่งไม่ได้จางหายไปพร้อมกับการตายของนักฆ่า แต่กลับค่อยๆ เด่นชัดขึ้น เป็นร่างของชายแก่ในชุดคลุมสีเทาที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้สูงลิ่ว ผิวหนังของเขาดูแห้งเหี่ยวราวกับศพ ทว่าแววตาที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่น่าขนลุก
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก หลินเทียน" ชายแก่คนนั้นเอ่ย เสียงของเขาฟังดูเหมือนแผ่นโลหะเสียดสีกัน "ศิษย์ข้าอาจจะฝีมือไม่ถึงขั้น แต่การที่เจ้าหักล้างวิชาของสำนักเงาหมอกได้ในพริบตาเช่นนี้... ข้าชักจะไม่อยากฆ่าเจ้าแล้วสิ อยากจะควักเอาสมองของเจ้าออกมาเก็บไว้ในโหลเสียจริง"
หลินเทียนกระชับมือที่ถือพู่กันแน่น สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า "ท่านคือผู้อาวุโสแห่งหุบเขาเงาสังหาร ผู้ที่ถูกขนานนามว่า 'จอมตะกละกินวิญญาณ' สินะครับ"
ชายแก่แสยะยิ้มจนเห็นฟันที่เหลือเพียงไม่กี่ซี่ "ถูกแล้ว... และข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อส่งพวกเจ้าไปนรกเพียงลำพัง ข้ามาที่นี่เพื่อจะแจ้งข่าวว่า 'ผนึก' ในตัวเจ้า ที่เจ้าพยายามปกป้องนักหนานั้น... ตอนนี้มันกำลังจะแตกสลายเพราะการกระทำของเจ้าเองในวินาทีนี้แล้ว!"
หัวใจของหลินเทียนกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณกลางหน้าอกเริ่มปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนเขาต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ขณะที่เหมยลี่พุ่งเข้ามาหมายจะปกป้อง ทว่าทันใดนั้นเอง... ผืนดินรอบกายของพวกเขาก็พลันแตกร้าว เปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งทะลุขึ้นมาจากชั้นหิน ล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ราวกับคุกเพลิงที่ไม่มีวันดับ
นี่ไม่ใช่ค่ายกลของใคร... แต่มันคือพลังที่กำลังระเบิดออกมาจากภายในร่างกายของเขาเอง
หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังถูกเปิดเผยด้วยกันนะครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 9
นักฆ่าไร้เงา
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!