เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 3

การประลองที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“เจ้าคิดว่ากระบี่ของเจ้าเร็วพอที่จะตัดลมหายใจข้าได้ก่อนที่ยันต์ใบนี้จะสัมผัสพื้นสนามประลองงั้นหรือ?” หลินเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองบุรุษร่างยักษ์เบื้องหน้าที่กำลังกางกรงเล็บเหล็กกล้าเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังสนั่นลานประลองของสำนักกระบี่เมฆา อี้ฟาน—ศิษย์เอกสายตรงผู้มีระดับพลังลมปราณสูงกว่าหลินเทียนถึงสองขั้น—แสยะยิ้มจนเห็นไรฟัน “หลินเทียน! เลิกทำตัวเป็นบัณฑิตตกอับเสียที กระบวนท่า ‘กรงเล็บทลายภูผา’ ของข้า ไม่เคยปล่อยให้มดปลวกตัวไหนรอดไปได้!” หลินเทียนไม่ได้ขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ขยับนิ้วชี้และนิ้วกลางราวกับกำลังจรดพู่กันเขียนอักษรบนอากาศ อักขระสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นชั่วพริบตาก่อนจะถูกแปะลงบนพื้นหินด้วยจังหวะที่ดูเนิบช้า ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา เหมยลี่ที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนอัฒจันทร์ชั้นใน เผลอกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นางรู้จักชายหนุ่มผู้นี้ดี หลินเทียนไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีแผน และ ‘ความเนิบช้า’ ของเขา คือจุดที่อันตรายที่สุด “เจ้าประมาทเกินไปแล้ว” หลินเทียนพึมพำ ทันทีที่กรงเล็บของอี้ฟานพุ่งเข้าถึงระยะประชิด ลมปราณที่กราดเกรี้ยวของอีกฝ่ายก็พุ่งทะลักออกมาดั่งพายุคลั่ง หมายจะบดขยี้ร่างของหลินเทียนให้แหลกคามือ ทว่า ในวินาทีที่ความห่างเพียงหนึ่งนิ้วจะบรรจบ ทิศทางของลมปราณที่ควรจะพุ่งตรงกลับบิดเบี้ยวไปอย่างประหลาด มันหมุนวนกลับเข้าหาตัวผู้ใช้ราวกับถูกแรงดึงดูดจากหลุมดำกลืนกิน อี้ฟานเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความตื่นตระหนก “นี่... นี่มันวิชาอะไรกัน! ทำไมลมปราณของข้าถึง...” “ยันต์สะท้อนดารา” หลินเทียนกล่าวเบาๆ ขณะที่เขาสะบัดชายเสื้อเพียงเล็กน้อย เพื่อหลบฉากออกมาด้านข้าง “ข้าไม่ได้ดัดแปลงค่ายกลของเจ้าหรอกนะอี้ฟาน ข้าเพียงแต่เปลี่ยนเส้นทางให้กระแสลมปราณที่เจ้าปล่อยออกมา... ย้อนกลับไปทำลายจุดชีพจรของเจ้าเองต่างหาก” สิ้นคำกล่าว ร่างยักษ์ของอี้ฟานก็กระตุกเกร็ง ลมปราณที่อัดแน่นภายในร่างตีกลับอย่างรุนแรงจนกระอักเลือดสีเข้มออกมาคำโต เขาทรุดฮวบลงกับพื้นสนาม ความพ่ายแพ้ที่เหนือความคาดหมายทำให้ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีเสียงปรบมือ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของอี้ฟานและเสียงเท้าที่ย่ำลงบนพื้นหินของหลินเทียนที่เดินเข้าไปใกล้ “เจ้าแพ้แล้ว” หลินเทียนกล่าวด้วยความสุภาพ แม้ดวงตาจะไม่ได้แสดงความสะใจแม้แต่น้อย ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับเดินลงจากสนาม บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไปจากเดิม กลิ่นอายสังหารที่เยือกเย็นจับขั้วหัวใจแผ่ซ่านออกมาจากเงามืดด้านหลังกำแพงหิน ผู้คนรอบข้างที่เคยโห่ร้องพลันเงียบกริบ เหมยลี่ที่อยู่บนอัฒจันทร์ลุกขึ้นยืนทันที นางสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่ใช่คนในสำนักกระบี่เมฆา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวออกมาจากเงามืด บุรุษชุดดำในหน้ากากเงินครึ่งซีกหยุดยืนอยู่ใจกลางสนาม เขามองข้ามร่างที่บาดเจ็บของอี้ฟานไปอย่างไม่ใยดี แล้วจ้องเขม็งมาที่หลินเทียน “วิชาอักขระสาบสูญที่เจ้าใช้... บรรพบุรุษของเจ้าทิ้งอะไรไว้ให้เจ้ากันแน่ หลินเทียน?” หลินเทียนชะงักฝีเท้า ความสุขุมที่เคยมีดูเหมือนจะสั่นคลอนไปเล็กน้อย เขาค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับบุคคลลึกลับผู้นี้ ในมือที่สั่นน้อยๆ ของชายชุดดำนั้น มีเศษกระดาษยันต์ชิ้นหนึ่งที่ไหม้เกรียมไปครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นลวดลายเดียวกับที่หลินเทียนเพิ่งใช้ไปเมื่อครู่ นี่ไม่ใช่การประลองธรรมดา แต่มันคือการเปิดฉากล่าตัวเขาอย่างเป็นทางการเสียแล้ว ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของบทนี้กับผมนะครับ หมึกทองคำข้ามภพสัญญาว่าจะพาไปพบกับความจริงเบื้องหลังชายหน้ากากเงินในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%