กลิ่นอายความอับชื้นของศิลาโบราณผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดของค่ายกลมิติชั้นที่สาม
"เจ้าประเมิน 'ค่ายกลกลืนวิญญาณเก้าพับ' ต่ำเกินไปแล้ว หลินเทียน"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันดังขึ้นจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ผู้ใด หากแต่เป็นเสียงที่สะท้อนก้องมาจากผนังศิลาอักขระนับพันที่กำลังเรืองแสงสีชาด บรรยากาศภายในห้องโถงกว้างใหญ่ถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารระดับหลอมรวมวิญญาณกดทับลงบนบ่าของหลินเทียน จนทำให้เส้นเลือดที่ขมับของเขากระตุกไหว
ภายในพื้นที่วงล้อมของอักขระมฤตยู หลินเทียนยังคงยืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักหิน ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเจือรอยยิ้มจางๆ อยู่เสมอกลับราบเรียบไร้ระลอกคลื่น มือเรียวยาวทั้งสองข้างสอดไว้ในแขนเสื้อกว้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้ เป็นเพียงเรื่องลมแล้งๆ ยามค่ำคืนเท่านั้น
ข้างกายเขา เหมยลี่สะบัดปลายกระบี่โลหิตในมือเบาๆ เสียง "ชิ้ง" คมกริบดังบาดแก้วหู รัศมีกระบี่สีชาดแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ตัดผ่านความมืดจนเกิดประกายไฟแลบแปล๊บ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างระแวดระวัง สันจมูกโด่งรั้นมีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบางเบา แต่นั่นมิใช่เพราะความหวาดกลัว หากแต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักสู้ที่ตื่นตัวถึงขีดสุด
"พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตเรา..." เหมยลี่เอ่ยขึ้นเสียงเบาหวิว ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น สายตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างนับสิบที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอกอักขระ "แต่พวกมันต้องการ 'เคล็ดวิชาค่ายกลบรรพกาล' ที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของท่านต่างหาก"
หลินเทียนไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือซ้ายขึ้นสัมผัสห้วงอากาศเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสกับระลอกคลื่นพลังงานที่บิดเบี้ยว ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์เส้นสายอักขระที่กำลังเคลื่อนไหวราวกับงูพิษ เร็วกว่าที่ใครจะคาดคิด เขากลับหลับตาลงช้าๆ เหมือนกำลังคำนวณตัวแปรนับล้านในสมอง
"ความโลภ... มักเป็นจุดจบของเซียนผู้ยิ่งใหญ่เสมอ" หลินเทียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีทองอร่ามฉายวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที "พวกมันคิดว่าค่ายกลนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังพวกเรา แต่ความจริงแล้ว... มันคือกับดักที่พวกมันเดินเข้ามาขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองต่างหาก"
สิ้นคำพูดของหลินเทียน เงาร่างของผู้อาวุโสพรรคเงาอสูรผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาคือผู้ควบคุมค่ายกลในครั้งนี้ ร่างกายสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากยักษ์อสูร แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลนและกระหายเลือด
"ปากกล้าดีนี่ หลินเทียน!" ผู้อาวุโสพรรคเงาอสูรหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะแหบแห้งบาดลึกถึงโสตประสาท "ต่อให้เจ้าจะเป็นอัจฉริยะด้านอักขระเพียงใด แต่ในค่ายกลที่สืบทอดมาจากยุคบรรพกาลนี้ เจ้าก็เป็นได้แค่เพียงมดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น! จงคุกเข่าแล้วมอบคัมภีร์เสีย ข้าอาจจะเมตตาให้ความตายแก่เจ้าอย่างสบายหน่อย"
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นศิลาเป็นระยะๆ
เหมยลี่ขยับกายเตรียมพุ่งออกไป แต่หลินเทียนกลับยกมือขึ้นห้ามไว้ เขาเพียงแค่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากถูกยกขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก
"ผู้อาวุโส...ท่านเคยได้ยินคำว่า 'ยืมดาบฆ่าคน' หรือไม่?" หลินเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังสนทนากับสหายสนิทในโรงน้ำชา "ท่านคิดว่าอักขระบนผนังเหล่านั้น กำลังส่องแสงเพื่อสนับสนุนพลังให้ท่าน... หรือกำลังสูบกินวิญญาณของท่านเพื่อเติมเต็มเงื่อนไขของค่ายกลกันแน่?"
สีหน้าของผู้อาวุโสพรรคเงาอสูรชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในทันที เขารีบก้มลงมองที่ฝ่ามือของตนเอง และพบว่าเส้นเลือดดำคล้ำกำลังลามเลียขึ้นมาจากข้อมืออย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณในร่างกำลังรั่วไหลออกไปอย่างไร้ทิศทาง!
"บ้าน่า! เจ้า... เจ้าทำอะไรกับค่ายกลนี้!" เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้น ร่างกายของผู้อาวุโสเริ่มสั่นเทา ความเย่อหยิ่งทระนงเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย..." หลินเทียนส่ายหน้าช้าๆ น้ำเสียงยังคงราบเรียบและสุภาพเช่นเดิม "ข้าเพียงแค่... 'แก้ไข' จุดบกพร่องสามจุดที่บรรพบุรุษของพวกท่านทิ้งไว้เมื่อหมื่นปีก่อน ก็เท่านั้นเอง"
พริบตาเดียว แสงสีชาดทั่วทั้งห้องโถงก็เปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามสว่างจ้าจนแสบตา เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระเบิดขึ้นพร้อมกันจากเงาร่างของเหล่ามือสังหารพรรคเงาอสูรที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมมืด ร่างของพวกเขากำลังถูกพลังอักขระที่พวกเขาภาคภูมิใจนักหนากลืนกินเข้าไปทีละส่วน กลายเป็นปุ๋ยธาตุสำหรับบำรุงค่ายกลบทใหม่ที่หลินเทียนเพิ่งร่างขึ้นเสร็จสิ้น
เหมยลี่มองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงันทึ่ง นางรู้ว่าสหายผู้นี้ฉลาดล้ำเลิศเพียงใด แต่การพลิกสถานการณ์จากความตายร้อยเปอร์เซ็นต์ให้กลายเป็นชัยชนะโดยแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อยเช่นนี้... มันเกินกว่าคำว่าอัจฉริยะไปไกลโขแล้ว
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังคลี่คลาย และความตึงเครียดเริ่มจางหายไป หลินเทียนกลับมิได้มีสีหน้าผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขากลับหรี่แคบลงอย่างระแวดระวัง จมูกได้รูปสูดดมกลิ่นอายแปลกปลอมที่เพิ่งลอยปะปนมากับสายลมในมิติ
กลิ่นหอมจางๆ ของดอกอวี้หลาน... กลิ่นนี้ไม่ควรปรากฏขึ้นในสถานที่อับชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดเช่นนี้เด็ดขาด
"ระวัง!"
หลินเทียนตะโกนลั่น พร้อมกับดึงร่างของเหมยลี่ให้ถอยหลังไปสามก้าวในเสี้ยววินาที
*ฉับ!*
ประกายแสงกระบี่สีครามเข้มสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านความว่างเปล่าตรงจุดที่พวกเขา Stand อยู่เมื่อครู่ ตัดผ่านอากาศจนเกิดเป็นรอยแยกมิติสีดำสนิท แรงระเบิดจากการปะทะของพลังปราณทำให้พื้นศิลาแหลกละเอียดเป็นผุยผงในพริบตา
เงาร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกอวี้หลานด้วยด้ายเงินก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิตินั้นอย่างเชื่องช้า นางถือกระบี่เล่มงามที่ไร้ซึ่งคราบเลือด ใบหน้างดงามล่มเมืองราวกับเทพเซียนลงมาจากสวรรค์ ทว่าแววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
เหมยลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของสตรีผู้มาเยือนชัดเจน นางอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว "นั่นมัน... ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักสวรรค์เร้นลับ! นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?!"
สตรีชุดขาวปรายตามองหลินเทียนด้วยความสนอกสนใจ มุมปากสีชาดแย้มยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น
"สมคำร่ำลือ... หลินเทียน เจ้าช่างซ่อนคมได้ล้ำลึกยิ่งนัก" เสียงหวานใสดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "แต่เจ้าคงไม่คิดใช่ไหมว่า... การทำลายพรรคเงาอสูรได้ จะทำให้เจ้าปลอดภัยจาก 'เงื่อนไข' ที่แท้จริงของหุบเขานี้แล้ว?"
นางยกกระบี่ในมือขึ้นช้าๆ รัศมีพลังกดดันระดับทะลวงขีดจำกัดแผ่ซ่านออกไปทั่วอาณาบริเวณ จนทำให้ค่ายกลของหลินเทียนเริ่มส่งเสียงกรอบแกรบราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"และที่สำคัญ..." สตรีชุดขาวหยุดชั่วครู่ รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ของวิเศษชิ้นนั้นที่อยู่ในร่างของเจ้า... บัดนี้ ถึงเวลาที่ต้องส่งคืนให้แก่ 'เจ้าของที่แท้จริง' แล้วกระมัง?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในมิติค่ายกลกับหมึกทองคำข้ามภพนะครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 32
บทที่ 32
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!