“เจ้าคิดจะสังหารตนเองด้วยค่ายกลที่บรรจงสร้างขึ้นมาหรืออย่างไร หลินเทียน?”
เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดันดังก้องทั่วลานฝึกร้าง หลินเทียนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง เขายังคงตวัดนิ้วชี้กลางอากาศอย่างใจเย็น ปลายเล็บแตะสัมผัสอักขระสีทองที่สั่นไหวอยู่บนพื้นศิลา ราวกับกำลังลูบไล้เส้นด้ายที่พร้อมจะขาดสะบั้นหากขยับผิดจังหวะเพียงเสี้ยวลมหายใจ
“ไม่ใช่การสังหารตนเองหรอกครับ ท่านเจ้าสำนัก... แต่เป็นการรื้อโครงสร้างที่ผิดพลาดต่างหาก” หลินเทียนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สายตาจ้องเขม็งไปที่จุดศูนย์กลางของค่ายกลอัคคีผลาญวิญญาณที่กำลังหมุนวนด้วยความคลุ้มคลั่ง
เหมยลี่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเขา มือข้างหนึ่งกุมด้ามกระบี่แน่น ข้อนิ้วของนางขาวซีด นางรู้อยู่เต็มอกว่าหากหลินเทียนพลาดแม้เพียงนิด พลังงานที่เขากักขังไว้จะระเบิดออกและฉีกกระชากทุกสรรพสิ่งในรัศมีสามจ้างให้กลายเป็นธุลี แต่ทว่า... นางเห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขา
*กึก*
เสียงนิ้วดีดเข้าที่จุดตายของอักขระตัวที่ห้าดังขึ้น ทันใดนั้น ความโกลาหลที่เคยแผดเผารอบกายก็ดับวูบลงราวกับเปลวเทียนที่ถูกสายลมพัดผ่านในพริบตา ค่ายกลที่ควรจะสังหารผู้สร้างกลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษยันต์ที่ปลิวว่อนร่วงลงสู่พื้น
เจ้าสำนักเมฆาอัคคีเดินเข้ามาใกล้ แววตาของชายชราเต็มไปด้วยความฉงนผสมความชื่นชม “ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอดชั่วโมง เจ้าไม่ได้ทำลายมัน แต่เจ้ากำลัง... เปลี่ยนเส้นทางของพลังงาน? ข้าไม่เคยเห็นวิธีการเช่นนี้มาก่อนในตำราสำนักใด”
หลินเทียนขยับกายลุกขึ้น ปัดฝุ่นบนอาภรณ์อย่างใจเย็น เขาประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมแต่แววตากลับแน่วแน่ “ตำรามีไว้เพื่อเป็นแนวทางครับท่าน แต่การประยุกต์ใช้ขึ้นอยู่กับสภาวะการณ์ ค่ายกลที่ไร้ชีวิตคือค่ายกลที่ตายซาก การที่มันจะแข็งแกร่งได้ต้องรู้จักปรับตัวตามผู้ใช้งาน ไม่ใช่ให้ผู้ใช้งานต้องตกตายตามกฎที่วางไว้”
เหมยลี่ผ่อนลมหายใจออกยาว นางเดินเข้ามาขนาบข้าง “ท่านเจ้าสำนักคงไม่ได้มาเพื่อชมวิธีการเดินพลังของเขาเพียงอย่างเดียวใช่หรือไม่”
เจ้าสำนักยิ้มมุมปาก พลางโบกมือเรียกให้ศิษย์ในชุดขาวกลุ่มหนึ่งถอยห่างออกไป “ข้าเป็นคนตรงไปตรงมา หลินเทียน พรสวรรค์ของเจ้าเกินกว่าจะทนจมอยู่กับศิษย์ระดับนอก การที่เจ้าสามารถพลิกผันค่ายกลที่ข้าเองยังมองว่าไร้ทางออกได้ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้... มันพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเจ้ามีคุณสมบัติพอ”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นแผ่นป้ายหยกสีเลือดนกที่สลักลวดลายซับซ้อนให้ “นี่คือสิทธิ์ในการเข้าหอสมุดชั้นใน ที่ที่เก็บรวบรวมค่ายกลบรรพกาลที่สูญหายไปนานนับพันปี... หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
หลินเทียนรับป้ายนั้นมาด้วยมือที่มั่นคง ความรู้สึกเย็นเยียบจากหยกซึมลึกผ่านฝ่ามือไปถึงหัวใจ ที่นั่น... คือจุดเริ่มต้นของความลับที่มารดาเคยทิ้งไว้ให้ก่อนสิ้นใจ
หลายชั่วยามต่อมา ภายในหอสมุดชั้นในที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้แต่เสียงฝุ่นละอองกระทบพื้น หลินเทียนเดินผ่านชั้นวางหนังสือที่เก่าคร่ำ เขาไม่ได้มองหาคัมภีร์ที่ทรงพลังที่สุด แต่สายตาของเขากลับกวาดหาบันทึกโบราณที่ดูเหมือนจะไร้ค่าที่สุดเสียด้วยซ้ำ
“เจ้ากำลังหาอะไรกันแน่?” เหมยลี่กระซิบถามพลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง นางรู้สึกถึงพลังงานแปลกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ภายในห้องแห่งนี้
“ข้าหาเงื่อนไขของคำสาปครับ” หลินเทียนหยุดมือที่หนังสือเล่มหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยรอยร้าว “หากข้าสามารถอ่านอักขระที่เขียนด้วยเลือดเทพได้ ข้าอาจจะเข้าใจว่าทำไมจี้หยกที่ข้าพกไว้ถึงมักจะร้อนผ่าวทุกครั้งที่ข้าเข้าใกล้สมุดเล่มนี้”
เขากางหนังสือเล่มนั้นออก แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ สว่างวาบขึ้นจากแผ่นกระดาษ อักขระเหล่านั้นไม่ได้เป็นตัวอักษรปกติ แต่มันคือเส้นสายของการเดินปราณที่ซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการ ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะแตะลงไปนั้นเอง...
“เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดของหอสมุด
หลินเทียนชะงัก สายตาหันไปพบกับชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูเหมือนกลืนหายไปกับเงามืด เขาถือตะเกียงเก่าๆ ในมือ แสงไฟจากตะเกียงไม่ได้ส่องสว่าง แต่กลับทำให้เงามืดรอบตัวชายชราดูหนาแน่นยิ่งขึ้น
ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นดวงตาที่ไม่มีรูม่านตา มันเป็นสีขาวขุ่นราวกับดวงตาของศพที่ถูกสาป “เจ้าไม่ใช่อัจฉริยะที่โชคดีหรอกหลินเทียน... แต่เจ้าคือ 'กุญแจ' ที่ถูกส่งมาเพื่อปลดปล่อยหายนะครั้งใหม่ให้กับสำนักนี้ต่างหาก”
สิ้นคำกล่าว ชายชราก็ขยับนิ้วเพียงครั้งเดียว อักขระนับร้อยตัวก็พุ่งทะลุออกมาจากชั้นหนังสือ ล้อมรอบหลินเทียนและเหมยลี่ไว้ในค่ายกลพันธนาการที่มองไม่เห็น แรงกดดันมหาศาลถาโถมจนพื้นหอสมุดสั่นสะเทือน เหมยลี่ชักกระบี่ออกมาหมายจะฟาดฟัน แต่กระบี่ของนางกลับหักสะบั้นทันทีที่แตะขอบค่ายกล!
หลินเทียนเบิกตากว้าง เมื่อเห็นว่าบนรอยหักของกระบี่นั้น... มีตัวอักษรชื่อของเขาปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในโลกแห่งอักขระกับผม หมึกทองคำข้ามภพ จะตั้งใจรังสรรค์ตอนต่อไปอย่างสุดฝีมือเพื่อทุกท่านนะครับ
เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 6
ชื่อเสียงที่เริ่มขจร
ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!