เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ•ตอนที่ 36

บทที่ 36

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
“ภาชนะ... งั้นหรือครับ?” หลินเทียนทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่ากลัว เขาไม่ได้ถอยหลังหนี ไม่ได้ตื่นตระหนก แต่กลับยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักหิน ท่ามกลางโถงโบราณที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายสาบสางของกาลเวลา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหน้า ซึ่งร่างของผู้พูดถูกบดบังอยู่หลังม่านค่ายกลแสงสีม่วงคล้ำ เหมยลี่ที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเล็กน้อย กระบี่ในมือเธอสั่นไหวเบาๆ เป็นสัญญาณว่าเธอกำลังรวบรวมปราณกระบี่ที่คมกริบที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางไม่ได้พูดอะไร เพราะนางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาของการใช้กำลัง แต่อยู่ในสถานการณ์ที่แม้แต่การขยับกล้ามเนื้อเพียงจุดเดียวก็อาจนำมาซึ่งหายนะ “เจ้าดูนิ่งเกินไปนะ หลินเทียน” เสียงแหบพร่านั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดูเหมือนจะขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น ร่างนั้นก้าวพ้นเงามืด เผยให้เห็นชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้เก่าแก่ แต่ดวงตานั้นกลับเปล่งประกายด้วยอำนาจที่เหนือกว่าผู้บำเพ็ญเซียนทั่วไป “คนปกติเมื่อได้ยินว่าชีวิตตนเองเป็นเพียงของเล่นที่ถูกจัดวางไว้เพื่อผู้อื่น มักจะคลุ้มคลั่งหรือไม่ก็สิ้นหวัง แต่เจ้า... เจ้ากลับกำลังวิเคราะห์โครงสร้างค่ายกลที่ล้อมรอบตัวข้าอยู่” หลินเทียนคลี่ยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่ซีดขาว “ท่านสังเกตเห็นแล้วหรือครับ? ข้าเพียงแต่รู้สึกว่า... การจะหลอกล่อให้ 'ภาชนะ' เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ ท่านคงต้องใช้พลังงานมหาศาลในการคงสภาพค่ายกลกักวิญญาณเอาไว้ แต่ถ้าข้าเดาไม่ผิด ตัวท่านเองในตอนนี้... ก็ไม่ใช่ร่างเนื้อที่สมบูรณ์นักหรอกใช่ไหมครับ?” บรรยากาศในโถงชะงักงันไปชั่วครู่ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังออกมาจากลำคอของชายชรา “ฉลาดสมกับเป็นสายเลือดที่ข้าเฝ้าบ่มเพาะมา” ชายชราเดินวนรอบหลินเทียน อักขระสีทองที่ผนังโถงเริ่มสั่นไหวตามจังหวะก้าวเดินของเขา “ข้าไม่ได้ต้องการทำลายเจ้า หลินเทียน สิ่งที่ข้าต้องการคือการ 'ผสาน' เมื่อถึงเวลาที่อักขระดวงดาวโคจรมาบรรจบ ร่างกายของเจ้าจะถูกชะล้างด้วยเลือดของข้า วิญญาณของเจ้าจะกลายเป็นที่ประทับให้จิตวิญญาณแห่งบรรพกาลของข้าได้ครอบครอง เราจะเป็นหนึ่งเดียวกัน และข้า... จะได้ก้าวข้ามขีดจำกัดที่แม้แต่เทพสวรรค์ยังไม่อาจแตะต้อง” “ผสาน หรือ ยึดครองครับ?” หลินเทียนถามพลางก้าวเดินอย่างใจเย็น เขาแสร้งทำเป็นเดินสำรวจอักขระตามผนัง แต่ในทุกย่างก้าว นิ้วมือของเขากลับวาดลวดลายล่องหนกลางอากาศอย่างรวดเร็วและแม่นยำ “การพูดให้ดูสวยหรูไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าท่านต้องการให้ข้าดับสูญ” “การดับสูญคือจุดเริ่มต้นของความเป็นอมตะ” ชายชรากล่าวพลางยกมือขึ้น อักขระรอบโถงพุ่งเข้าหาหลินเทียนราวกับอสรพิษนับพันตัว “จงภูมิใจเถิด ที่เจ้าจะได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ไม่มีวันจบสิ้น!” เหมยลี่ไม่รอช้า นางทะยานร่างเข้าขวางพร้อมกระบี่คู่กาย ปราณมารสีดำทะมัดทะแมงต้านทานอักขระเหล่านั้นไว้ได้ชั่วคราว “หลินเทียน! เจ้าต้องรีบหาวิธีทำลายค่ายกลนี้! ข้าต้านพวกมันไว้ได้ไม่นาน!” “อย่าเพิ่งขัดจังหวะการสนทนาของเราสิครับ ท่านหญิงเหมย” ชายชราดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว แรงกดดันมหาศาลก็ทับถมลงบนร่างของเหมยลี่จนนางต้องทรุดเข่าลงกับพื้น เลือดสีแดงสดไหลซึมจากมุมปากของนาง แต่เธอกลับฝืนยิ้มและยังคงยึดกระบี่ไว้แน่น หลินเทียนไม่ได้มองดูเหตุการณ์นั้นด้วยความตกใจ ดวงตาของเขากลับเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างวาบ เขามองเห็น 'เส้นชีพจร' ของค่ายกลที่ซับซ้อนนี้ได้ชัดเจนยิ่งกว่าเส้นลายมือของตัวเอง เขาไม่ได้พยายามทำลายค่ายกลที่ชายชราสร้างขึ้น แต่เขากำลังใช้ 'อักขระย้อนกลับ' ที่เขาแอบวาดขึ้นแทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างเดิมของมัน “ท่านบอกว่าข้าคือภาชนะ...” หลินเทียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงการปะทะของปราณที่รุนแรง “แต่ท่านลืมไปอย่างหนึ่ง ในเมื่อข้าคือภาชนะที่ท่านสร้างขึ้นมาเองกับมือ เช่นนั้น 'อำนาจการควบคุมภาชนะ' ก็ย่อมต้องอยู่ในมือของข้าด้วย ไม่ใช่ของท่าน” ชายชราหยุดกึก ดวงตาสีขุ่นมัวของเขาทอแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก “เจ้า... เจ้าทำอะไร!” “ข้าก็แค่เปลี่ยนนิยามของภาชนะนิดหน่อยครับ” หลินเทียนยกมือขึ้น ลวดลายอักขระที่เขาวาดไว้กลางอากาศพุ่งเข้าประกบกับอักขระสีทองของชายชราจนเกิดเสียงระเบิดก้องกังวาน “จากภาชนะที่รอรับการเติมเต็ม... กลายเป็นภาชนะที่กักขังความโลภของท่านไว้ในนี้ตลอดกาล!” ทันใดนั้นเอง ผนังโถงที่เคยเป็นสีเทาหม่นก็เปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า อักขระนับหมื่นตัวที่เคยเป็นของชายชรากลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการร่างของเขาไว้แน่น ร่างของชายชราเริ่มบิดเบี้ยวและถูกดูดกลืนเข้าไปในผนังค่ายกลที่หลินเทียนเพิ่งปรับแก้ใหม่ “ไม่! เจ้าเด็กเหลือขอ! นี่มันวิชาของ...” ชายชรายังไม่ทันขาดคำ ร่างของเขาก็ถูกผนึกจนมิดชิดเหลือเพียงเสียงคำรามที่ค่อยๆ แผ่วเบาลง ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับคืนมา เหมยลี่ที่พยุงตัวขึ้นมาได้ก็คว้าแขนของหลินเทียนไว้ทันที ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “หลินเทียน... ดูที่หลังมือของเจ้าสิ” หลินเทียนก้มมองที่หลังมือขวาของตน รอยประทับสีดำสนิทที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาจากข้อมือ ราวกับเส้นเลือดที่เปลี่ยนสีไป ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเขาต้องกัดฟันแน่น นั่นไม่ใช่รอยสัก แต่มันคือคำสาปที่เชื่อมต่อวิญญาณของชายชราผู้นั้นเข้ากับเขาโดยตรง แม้จะขังร่างนั้นไว้ได้ แต่เศษเสี้ยวแห่งจิตวิญญาณที่เหลืออยู่ได้ถ่ายโอนเข้ามาในร่างของเขาเรียบร้อยแล้ว ในโถงนั้นเอง เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหบพร่าและกังวานกลับดังก้องออกมาจาก 'ลำคอของหลินเทียนเอง' “ขอบใจที่ช่วยนำทางมาให้ถึงที่นี่... แต่เจ้าคงลืมไปว่า ภาชนะที่ข้าสร้างขึ้นนั้น ต่อให้ไม่มีร่างเนื้อ ข้าก็สามารถยึดครองมันจากภายในได้อยู่ดี!” ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามเส้นทางที่ซับซ้อนของหลินเทียนมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม หมึกทองคำข้ามภพ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนอักขระพลิกสวรรค์: ลิขิตค่ายกลสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%