วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 7

ความลับที่ซ่อนไว้

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“ถ้าจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะค่ะ ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนคนจะขาดใจตายอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้” ต้นรักเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องซ้อมดนตรีเก่าหลังคณะ เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักจนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ดูจะดังเกินความจำเป็นในวินาทีนี้ คินชะงักไป มือหนาที่กำลังกำก้านกีตาร์โปร่งแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนสั่นระริก เขาก้มหน้าลงซ่อนแววตาที่กำลังไหวระริกจากการปะทะกับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเปลือย เขาไม่เคยคิดเลยว่า 'ต้นรัก' เด็กปีหนึ่งที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและเปราะบาง จะเป็นคนเดียวที่กล้าจี้จุดอ่อนของเขาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ “เธอรู้ไหมต้นรัก...” คินเริ่มพูด เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ต้นรักไม่เคยได้ยินมาก่อน “ความแค้นมันเหมือนมะเร็งร้าย มันกัดกินหัวใจคนที่ถือมันไว้มากกว่าคนที่ถูกกระทำซะอีก ผมเกลียดแม่คุณ... เกลียดทุกอย่างที่เป็นเขาสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่” ต้นรักขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ บนเสื้อช็อปของคินปะทะกับจมูกเธอ มันไม่ใช่กลิ่นของความเย็นชาอีกต่อไป แต่มันคือกลิ่นของความเจ็บปวดที่ถูกกักขังมานาน “แม่ฉัน... เขาทำอะไรให้คุณงั้นเหรอคะคิน” เธอถามเบาๆ ราวกับกลัวว่าหากเสียงดังไปกว่านี้ ความเปราะบางที่คินกำลังเผยออกมาจะแตกสลายไปเสียก่อน คินปล่อยมือจากกีตาร์ ก่อนจะใช้สองมือปิดหน้าตัวเองไว้ เขาถอนหายใจยาวเหยียดไหล่กว้างสั่นสะท้าน “ตอนนั้นพ่อผมกำลังจะล้มละลาย บริษัทก่อสร้างเล็กๆ ที่พ่อสร้างมากับมือถูกโกงจนหมดตัว และคนที่เซ็นอนุมัติโครงการสุดท้ายที่ดูดเลือดพ่อผมไปจนหมดสิ้น... คือคุณหญิงมลฤดี แม่ของเธอ” ต้นรักชะงัก ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงจากที่สูงแล่นพล่านทั่วร่าง ชื่อของแม่เธอ... แม่ผู้จากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นและคำสอนที่ว่าให้รักคนรอบข้างเสมอมา ภาพผู้หญิงใจร้ายที่คินวาดฝันในหัวกับภาพแม่ที่เธอจำได้ในความทรงจำกำลังตีกันจนยุ่งเหยิง “ไม่จริง...” เสียงของเธอสั่นเครือ “แม่ฉันไม่มีวันทำแบบนั้น” “หลักฐานมันคาตาผมตั้งแต่วันที่ผมเก็บของในห้องทำงานพ่อ” คินลดมือลง ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของต้นรัก “เธอรู้ไหมว่าทำไมผมถึงยอมให้เธอเข้ามาใกล้... ทำไมผมถึงยอมใจอ่อนให้เด็กปีหนึ่งที่ซุ่มซ่ามแบบเธอได้ขนาดนี้ เพราะทุกครั้งที่ผมมองหน้าเธอ ผมเห็นภาพผู้หญิงใจร้ายคนนั้นซ้อนทับขึ้นมา ผมอยากจะเกลียดเธอ... อยากจะทำลายเธอให้พังพินาศเหมือนที่ครอบครัวผมเคยเจอ” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนอากาศจะหายไป ต้นรักนิ่งงัน น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้เอ่อล้นออกมา เธอไม่โกรธ แต่เธอสงสาร... สงสารคนตรงหน้าที่ต้องแบกความเกลียดชังที่อาจจะเป็นเพียง 'ความเข้าใจผิด' ไว้เพียงลำพัง “ถ้ามันเป็นความจริง คุณจะทำยังไงคะ” ต้นรักถามพลางเอื้อมมือไปแตะที่หลังมือของคินแผ่วเบา “จะทำลายฉันเหรอคะ หรือจะดึงฉันเข้าไปอยู่ในกองเพลิงแห่งความแค้นนั่นด้วย” คินเงียบไปนาน ก่อนจะค่อยๆ พลิกฝ่ามือขึ้นมากุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากมือเขาทำให้ต้นรักรับรู้ได้ถึงความสับสนที่ฉุดรั้งเขาไว้ “ผมไม่รู้... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเหมือนคนเดินหลงทางในความมืด พอมีแสงสว่างเล็กๆ อย่างเธอเข้ามา ผมกลับไม่กล้าที่จะเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าแสงนั้นจะมอดดับลงด้วยมือของผมเอง” ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังแตะถึงจุดเปราะบางที่สุด เสียงเคาะประตูห้องซ้อมก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่แสนอึดอัดนั้น “คิน... นายอยู่ข้างในใช่ไหม” เสียงหวานแหลมที่คุ้นหูของ 'ริน' ดังลอดเข้ามาพร้อมกับเสียงลูกบิดประตูที่ถูกหมุนแรงๆ ราวกับเจ้าตัวตั้งใจจะพังเข้ามา รินไม่ได้รอให้ได้รับอนุญาต เธอผลักประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ในมือของเธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ที่ดูมีน้ำหนัก รินมองเห็นภาพคินที่กำลังกุมมือต้นรักไว้ สายตาของเธอแข็งค้างไปชั่วครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม “ว้าว... ดูเหมือนว่าความลับที่นายพยายามปิดบังมาตลอด จะกลายเป็นเรื่องตลกไปเสียแล้วนะคิน” คินลุกขึ้นยืนทันที เขายืนบังต้นรักไว้มิด รังสีอำมหิตที่เขาไม่เคยใช้กับต้นรักถูกปล่อยออกมาใส่ริน “เธอมาทำไม” รินหัวเราะร่า ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงดัง *ปึก* “ฉันเอาความจริงมาฝากต่างหากล่ะ ความจริงที่ว่า... พ่อของเธอไม่ได้ถูกแม่ของต้นรักโกงหรอกนะคิน แต่คนที่ทำให้พ่อเธอหมดตัวจริงๆ น่ะ... คือคนในครอบครัวของนายเองต่างหาก!” คินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ต้นรักเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างของเธอเหมือนไร้เรี่ยวแรงจนแทบทรงตัวไม่อยู่ คินหันกลับมามองต้นรักด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปตวาดใส่ริน “โกหก! เรื่องนี้มันจบไปนานแล้ว!” “จบงั้นเหรอ?” รินยิ้มร้ายพลางก้าวเข้ามาใกล้ “งั้นลองอ่านสิ่งที่อยู่ในซองนี้ดูสิ หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของพ่อเธอ... ที่โอนออกมาจากบัญชีบริษัทในวันที่พ่อเธอบอกว่า ‘ถูกโกง’ ไงล่ะคิน... นายยังอยากเกลียดคนทั้งโลกเพื่อปกป้องเกียรติของคนขี้โกงอย่างพ่อตัวเองอยู่อีกไหม?” ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง คินทรุดตัวลงบนเก้าอี้ราวกับคนถูกถอดวิญญาณ ในขณะที่ต้นรักได้แต่ยืนมองมือของตัวเองที่ยังสั่นไม่หยุด... ความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานปี กำลังทำลายชีวิตที่เหลืออยู่ของพวกเขาให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ในชั่วพริบตา ชานมไข่มุกหวานร้อยขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่เจ็ดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%