วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 6

กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าจะร้องไห้ ก็ออกไปร้องไห้ให้ไกลจากสายตาฉัน... อย่าทำให้งานกลุ่มนี้มันพังเพราะเรื่องส่วนตัวของเธอเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของพี่คินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมค่ายอาสาที่เหลือเพียงเราสองคน กลิ่นอายของฝุ่นไม้และกลิ่นน้ำมันดินสำหรับทาสีอาคารเรียนหลังเก่าอบอวลไปทั่ว ต้นรักกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความเจ็บปวดจากการเห็นชื่อที่ถูกเขียนทับซ้อนนั้นบีบตัวจนแทบหายใจไม่ออก ต้นรักเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตาคู่สวยที่รื้นไปด้วยน้ำใสสั่นระริก "พี่คินรู้ใช่ไหมคะ... ว่าชื่อนี้คือใคร" คินที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารรายชื่ออาสาสมัครชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เรียบเฉยจนน่าใจหาย เขาปิดแฟ้มเอกสารเสียงดัง *ปึก* แล้วลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดจนต้นรักต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะไม้เก่าๆ จนเกิดเสียงดังครืดคราด "เรื่องของอดีต มันสำคัญกว่าอนาคตที่ฉันต้องรับผิดชอบเหรอ" คินกดเสียงต่ำ สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กปีหนึ่งที่เขามักจะดุใส่เป็นประจำ "เลิกทำตัวเป็นเด็กใจบางแล้วโฟกัสที่งานได้แล้ว ต้นรัก" คำว่า 'ใจบาง' ที่เขาพ่นออกมาเหมือนหยดน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ต้นรักเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมาตั้งแต่เห็นข้อความนั้นระเบิดออกมาโดยไม่ตั้งใจ เธอขว้างกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะเต็มแรง "ถ้าพี่ไม่สนใจอดีต งั้นชื่อที่พี่เขียนซ้ำลงไปเพื่อพยายามลบมันออกนี่คืออะไรคะ! พี่พยายามลบเขา หรือพี่พยายามลบความทรงจำที่พี่เองก็ยังตัดมันไม่ขาดกันแน่!" คินชะงักไป วินาทีนั้นดูเหมือนโลกทั้งใบจะหยุดหมุน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิต เมฆที่กำลังเดินจะเข้ามาเรียกเพื่อนสนิทให้ไปช่วยยกของที่รถ เห็นเหตุการณ์เข้าพอดีจึงรีบเบรกฝีเท้าลงอย่างมีไหวพริบ เขาถอยกลับไปยืนเฝ้าหน้าประตูโดยไม่ส่งเสียงรบกวน เพราะรู้ดีว่าบรรยากาศแบบนี้มันเกินกว่าจะเข้าไปแทรกแซงได้ "ไปหยิบอุปกรณ์ที่ท้ายรถ" คินสั่งสั้นๆ หันหลังเดินหนีไปที่ประตูโดยไม่ตอบคำถามนั้น แต่ก่อนจะก้าวพ้นขอบประตู เขาหยุดกะทันหันแล้วพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง "เย็นนี้เราต้องเข้าป่าหลังโรงเรียนไปดูจุดกางเต็นท์ เตรียมตัวซะ อย่าให้ฉันต้องตามไปลากคอเธอออกมาท่ามกลางฝนที่กำลังจะตก" ต้นรักได้แต่ยืนกำหมัดแน่น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม เธอไม่เข้าใจว่าทำไมคนใจร้ายคนนี้ถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเธอมากขนาดนี้... และที่สำคัญ ชื่อที่เขียนทับซ้อนนั้น มันเกี่ยวข้องกับ 'ริน' ที่เพิ่งจะเดินยิ้มหวานเข้ามาในค่ายเมื่อช่วงบ่ายใช่หรือไม่ ... ป่าหลังโรงเรียนในช่วงเย็นอบอ้าวไปด้วยความชื้น ฝนตั้งเค้ามามืดครึ้มเหมือนใจของต้นรักที่กำลังสับสน เธอเดินตามหลังคินเข้าไปในแนวต้นไม้รกชัฏ กิ่งไม้เกี่ยวเสื้อผ้าจนรู้สึกรำคาญ แต่ความเจ็บปวดในใจมันชาจนแทบไม่รู้สึกถึงรอยขีดข่วนเหล่านั้น "เดินดีๆ สิ มัวแต่เหม่อ เดี๋ยวก็ได้ตกเหวหรอก" คินดุ แต่ในจังหวะที่ต้นรักก้าวพลาดจนเกือบหงายหลังลงไปในร่องน้ำ เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันแรงกระชากนั้นทำให้ร่างของต้นรักถลาเข้าไปปะทะกับแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อของความเป็นชายทำให้ต้นรักตัวแข็งทื่อ "ปล่อยค่ะ..." ต้นรักพึมพำ แต่คินกลับไม่ปล่อย เขาดึงเธอให้มายืนข้างๆ แล้วใช้มือหนากอบกุมไหล่ทั้งสองข้างไว้แน่น บังคับให้เธอหันมาเผชิญหน้า "เธอมันซุ่มซ่ามแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ต้นรัก" คินมองไปที่รอยข่วนบนแขนของเธอ แววตาที่เคยเย็นชาดูอ่อนลงเพียงชั่ววูบ "ทำไมต้องดื้อ ทำไมต้องพยายามจะรู้ในสิ่งที่เธอไม่ควรจะรู้" "แล้วทำไมพี่ต้องปิดบัง ถ้าพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว จะกลัวอะไรกับการตอบคำถามล่ะคะ" ต้นรักจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเข้มนั้น "สำหรับพี่ หนูเป็นแค่รุ่นน้องที่น่ารำคาญ หรือเป็นอะไรที่มากกว่านั้นกันแน่ พี่ถึงต้องมาคอยจี้คอยตามหวงขนาดนี้" ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายเล็กๆ ก่อนจะหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว คินถอดเสื้อแจ็คเก็ตค่ายของเขาออกแล้วคลุมหัวให้ต้นรักอย่างเบามือ เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงหัวใจของต้นรักเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน "ถ้าฉันบอกว่าเธอมันเป็นตัวปัญหาที่ฉันอยากจะสลัดทิ้ง แต่กลับสลัดไม่เคยหลุด... เธอจะว่ายังไง" คินกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าท่ามกลางเสียงฝนที่ตกหนักขึ้น ต้นรักนิ่งงัน คำพูดนั้นมันไม่ใช่คำบอกรัก แต่มันคือการยอมรับความจริงบางอย่างที่หนักอึ้งพอๆ กับความรู้สึกของเธอเอง ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากถามถึงชื่อบนกระดาษแผ่นนั้นอีกครั้ง แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงก็สาดส่องเข้ามาจากระยะไกล พร้อมกับเสียงตะโกนของรินที่ดังก้องแข่งกับเสียงฝน "คิน! อยู่ตรงนี้เองเหรอคะ รินหาตั้งนาน... อ้าว ต้นรักก็อยู่ด้วยเหรอคะ" รินก้าวเข้ามาในวงล้อมด้วยสีหน้าที่ดูประหลาดใจ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความนัยบางอย่างที่ต้นรักอ่านไม่ออก รินขยับเข้ามาใกล้คินแล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาอย่างสนิทสนม "พอดีรินมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคินน่ะค่ะ เกี่ยวกับเหตุผลที่คินต้องคอยทำตัวเป็นพี่ว้ากที่น่าเกรงขาม เพื่อปิดบังความลับเรื่องผู้หญิงคนนั้น... คนที่ชื่อเขียนทับซ้อนในเอกสารของน้องเขาน่ะค่ะ" โลกของต้นรักเหมือนหยุดหมุนอีกครั้ง คินชะงักไปและปล่อยมือจากไหล่ของเธอทันที สายตาของเขาเปลี่ยนกลับไปเป็นเย็นชาอีกครั้งในพริบตาเดียว เขาหันไปหาหญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่ ก่อนจะพึมพำคำพูดที่ทำให้ต้นรักแทบสลายลงตรงนั้น "ริน... อย่าพูดเรื่องนี้" "ทำไมล่ะคะคิน? ในเมื่อต้นรักก็เป็นถึงลูกสาวของคนที่ทำให้เรื่องราวในอดีตมันพังพินาศขนาดนี้... เขาไม่ควรรู้เหรอคะว่าชื่อที่เขากำลังอ่านอยู่น่ะ คือชื่อของ 'แม่' ที่ตายไปแล้วของคุณคินเอง!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและหัวใจที่เติบโตของต้นรักในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ด้วยรักจาก ชานมไข่มุกหวานร้อยค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%