หน้าจอแล็ปท็อปที่สว่างวาบในความมืดสลัวของห้องนอน สะท้อนเงาใบหน้าของคินที่ดูเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของพี่ว้ากปีสามผู้ทรงอำนาจ ในมือหนากำโทรศัพท์มือถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ข้อความบนหน้าจอแชทจากมารดาวยังคงค้างหราตอกย้ำความล้มเหลวที่เขาไม่อาจหลีกหนี
*(เกรดเฉลี่ยของลูกตกฮวบลงมาขนาดนี้ ตั้งใจทำอะไรอยู่กันแน่คิน? ถ้าเทอมนี้ยังรักษามาตรฐานของวงศ์ตระกูลไม่ได้ คงต้องทบทวนเรื่องการเรียนต่อวิศวะแล้วกลับมาช่วยบริหารธุรกิจที่บ้านตามเดิม)*
คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ แต่มันคือโซ่ตรวนที่กำลังรัดแน่นรอบลำคอของเขาจนหายใจไม่ออก ตลอดสองปีที่ผ่านมา คินทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับกิจกรรมคณะ การดูแลน้องปีหนึ่งอย่างต้นรัก และการประคับประคองเกรดให้อยู่ในเกณฑ์ที่ครอบครัวยอมรับ แต่มันกลายเป็นสมการที่ไม่มีวันลงตัว เมื่อเวลาในหนึ่งวันถูกบีบอัดจนแทบปริแตก และผลลัพธ์คือความตกต่ำทางวิชาการที่เขากำลังเผชิญ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ ส At ห้องนอนไม่ได้ทำให้คินหลุดจากภวังค์ จนกระทั่งลูกบิดถูกบิดเปิดออก พร้อมกับร่างโปร่งของเมฆเพื่อนสนิทที่ถือแก้วกาแฟสองแก้วเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
"มึงยังไม่นอนอีกเหรอวะ คิน" เมฆถอนหายใจยาว วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกองชีทวิชาการยากๆ ก่อนจะเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ "ท่านประธานโทรมาอีกแล้วล่ะสิ"
"อืม" คินตอบรับในลำคอ เสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผาก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้ฉายแววความเคว้งคว้าอย่างที่เมฆไม่เคยเห็นมาก่อน "ท่านบอกว่าถ้าเทอมนี้ฉันยังดึงเกรดขึ้นไม่ได้... ฉันอาจจะต้องซิ่ว"
เมฆนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศในห้องอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก สำหรับคินแล้ว คณะวิศวะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่มันคือความฝันเดียวที่เขาดื้อแพ่งขัดคำสั่งครอบครัวเพื่อจะก้าวเข้ามา แต่ตอนนี้ ความฝันนั้นกำลังถูกพับเก็บด้วยมือของผู้ให้กำเนิด
"แล้วเรื่องต้นรักล่ะ... มึงจะบอกน้องเขายังไง?" เมฆเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง เพราะรู้ดีว่าเด็กปีหนึ่งคนนั้นมีความหมายต่อสภาพจิตใจของเพื่อนรักมากแค่ไหนในช่วงเวลาที่กดดันเช่นนี้
ชื่อของ "ต้นรัก" ทำให้หัวใจของคินกระตุกวูบ ภาพรอยยิ้มสดใส ดวงตากลมโตที่มองเขาด้วยความชื่นชม และเสียงใสๆ ที่คอยเรียก "พี่คินครับ/ค่ะ" (อ๊ะ ไม่ใช่) เสียงใสๆ ที่คอยเรียก "พี่คินคะ" ลอยเข้ามาในหัว ยิ่งนึกถึงความสดใสของอีกฝ่าย คินก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ เขาไม่อยากเอาความมืดมนและปัญหาภาระทางใจของตัวเองไปแปดเปื้อนรอยยิ้มนั้น ต้นรักสมควรได้รับความรักที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ผู้ชายที่กำลังจะล่มสลายแบบเขา
"ฉันยังไม่ได้บอก... และจะไม่บอกด้วย" คินเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความร้าวราญไว้ลึกสุดซึ้ง "ช่วงนี้ฉันคงต้องห่างกับน้องเขาก่อน เมฆ... ฉันไม่มีสิทธิ์ไปยืนข้างๆ ใครในสภาพนี้หรอก"
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักในหอพักนักศึกษาซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ต้นรักกำลังนั่งขดตัวอยู่บนเตียงนอน กอดหมอนใบโปรดแน่น ดวงตากลมโตจ้องมองโทรศัพท์มือถือที่เงียบสนิทมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว ปกติแล้วต่อให้คินจะยุ่งแค่ไหน อย่างน้อยก็ต้องส่งข้อความมาบอก หรือส่งสติกเกอร์รูปแมวหน้ามึนมาให้ได้อมยิ้ม แต่นี่... ไร้การติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น
ความกังวลกัดกินหัวใจดวงน้อยทีละน้อย ความคิดฟุ้งซ่านเริ่มทำงาน ต้นรักคิดวนไปวนมาว่าตัวเองเผลอทำอะไรให้พี่ว้ากหน้านิ่งโกรธหรือเปล่า หรือว่า... เรื่องข่าวลือที่ว่าริน อดีตคนคุยเก่าของคินกลับมาวนเวียนใกล้ชิดพี่เขาอีกครั้ง จะเป็นเรื่องจริง
"พี่คินใจร้าย..." ต้นรักพึมพำกับตัวเองเบาๆ หยดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาก่อนจะไหลรินลงมาอาบแก้ม ความรู้สึกไม่มั่นคงตีรวนขึ้นมาในอก เด็กหนุ่มปีหนึ่งอย่างเขาไม่รู้เลยว่า กำแพงที่คินกำลังสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเขานั้น แท้จริงแล้วกำลังกรีดแทงหัวใจของทั้งสองคนให้เจ็บปวดพร้อมๆ กัน
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศบริเวณโถงตึกภาควิชาคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของนักศึกษาปีหนึ่งที่กำลังเตรียมตัวสำหรับโปรเจกต์กลุ่มชิ้นใหญ่ ต้นรักเดินถือแฟ้มเอกสารด้วยใบซีดเซียว ใต้ตากมีรอยคล้ำจางๆ จากการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน ร่างบางพยายามฝืนยิ้มให้เพื่อนๆ ในกลุ่มเพื่อไม่ให้ใครเป็นห่วง แต่หัวใจกลับเหม่อลอยไปไกล
"เฮ้ย ต้นรัก ทางนั้นเคลียร์ยังวะ แบบแปลนโครงสร้างสะพานกระดาษที่ต้องส่งอาจารย์สัปดาห์หน้า" เสียงเพื่อนร่วมกลุ่มเอ่ยถาม แต่ต้นรักกลับไม่ได้ยิน สะดุดล้มจนแฟ้มเอกสารในมือหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
"อุ๊ย ระวังหน่อยสิคะน้องต้นรัก"
เสียงหวานเย้ายวนคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงเอเข้ารูปที่ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้า รินยืนกอดอกมองเด็กปีหนึ่งที่กำลังก้มเก็บกระดาษด้วยแววตาสสมเพชแกมเอ็นดู รอยยิ้มมุมปากของเธอดูเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ต้นรักเงยหน้าขึ้นมอง ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าเป็นใคร รินในวันนี้ดูสวยเฉี่ยวและมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งมันยิ่งทำให้ต้นรักรู้สึกต้อยต่ำลงไปอีกเมื่อนابเปรียบเทียบกับสภาพยับเยินของตนเองในตอนนี้
"ขอโทษครับ/ค่ะ... เอ๊ย ขอโทษค่ะ" ต้นรักรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามผิด รินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางนั้นดูเยาะหยายเสียจนต้นรักต้องเม้มริมฝีปากแน่น
"ไม่ต้องรีบร้อนเก็บหรอกค่ะน้อง..." รินย่อตัวลงมาใช้ปลายนิ้วเรียวสวยแตะคางของต้นรักเบาๆ บังคับให้เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตา "พี่แค่อยากจะมาเตือนด้วยความหวังดี ในฐานะคนที่รู้จัก 'พี่คิน' ดีกว่าใคร..."
ต้นรักสะบัดหน้าเบาๆ ถอยหลังกูดหนึ่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่น "พี่รินมีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะค่ะ"
รินยิ้มกว้างขึ้น แววตาพราวระยับด้วยชัยชนะที่ยังไม่ทันได้ออกแรง "พี่แค่จะบอกว่า ช่วงนี้คินเขากำลังเครียดเรื่องอนาคต เรื่องครอบครัว และเรื่องการเรียน... เขามีเรื่องให้แบกรับตั้งมากมาย จนไม่มีเวลามาแบ่งเศษความใส่ใจให้เด็กปีหนึ่งงอแงหรอกนะคะ ทางที่ดี... ถ้ารู้ตัวว่ายืนอยู่ในจุดที่ถ่วงเขาไม่ได้ ก็ควรจะถอยออกมาเองซะดีกว่า ดีกว่ารอให้พี่คินเขาต้องเป็นคนเอ่ยปากไล่... มันจะเจ็บกว่านี้นะคะ"
ราวกับมีค้อนเหล็กอันใหญ่ฟาดลงกลางใจ สมองของต้นรักขาวโพลน คำพูดของรินเสียดแทงลึกลงไปในความรู้สึก ทุกอย่างที่คินเงียบหายไป ทุกความผิดปกติที่เกิดขึ้น... มันถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันจนกระจ่างชัด
รินกำลังจะเดินผ่านตัวต้นรักไปเพื่อตรงไปยังห้องพักอาจารย์ แต่จังหวะนั้นเอง สายตากลมโตก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนที่คุ้นเคยกำลังก้าวเดินเลี้ยวมาจากมุมตึกทางเดินฝั่งห้องพักอาจารย์
คิน...
ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกรีดเรียบกริบ แต่ใบหน้ากลับดูอิดโรยและเย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงตาคมคริบกวาดมองมาทางโถงตึก และหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของต้นรักที่กำลังยืนน้ำตารื้นอยู่กับริน
หัวใจของต้นรักกระตุกวูบ เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง เตรียมจะก้าวเข้าไปหาเพื่อขอความจริงจากปากของคนที่เขารัก แต่ทว่า... ก่อนที่เท้าเรียวจะได้ก้าวออกไป รินกลับหมุนตัวกลับมาคว้าแขนของคินไว้แน่นต่อหน้าต่อตา ท่าทางสนิทสนมและสายตาที่คินมองตอบริน... ไม่ได้ผลักไสเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
คินไม่ได้ปัดมือรินออก... และนั่นคือภาพบาดตาที่ทำให้โลกทั้งใบของต้นรักพังทลายลงในพริบตา
"คินคะ... พอดีรินเพิ่งคุยกับน้องเขาเรื่องงานโปรเจกต์นิดหน่อยเองค่ะ เราไปคุยเรื่องที่เราค้างคาไว้กันต่อเถอะนะ" รินเอ่ยด้วยเสียงที่ดังพอจะให้คนรอบข้างได้ยิน และจงใจส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้คิน
ต้นรักยืนแข็งทื่อเป็นหิน หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงมาอย่างไร้เสียงสะอื้น ความเงียบงันและความเย็นชาที่คินมอบให้เมื่อคืนนี้ ได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วในวินาทีนี้เอง
คินเหลือบสายตามามองต้นรักอีกครั้ง แววตาคู่นั้นไหววูบชั่วเสี้ยววินาที ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ราวกับหัวใจของเขากลังแหลกสลายไม่แพ้กัน แต่ริมฝีปากหนากลับเม้มสนิทแน่น ไม่ยอมเอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาสักคำเดียว
ความเงียบระหว่างเขากับเธอยืดยาวราวกับชั่วนิรันดร์ ก่อนที่คินจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้ต้นรักแทบหยุดหายใจ - เขากลับพยักหน้ารับคำชวนของรินอย่างช้าๆ แล้วปล่อยให้ร่างบางของอดีตคนคุยเดินเคียงคู่หายลับไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้ต้นรักยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความมืดบอดของโลกทั้งใบที่กำลังถล่มลงมาตรงหน้า...
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับตัวละครของ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" นะคะ)*
วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 11
ปัญหารุมเร้า
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!