วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 17

ความจริงที่ถูกเปิดเผย

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"มึงกำลังทำตัวเป็นคนขลาดกลัว... กลัวแม้กระทั่งใจตัวเอง คิน" เสียงของเมฆดังก้องอยู่ในห้องซ้อมดนตรีที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอเป็นเพื่อน คินชะงักมือที่กำลังจัดสายกีตาร์ สายตาคมกริบของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามความเคยชิน เขาวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง 'ปัง' สวนทางกับความเงียบของบรรยากาศ "กูไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น" คินตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาจ้องเขม็งไปที่กำแพงปูนเปลือยที่ว่างเปล่า "กูแค่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง หน้าที่ของพี่ว้ากคือการรักษาระเบียบ ไม่ใช่เอาความรู้สึกส่วนตัวไปผูกติดกับใคร โดยเฉพาะกับเด็กนั่น" เมฆหัวเราะหึในลำคอ เขาเดินเข้าไปตบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ แต่หนักแน่น "สิ่งที่ถูกต้อง? หรือสิ่งที่มึงคิดไปเองว่าแม่มึงจะพอใจ? คิน... ต้นรักไม่ใช่แค่เด็กปีหนึ่งที่ซุ่มซ่ามไปวันๆ นะเว้ย เขาเป็นคนเดียวที่ทำให้ไอ้กำแพงน้ำแข็งที่มึงสร้างไว้มันละลายได้ ถึงมึงจะปากแข็งแค่ไหน แต่แววตามึงตอนมองเขา... มันโกหกใครไม่ได้หรอก" คินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดนูน เขาเบือนหน้าหนีจากสายตาที่รู้ทันของเพื่อนรัก ความทรงจำเมื่อตอนกลางวันที่ห้องสมุดผุดขึ้นมา ต้นรักที่กำลังยิ้มจนตาปิดขณะพยายามอธิบายโจทย์แคลคูลัสให้เขาฟัง... ยิ้มที่สดใสจนทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขากระตุกอย่างประหลาด รอยยิ้มที่เขาไม่ควรได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ "รินกลับมาแล้วนะ" คินเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน เสียงเขาสั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามควบคุมให้เป็นปกติ "เขาถามหาคำตอบจากกู เรื่องที่เราเคยค้างคาใจกันไว้" "รินก็คืออดีต แต่ต้นรักคือปัจจุบันและอนาคตที่มึงกำลังจะสูญเสียไป" เมฆสวนกลับทันควัน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง "มึงจะปล่อยให้เด็กที่เต็มไปด้วยความจริงใจต้องมาเจ็บปวดเพราะความไม่กล้าของมึงงั้นเหรอ? อย่าลืมนะว่ารินไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงมึง แต่กลับมาเพราะต้องการเครื่องยืนยันว่าเขายังเหนือกว่าใครในชีวิตมึง!" คินหลับตาลงแน่น ภาพใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของต้นรักสลับกับภาพความกดดันจากครอบครัวที่เขาแบกรับมาตลอดชีวิต มันเป็นสงครามที่เขารู้สึกพ่ายแพ้ตั้งแต่อยู่ในใจ เขาเหนื่อยล้า... เหนื่อยเกินกว่าจะรับมือกับความคาดหวังของคนรอบข้าง แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็กลัวเหลือเกินที่จะปล่อยมือจากแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตอย่างต้นรัก "กูต้องทำยังไง..." คินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแรงลงจนน่าใจหาย "เดินไปบอกเขา... บอกความจริงว่าทำไมมึงถึงผลักไสเขามาตลอด ถ้ามึงยังรักเขาจริง ก็อย่าให้คำว่า 'หน้าที่' มาพรากเขไปจากมึง" เมฆวางมือลงบนไหล่อีกข้างของคินแล้วบีบเบาๆ "ไปซะตอนนี้ ก่อนที่โอกาสสุดท้ายจะหลุดมือ" คินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจคว้ากุญแจรถแล้วก้าวออกไปจากห้องซ้อมด้วยความเร็ว เขารู้ดีว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ไหน หอพักของต้นรักที่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตรกลายเป็นระยะทางที่เขารู้สึกว่าไกลแสนไกล หัวใจเขาสั่นรัวเหมือนคนพึ่งเริ่มหัดรักเป็นครั้งแรก เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องของต้นรัก ความเงียบยามค่ำคืนทำให้เขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นหนักหน่วง เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ไม่นานนัก ประตูห้องก็ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ ร่างเล็กของต้นรักปรากฏตัวขึ้นด้วยชุดนอนตัวโคร่ง ผมเผ้าดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่นั่นกลับทำให้คินรู้สึกว่าโลกทั้งใบของเขากำลังหมุนช้าลง "พี่คิน?" ต้นรักเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง "มีอะไรหรือเปล่าครับ ดึกป่านนี้แล้ว?" คินมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนของคนตรงหน้า ลมหายใจเขาขาดห้วง เมื่อเขาเห็นสิ่งของในมือของต้นรัก... มันคือซองจดหมายสีขาวสะอาดตาที่มีตราประทับของคณะ และต้นรักกำลังถือมันไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย "นั่นคืออะไร?" คินถามพลางก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าว ต้นรักหลุบตาต่ำลง น้ำใสๆ เริ่มเอ่อคลอที่ขอบตา "เรื่องทุนแลกเปลี่ยนครับ... ผม... ผมตัดสินใจว่าจะไปตามที่แม่บอก พี่คินไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องผมแล้วนะ ผมจะตั้งใจเรียนแล้วลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอง" หัวใจของคินเหมือนถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างจัง ความจริงที่ว่าเขากำลังจะเสียคนคนนี้ไปตลอดกาลกระแทกเข้ากลางอกจนเจ็บหนึบ เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของต้นรักไว้แน่น รั้งให้คนตัวเล็กเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดกัน "ใครบอกให้ไป? ใครอนุญาตให้ไปลืมฉัน!" คินตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นที่เก็บมานาน ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออก ร่างระหงของรินเดินออกมาด้วยชุดเดรสรัดรูป เธอหยุดยืนมองภาพของทั้งคู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "อ้าว... ดูเหมือนจะมาไม่ถูกจังหวะนะคะ คิน? หรือว่าคุณกำลังบอกเด็กน้อยคนนี้... เรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของเราเมื่อสิบนาทีที่แล้วกันคะ?" ต้นรักชะงักกึก สีหน้าของคนตัวเล็กซีดเผือดราวกับคนไม่มีเลือดไปเลี้ยง ข้อมือที่อยู่ในมือคินสั่นเทาอย่างรุนแรง ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%