วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 16

งานกีฬาสีเชื่อมสัมพันธ์

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าพี่คินจะจ้องจะจับผิดงานของต้นรักขนาดนี้ ก็บอกมาตรงๆ เถอะค่ะว่าอยากให้แก้ใหม่ ไม่ใช่เอาปากกาแดงมาขีดเขียนจนกระดาษแทบทะลุแบบนี้!" ต้นรักวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตัวยาวด้วยแรงที่มากกว่าปกติเล็กน้อย เสียงปึกที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องสโมสรนักศึกษาทำเอาเมฆที่นั่งจิบกาแฟอยู่ข้างๆ ถึงกับชะงักมือ คินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากตารางแข่งกีฬาสีในไอแพด ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตานิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เขาเพียงแค่ขยับนิ้วเลื่อนหน้าจออย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูเย็นชาจนคนฟังหนาวไปถึงสันหลัง "ฉันไม่ได้จะจับผิด แต่สิ่งที่เธอเขียนมามันคือ 'ความฝัน' ไม่ใช่ 'ตารางงาน' ถ้าสตาฟฟ์ทุกคนทำงานตามตารางนี้ เราจะได้เห็นงานกีฬาพังไม่เป็นท่าภายในครึ่งวันเช้า ต้นรัก... เธอควรจะรู้จักลำดับความสำคัญมากกว่าใช้ความรู้สึกนำหน้าเหตุผล" "ต้นรักไม่ได้ใช้ความรู้สึก แต่ต้นรักมองว่าสตาฟฟ์ทุกคนก็คือคน ไม่ใช่เครื่องจักร!" "แล้วถ้าเครื่องจักรตัวหนึ่งพัง งานทั้งหมดก็ล่ม" คินเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวเล็ก สายตาที่เขาใช้มองเธอวันนี้มันต่างออกไป มันมีความกดดันบางอย่างที่ต้นรักไม่เคยได้รับมาก่อน "หรือเธออยากให้งานนี้ล่ม เหมือนที่เธอชอบทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง?" คำพูดนั้นจี้จุดความน้อยใจที่ต้นรักพยายามกดไว้มาตลอดหลายสัปดาห์ เธอเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือที่กำขอบแฟ้มสั่นระริก การต้องกลับมาทำงานร่วมกับเขาในฐานะเลขาฯ กองกลางสำหรับงานกีฬาสีเชื่อมสัมพันธ์คณะวิศวะฯ คือความซวยซ้ำซ้อนที่เธอไม่ต้องการเลยสักนิด โดยเฉพาะเมื่อริน อดีตคนคุยที่ดูเพียบพร้อมไปทุกกระเบียดนิ้วของคิน เพิ่งจะเดินเข้ามาอาสาช่วยงานกองกลางเมื่อช่วงเช้านี้เอง "พี่คิน! พูดแบบนี้แรงไปนะเว้ย" เมฆที่ทนฟังไม่ไหววางแก้วกาแฟลงแล้วเอ่ยปรามเพื่อนสนิท "น้องมันก็ตั้งใจทำงานเต็มที่แล้ว มึงก็เอาแต่จ้องจับผิดเขา ไม่แปลกหรอกที่งานมันจะเดินช้า" "ถ้ามันยังทำไม่ได้ตามมาตรฐาน ก็ต้องปรับจนกว่าจะทำได้" คินตอบเพียงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "ฉันจะไปดูสนามร่วมกับริน เธอ...จัดการแก้ตารางนี้ให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็น ถ้ายังไม่เรียบร้อยก็ไม่ต้องกลับ" ร่างสูงก้าวเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิด ทิ้งให้ต้นรักยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกอัดอั้นตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งร้องไห้ เธอสูดหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติแล้วก้มหน้าลงจัดการกับตัวเลขตรงหน้าอีกครั้ง เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแสงแดดสีส้มจัดทาบทาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ทำให้ต้นรักต้องเงยหน้าขึ้น "เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะน้องต้นรัก... พี่รินซื้อกาแฟมาฝาก เห็นว่าทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว" รินวางแก้วกาแฟลงข้างๆ แฟ้มเอกสาร รอยยิ้มหวานหยดย้อยนั้นดูสมบูรณ์แบบจนน่าประหลาดใจ ต้นรักยิ้มตอบอย่างเสียไม่ได้ "ขอบคุณค่ะพี่ริน แต่ต้นรักคงยังไม่หิว" "จะว่าไป... พี่ก็เห็นคินเขาเข้มงวดกับทุกคนแบบนี้แหละค่ะ ยิ่งเป็นคนที่เขา... สนใจเป็นพิเศษ เขาก็ยิ่งคาดหวังสูง ไม่ต้องเก็บไปคิดมากหรอกนะ" รินทิ้งท้ายคำพูดแปลกๆ ไว้พร้อมรอยยิ้มที่ดูลึกซึ้งกว่าเดิม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ต้นรักมองตามหลังไป ความรู้สึกหน่วงในใจยิ่งชัดเจนขึ้น เธอตัดสินใจคว้าเอกสารทั้งหมดเดินออกไปตามหาคินที่สนามกีฬากลาง เพราะถ้าต้องแก้ตารางนี้ เธอต้องการคำตอบที่ชัดเจน ไม่ใช่การประชดประชันแบบไร้เหตุผล เมื่อไปถึงอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก เธอก็เห็นคินยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง ท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่เริ่มเปิดส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของยามเย็น เขากำลังยืนมองสนามหญ้ากว้างใหญ่ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับงานวันพรุ่งนี้ แผ่นหลังกว้างนั้นดูอ้างว้างและแบกรับอะไรไว้มากมายจนต้นรักเผลอหยุดฝีเท้า เธอเดินเข้าไปใกล้โดยไม่ให้เขารู้ตัว กระทั่งห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว คินก็เอ่ยขึ้นทั้งที่ยังไม่หันมา "เธอควรจะอยู่ที่สโมสร ไม่ใช่ที่นี่" "ถ้าต้นรักอยู่ที่นั่น ต้นรักก็คงไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมตารางของพี่ถึงต้องเป๊ะขนาดนั้น" เธอเดินไปยืนเคียงข้างเขา "พี่คิน... พี่แบกอะไรไว้เยอะเกินไปหรือเปล่าคะ?" คินหันมามองคนตัวเล็กที่กล้าเอ่ยคำถามแทงใจดำ ดวงตาที่เคยเย็นชานั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว "มันเป็นเรื่องของฉัน หน้าที่ของเธอคือทำงานที่สั่งให้เสร็จ" "งานมันทำเสร็จได้ค่ะ แต่ความรู้สึกคนมันสั่งไม่ได้!" ต้นรักตัดสินใจก้าวเข้าไปประจันหน้ากับเขา "พี่คิดว่าการผลักไสทุกคนออกไป แล้วแบกงานทั้งหมดไว้คนเดียวมันคือความรับผิดชอบที่เท่มากเหรอคะ? มันไม่ได้เท่เลย... มันแค่ทำให้พี่ดูน่าสงสารในสายตาของต้นรัก" คินนิ่งงันไป คำพูดนั้นเหมือนมีดที่กรีดลงบนเกราะป้องกันที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นใหม่ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดน้อยลงเรื่อยๆ กลิ่นไอของความอึดอัดโอบล้อมรอบตัวพวกเขา "เธอไม่มีวันเข้าใจโลกของฉันหรอก ต้นรัก" คินโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าเธอ "โลกที่ถ้าผิดพลาดแค่นิดเดียว ก็เท่ากับล้มเหลวทั้งชีวิต..." ในจังหวะที่หัวใจของต้นรักเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก รินก็ก้าวเข้ามาในระยะสายตาพร้อมกับเมฆที่เดินตามมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คิน! เกิดเรื่องแล้ว!" เมฆตะโกนขึ้น "กองงานกิจกรรมเพิ่งโทรมาบอกว่า... งบประมาณสำหรับกีฬาสีที่พวกเราเพิ่งโอนไปเมื่อตอนเที่ยงถูกอายัด เพราะมีคนแจ้งว่าเอกสารการเบิกจ่ายมีรายเซ็นปลอมแปลง... ต้นรัก! นั่นไม่ใช่ลายเซ็นเธอเหรอที่อยู่ในเอกสารชุดนั้น!" ความเงียบเข้าปกคลุมสนามกีฬาทันที ต้นรักเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่คินหันขวับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเก่า ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับความรักที่แสนวุ่นวายของคินและต้นรักนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ ชานมไข่มุกหวานร้อย
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%