วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 13

ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"ถ้าเธอจะยังเอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งแบบนี้อยู่ล่ะก็... ฉันว่าเราคงไม่ต้องคุยอะไรกันต่อแล้วนะริน" เสียงทุ้มต่ำของคินดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันภายในร้านกาแฟเงียบสงบที่ตั้งอยู่หลังซอกตึกคณะ เสียงเครื่องชงกาแฟที่ทำงานแผ่วเบาไม่ได้ช่วยกลบความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศได้เลย ต้นรักที่ตั้งใจจะแวะมาส่งสมุดจดบันทึกกิจกรรมคืนให้พี่คินถึงกับชะงักฝีเท้าที่หน้าประตูร้าน หัวใจดวงน้อยสั่นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดนักศึกษาที่ดูเนี้ยบกริบ... พี่ริน "คินคะ... รินแค่รู้สึกว่าที่ผ่านมาเราต่างคนต่างก็พลาดไป" รินเอื้อมมือไปแตะบนหลังมือของคินอย่างถือสิทธิ์ แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ดูเปราะบางผิดกับมาดมั่นใจในตอนแรก "เราลองกลับไปจุดเดิม... จุดที่ไม่มีใครต้องมาคอยก้าวก่ายชีวิตเราอีกดีไหมคะ?" ต้นรักรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน มือที่ถือสมุดจดบันทึกไว้แน่นจนยับยู่ยี่ หัวใจที่เคยเชื่อมั่นในคำพูดของคนพี่ค่อยๆ แตกสลายลงทีละน้อย ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเห็นคินไม่ได้ดึงมือออกทันทีอย่างที่ควรจะเป็น เขานิ่ง... นิ่งเสียจนคนมองรู้สึกหายใจไม่ออก "มันไม่มีคำว่าจุดเดิมหรอกริน" คินถอนหายใจยาว แววตาคมกริบที่เคยใช้มองน้องๆ ในคณะด้วยความเข้มงวดบัดนี้กลับดูเหนื่อยล้าเกินบรรยาย "ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว... โดยเฉพาะตัวฉัน" "เปลี่ยนไปเพราะเด็กนั่นน่ะเหรอ?" รินเค้นเสียงถาม แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาในทันที "คนที่ไม่ได้มีอะไรคู่ควรกับคินเลยเนี่ยนะ?" ต้นรักตัดสินใจถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว จังหวะเดียวกับที่พนักงานร้านเดินสวนออกมาพอดีทำให้เขารีบหลบมุมกำแพงด้วยความรู้สึกมวนท้องอย่างหนัก เขาไม่ได้อยากแอบฟัง แต่น้ำตาที่รื้นขึ้นมาบดบังทัศนวิสัยทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเดินออกไปเผชิญหน้า ภายในใจของต้นรักตีกันยุ่งเหยิง ความไว้วางใจที่เขามีต่อพี่คิน... ความใจดีที่พี่คินมอบให้เขาในคืนที่ฝนตก... หรือว่ามันเป็นเพียงแค่ความสงสาร? หรืออาจจะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาคั่นเวลาของคนเหงาที่กำลังรอการหวนคืนของคนเก่า *เพล้ง!* เสียงแก้วกาแฟที่พนักงานทำหลุดมือข้างในร้านดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ ต้นรักสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจและทำของในมือร่วงลงพื้นจนเกิดเสียงดังไม่แพ้กัน คินหันขวับมาทางต้นเสียงทันที แววตาคมกริบของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาของใครบางคนวิ่งลับหายไปทางลานจอดรถ "ต้นรัก!" คินลุกพรวดขึ้นทันที ความสนใจที่มีต่อรินถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างไม่ไยดี เขาไม่ได้หันกลับไปมองหญิงสาวที่นั่งอึ้งอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปจากร้านด้วยความร้อนใจ ต้นรักวิ่งหนีออกมาโดยไม่รู้ทิศทาง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลพรากอาบแก้ม ความสับสนและน้อยใจพุ่งทะยานจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขาไม่โกรธพี่คิน... แต่เขากลับเกลียดตัวเองที่เชื่อสนิทใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันมีความหมายมากกว่านั้น เขาวิ่งมาหยุดที่สวนหย่อมหลังตึกวิศวะที่มืดสนิท หอบหายใจอย่างหนักหน่วงจนตัวโยน ก่อนจะสัมผัสได้ถึงแรงกระชากที่ข้อมืออย่างแรง ร่างของเขาถูกเหวี่ยงให้หันกลับไปปะทะกับแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นจางๆ ของคาเฟอีนที่ติดตัวพี่คินมาทำให้เขารู้สึกเหมือนจะขาดใจ "หยุดวิ่งเดี๋ยวนี้!" เสียงของคินแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ต้นรัก ฟังฉันก่อน... สิ่งที่เธอเห็นมันไม่ใช่แบบนั้น" "ไม่ใช่แบบนั้นแล้วแบบไหนครับ?" ต้นรักเค้นเสียงถามผ่านเสียงสะอื้น พยายามดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนา "พี่รินเขากำลังขอคืนดีกับพี่... และพี่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเขาทันทีที่เขาแตะตัวพี่ด้วยซ้ำ พี่คินครับ... พี่เห็นผมเป็นอะไรกันแน่?" "ฉันบอกให้ฟังก่อนไง!" คินตะคอกเบาๆ อย่างเหลืออด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเจ็บปวด "ฉันไม่ได้คิดอะไรกับรินแล้ว... ที่ฉันอยู่ตรงนั้น เพราะฉันต้องการบอกให้เขาเลิกยุ่งกับชีวิตฉัน... กับชีวิตของเธอด้วย!" "แต่พี่ก็ปล่อยให้เขา..." "ฉันแค่กำลังหาจังหวะที่เหมาะสม!" คินตัดบท เขาดึงตัวต้นรักเข้ามาใกล้จนหน้าผากของทั้งคู่ชนกัน ลมหายใจที่หอบถี่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดมิดของสวนหย่อม "ฉันไม่ได้ต้องการใครนอกจากเธอ... แค่เธอคนเดียวเท่านั้น" คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ต้นรักรู้สึกดีขึ้นเลย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกกลัว... กลัวความจริงที่ว่าความรักของเขาทั้งคู่กำลังถูกจับจ้องโดยใครบางคนที่พร้อมจะทำลายมันลงได้ทุกเมื่อ ทว่า ในขณะที่คินกำลังจะก้มลงจุมพิตเพื่อปลอบประโลมความสับสนของเด็กตรงหน้า แสงไฟจากสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่ติดอยู่บนตึกก็สว่างวาบขึ้นมาจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลงพร้อมกัน เสียงฝีเท้าของคนหลายคนที่กรูเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ทำให้ต้นรักต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พี่คิน! พวกผมเจอตัวแล้วครับ!" เสียงของเมฆดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเพื่อนสนิทที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เมฆไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังมีกลุ่มพี่ว้ากและอาจารย์ที่ปรึกษาที่เดินตามมาด้วยสีหน้าถมึงทึง "ต้นรัก... ถอยออกมาจากเขาก่อน!" เมฆตะโกนสั่งเสียงหลง คินขมวดคิ้วแน่น เขายังคงไม่ปล่อยมือจากต้นรัก แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรินเดินตามกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงชัยชนะ มือของรินถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่เปิดกล้องค้างไว้... และภาพที่ฉายอยู่บนหน้าจอนั้น ก็คือภาพของพวกเขาที่กำลังยืนกอดกันในมุมมืดของสวนเมื่อครู่นี้เอง "คุณคินคะ... ความลับที่ซ่อนไว้ สุดท้ายมันก็ไม่มีทางรอดพ้นสายตาของทางคณะไปได้หรอกนะคะ" รินเหยียดยิ้มบางๆ ขณะที่มองดูใบหน้าซีดเผือดของต้นรัก "หวังว่าเธอคงพร้อมจะยอมรับผลของการละเมิดกฎเหล็กของภาควิชานะคะ... น้องต้นรัก" คินรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เขาหันไปมองต้นรักที่ตัวสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน ก่อนจะหันกลับไปจ้องหน้ากลุ่มคนที่ยืนล้อมอยู่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่าที่ถูกต้อนจนมุม "ถ้าจะไล่ใครออก... ก็เริ่มที่ฉันคนเดียว" คินประกาศเสียงกร้าวโดยไม่สนสายตาใคร "เพราะคนเริ่มทุกอย่าง... คือฉัน!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับความรักที่แสนวุ่นวายของคินและต้นรักนะคะ แล้วพบกันในบทถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%