วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง•ตอนที่ 9

ความหึงหวงที่ไม่รู้ตัว

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
"มือพี่คิน... ปล่อยได้แล้วค่ะ" ต้นรักเค้นเสียงแผ่วเบา พยายามดึงมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนาที่เกาะกุมไว้ไม่ยอมปล่อย ท่ามกลางเสียงจอแจของร้านอาหารริมมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเหล่านิสิต แต่สายตาของเด็กสาวกลับไม่ได้อยู่ที่โต๊ะอาหารตรงหน้าเลย เธอกำลังจดจ้องไปยังโต๊ะมุมห้องที่ห่างออกไปสามโต๊ะ ที่นั่น... พี่คิน รุ่นพี่วิศวะมาดนิ่งคนนั้นกำลังนั่งอยู่กับผู้หญิงที่ดูสวยสง่าและโดดเด่นเสียจนคนทั้งร้านต้องหันไปมอง 'ริน' แค่ชื่อนี้ที่วนเวียนอยู่ในหัว ต้นรักก็รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งมากดทับอยู่ที่หน้าอก เธอเห็นรินยื่นมือไปแตะแขนคินอย่างสนิทสนม ไม่ใช่การแตะแบบเพื่อนร่วมคณะ แต่เป็นสัมผัสที่มีความนัยแฝงอยู่ และที่น่าใจหายที่สุดคือ... คินไม่ได้ถอยหนี "หึงเหรอครับ?" เมฆ เพื่อนสนิทของคินที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามพลางยักคิ้วกวนประสาท "ถ้าหึงก็เดินไปบอกมันสิ จะมานั่งจิกโต๊ะจนโต๊ะจะหักอยู่แล้วเนี่ย" "ใครหึงคะ... รักแค่... รักแค่ไม่ชอบที่เขาทำตัวแบบนั้น" ต้นรักแก้ตัว เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริก เธอพยายามบังคับให้ตัวเองมองไปทางอื่น แต่สายตาก็ทรยศกลับไปจ้องมองภาพคินที่กำลังก้มลงฟังรินพูดด้วยท่าทีตั้งใจ คินที่ไม่เคยให้ใครเข้าใกล้... คินที่เย็นชากับทุกคน... ทำไมกับผู้หญิงคนนี้ เขาถึงยอมลดกำแพงลงง่ายดายนัก? "มันไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อนหรอกนะรัก" เมฆพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นเล็กน้อย "พี่คินมีปมเรื่องความสมบูรณ์แบบที่ครอบครัวขีดเส้นไว้ รินคือคนเดียวที่เข้าถึงโลกใบนั้นของมันได้ในช่วงเวลาหนึ่ง... การที่มันยอมให้รินเข้าใกล้ ไม่ได้แปลว่ามันรัก แต่แปลว่ามัน 'คุ้นเคย'" ต้นรักกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาไม่ได้เกิดจากความโกรธ แต่มันคือความน้อยใจที่ประเดประดังเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเป็นใคร? เป็นเพียงเด็กปีหนึ่งที่ซุ่มซ่าม เป็นคนที่เขามักจะดุด้วยคำพูดเย็นชาเสมอมา เทียบกับรินที่พร้อมไปทุกอย่าง... เธอจะเอาอะไรไปสู้ ทันใดนั้น คินก็เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบของเขาประสานเข้ากับดวงตาของต้นรักโดยบังเอิญ รอยยิ้มจางๆ ที่คุยกับรินหายวับไปทันที แทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่คาดเดาไม่ได้ เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่บอกกล่าวทิ้งให้รินนั่งงงอยู่ตรงนั้น ก่อนจะสาวเท้าก้าวตรงมายังโต๊ะของต้นรักด้วยท่าทางคุกคาม "มาทำอะไรที่นี่?" เสียงเข้มเอ่ยถามขณะยืนตระหง่านอยู่ข้างโต๊ะ สายตาเขามองผ่านเมฆไปจ้องเขม็งที่ต้นรัก "รักมาทานข้าวค่ะ... กับพี่เมฆ" ต้นรักตอบ พยายามรวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตาคนตัวสูง "ทานข้าว? หรือมานั่งเฝ้าดูคนอื่นเขากินข้าว?" คินเลิกคิ้ว สายตาเหลือบไปมองรินที่หันมามองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูต้นรักจนคนตัวเล็กสะดุ้ง "อย่าทำตัวเป็นเด็กไร้สาระ แค่เพราะเห็นผู้หญิงอื่นเข้าใกล้ฉัน" ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างหูทำให้ต้นรักสั่นสะท้าน เธอผลักอกเขาออกเบาๆ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้น "ถ้างั้นพี่คินก็อย่ามาทำแบบนี้กับรัก... พี่มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าสิ่งที่รักทำมันไร้สาระ ในเมื่อสิ่งที่พี่กำลังทำอยู่ตอนนี้มันก็ชัดเจนพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ?" คินชะงักไป คำพูดของต้นรักเหมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ เขาไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าต่อปากต่อคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความน้อยใจถึงเพียงนี้ "รัก... ไปกันเถอะ" เมฆที่เริ่มเห็นว่าบรรยากาศมาคุ จึงรีบแทรกขึ้นก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ทว่าก่อนที่ต้นรักจะทันได้ลุกขึ้น แรงดึงจากมือใครบางคนที่เดินเข้ามาใหม่ก็ทำให้เธอกลับไปนั่งที่เดิม รินยิ้มบางๆ ให้กับคิน ก่อนจะหันมามองต้นรักด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "คินคะ... ลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะหรือเปล่า?" รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเหนือกว่า "ดูเหมือนจะลืมไว้ที่โต๊ะเรานะ... แล้วก็นะ... น้องคนนี้คงไม่ใช่คนที่ทำให้คินเปลี่ยนไปจนจำ 'กฎ' ของตัวเองไม่ได้หรอกใช่ไหมคะ?" คินหันไปมองรินด้วยสายตาที่เย็นชาลงกว่าเดิม แต่เขากลับไม่มีคำโต้ตอบใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว รินหันมาทางต้นรักแล้วโน้มตัวลงมาใกล้ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเด็กปีหนึ่งเย็นเยียบ "ที่เขาไม่ปฏิเสธฉัน ไม่ใช่เพราะเขาอยากกลับไป แต่เพราะเขากำลังกลัว... กลัวว่าความลับที่ฉันกุมไว้อยู่ จะทำให้คนบริสุทธิ์แบบเธอต้องพังทลายลงไปพร้อมกับเขา" รินวางโทรศัพท์เครื่องหรูลงบนโต๊ะข้างๆ ต้นรักแล้วเดินจากไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมไปทั่วโต๊ะ คินยืนนิ่งสนิท มือของเขาที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นเล็กน้อยจนต้นรักสังเกตได้ เขาหันมามองเธออีกครั้ง คราวนี้ดวงตาคู่คมนั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดบังไม่มิด ต้นรักมองโทรศัพท์เครื่องนั้นสลับกับใบหน้าของคิน ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงต้องผลักไสเธอออกห่างอยู่ตลอดเวลา "สิ่งที่รินพูด... หมายความว่ายังไงคะพี่คิน?" คินไม่ตอบ เขาก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนกำลังจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เขาโน้มตัวลงมาอีกครั้ง ลมหายใจสั่นรัวจนต้นรักสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ "ถ้ารู้แล้ว... จะยังกล้าอยู่ข้างๆ ฉันต่อไหม?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปกับตัวละครของ "ชานมไข่มุกหวานร้อย" นะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะขี้เก๊กกับเด็กปีหนึ่งใจบาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%