กับดักหัวใจในแนวรบของศัตรู•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนมั่นหน้า

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ผมไม่ได้จ้างคุณมาวาดภาพประกอบลงนิตยสารแฟชั่นวัยรุ่นนะคะ คุณแทนไท... นี่คือโปรเจกต์รีโนเวทหอศิลป์แห่งชาติ พื้นที่ที่ต้องการความเคารพต่อประวัติศาสตร์ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้เด็กจบใหม่มาพ่นสีสะท้อนแสงระบายอารมณ์" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระดับพริกสิบเม็ดดังขึ้นทันทีที่ประโยคทักทายกวนประสาทจากตอนที่แล้วลอยหายไปในอากาศ เหนือฟ้ายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะประชุมกระจกใส แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานส่องกระทบสันกรอบหน้าคมคายที่ตอนนี้กำลังบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด แทนไทไม่สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด ชายหนุ่มร่างโปร่งในเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีดำพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก หย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างถือดี ดวงตากลมโตเรียวรีมองตอบเจ้าของโปรเจกต์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ "เด็กจบใหม่เหรอคะ? น่าเสียดายจังที่คุณสถาปนิกผู้เคร่งขรึมตกข่าวไปหน่อย ใบปริญญาของฉันแปะฝุ่นมาห้าปีแล้วค่ะคุณเหนือฟ้า และที่สำคัญ..." แทนไทจงใจเว้นจังหวะ ลากเสียงยาวอย่างยียวน ก่อนจะเลื่อนแท็บเล็ตในมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย "งานชิ้นนี้ไม่ใช่การพ่นสีสะท้อนแสงระบายอารมณ์ แต่มันคือ 'การหายใจใหม่' ให้กับตึกอิฐแดงที่ตายซากต่างหากล่ะคะ" เหนือฟ้าก้มมองหน้าจอแท็บเล็ต แวบแรกที่เห็นคือภาพจำลองสามมิติของโถงทางเข้าหอศิลป์ที่ถูกปรับเปลี่ยนโครงสร้างแสงเงาด้วยงานกราฟิกดิจิทัลอาร์ตล้ำยุค เส้นสายเรืองแสงสีทองแดงตัดกับผนังอิฐโบราณอย่างกล้าหาญ มันทั้งดิบ ทั้งร่วมสมัย และที่สำคัญที่สุด... มันฉีกกฎเหล็กทุกข้อที่เขาเป็นคนร่างขึ้นมากับมือ ดวงตาคมกริบของหัวหน้าทีมดีไซเนอร์หรี่ลงเล็กน้อย ความเงียบโรยตัวคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่ ชนิดที่ว่าถ้ามีเข็มสักเล่มตกพื้นคงได้ยินเสียงก้องกังวล คิน ซึ่งนั่งอยู่มุมห้องทำท่าจะอ้าปากแทรกเพื่อไกล่เกลี่ย แต่เพียงแค่หางตาคมๆ ของเหนือฟ้ากวาดไปมอง เพื่อนสนทรอยกวนก็รีบกลืนน้ำลายแล้วแกล้งทำเป็นสนใจรอยเปื้อนบนผนังทันที "คุณกล้ามากนะ..." เหนือฟ้าแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "กล้าฉีกทีเซอร์โปรเจกต์ที่ผมใช้เวลาสามเดือนเต็มในการดีลกับบอร์ดบริหาร... คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าเอาความติสต์แตกส่วนตัวมาเสี่ยงกับงบแปดหลักของบริษัทเรา" "ฉันเป็นคนที่ถูกจ้างมาให้แก้ปัญหาที่คุณมองไม่เห็นค่ะ" แทนไทลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ ปะปนกับความดุดันในแววตาของอีกฝ่ายทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมแคบลงถนัดตา "คุณยึดติดกับความสมบูรณ์แบบจนลืมไปว่า งานศิลปะมันต้องมีชีวิต... หรือว่าคุณกลัวคะ? กลัวว่างานกราฟิกเด็กๆ ของฉัน มันจะส่องประกายจนกลบงานไฟนีออนไร้จิตวิญญาณของคุณจนมิด" คำว่า 'ไร้จิตวิญญาณ' กระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจัง เหนือฟ้าขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาไม่เคยยอมให้ใครมาดูถูกงานออกแบบที่เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและการอดหลับอดนอนหลายร้อยชั่วโมง ยิ่งเป็นไอ้เด็กปากเก่งคนนี้ด้วยแล้ว ความอดทนที่บางเบาอยู่เป็นทุนเดิมก็ขาดผึ่งลงทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวสวนเข้าไปหาจนแทบจะแนบชิด เหนือฟ้าโน้มใบหน้าลงมาหาคนที่เตี้ยกว่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยงเลยสักนิด ความโกรธระอุขึ้นเป็นประกายไฟในแววตาของทั้งคู่ แต่ในขณะเดียวกัน ความใกล้ชิดนี้ก็สร้างแรงสั่นประหลาดบางอย่างที่วิ่งพล่านไปตามปลายประสาท "ปากดีนักนะ... ถ้ามั่นใจว่ามันดีนัก งั้นเรามาลองของกันหน่อยเป็นไง" เหนือฟ้ากระซิบชิดริมหีบปาก เสียงทباเข้มกระด้างแต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ถ้างานที่คุณนำเสนอในที่ประชุมใหญ่สัปดาห์หน้า ผ่านความเห็นชอบจากท่านประธานไม่ได้... คุณต้องถอดโปรเจกต์นี้ แล้วก้มหัวขอโทษผมต่อหน้าทีมงานทั้งฟลอร์" แทนไทไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยสักนิด รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนเรียวปากบาง เฉดความมั่นใจฉายชัดในแววตาคู่สวยที่ช้อนขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "แล้วถ้าฉันชนะล่ะคะ?" แทนไทเอียงคอถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "ถ้างานของฉันผ่านฉลุยจนคุณต้องอ้าปากค้าง... คุณต้องยอมทำตามกฎของฉันทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม... ดีลไหมคะ?" เหนือฟ้าชะงักไปนิด ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าต่อรองกลับมาแบบนี้ กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนร่างของคนตรงหน้าลอยเข้ามาชิดจนแทบจะกลืนลมหายใจ ระยะห่างระหว่างจมูกของเขากับปลายจมูกรั้นของอีกฝ่ายเหลือเพียงคืบเดียวเท่านั้น ในวินาทีที่เหนือฟ้ากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธเพื่อดึงสปีดความควบคุมตัวเองกลับมา ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเลขาหน้าห้องที่ดังแทรกเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายนี้ "คุณเหนือฟ้าคะ... มีแขกสำคัญมารอพบที่ห้องรับแขกค่ะ เป็น... ท่านประธานใหญ่จากสำนักงานใหญ่ลอนดอนค่ะ" เหนือฟ้าผละตัวถอยหลังออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก เขาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ยังคงยืนยันความเย่อหยิ่งไว้เต็มเปี่ยม "รอดตัวไปนะคุณแทนไท... แต่จำคำพูดของคุณไว้ให้ดี" เหนือฟ้าทิ้งท้ายด้วยสายตาคมกริบที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้ากว้างออกจากห้องประชุมไปโดยไม่หันกลับมามอง แทนไทมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับตาไป รอยยิ้มพึงใจผุดขึ้นที่มุมปาก เรียวลิ้นเล็กแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ เมื่อนึกถึงสัมผัสความใกล้ชิดเมื่อครู่ ทว่าความมั่นใจทั้งหมดก็ต้องสะดุดกึก เมื่อคินที่ยืนเงียบมานานเดินเข้ามาสะกิดไหล่เบาๆ ด้วยสีหน้าซีดเผือด "ไท... แกเพิ่งตกลงอะไรไปรู้ตัวไหมวะ" คินกระซิบเสียงสั่น "ก็แค่เดิมพันเล็กๆ น้อยๆ น่า... กลัวอะไรเล่า" แทนไทตอบเสียงใส "ไม่ใช่เว้ย..." คินกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูหน้าโปรไฟล์ประวัติของคนที่เพิ่งเดินออกไป "คนที่ท่านประธานเพิ่งบินตรงมาจากลอนดอนเพื่อมาคุยด้วยวันนี้... และจะเป็นประธานกรรมการตัดสินโปรเจกต์รีโนเวทตัวจริงเสียงจริง... ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกว่ะ" คินเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "เขาคือ 'คุณภูวดล' ...อาแท้ๆ ของเหนือฟ้า และเป็นคนเดียวกับที่ออกกฎเหล็กห้ามเปลี่ยนสถาปนิกนำเดี่ยวของโปรเจกต์นี้เด็ดขาด... ถ้าแกดื้อจะเปลี่ยนดีไซน์ แกไม่ใช่แค่ชนกับเหนือฟ้าหรอกไท... แต่แกกำลังเอาหัวไปชนกับกำแพงเหล็กทั้งตึก!" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความซึนและรอยยิ้มของพวกเขานะคะ หมอกไม้ไผ่สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินให้ใจสั่นยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในแนวรบของศัตรู นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%