เปลวเทียนสีชาดวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลายดอกท้อ เงาร่างสูงสง่าทาบทับลงบนผนังกระดาษสา ราวกับพญาอินทรีที่กางกรงเล็บรอตะครุบเหยื่อในความมืด
เซี่ยหว่านอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกระงับความสั่นเท่าปลายนิ้ว นางซ่อนมือทั้งสองข้างไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง ในความเงียบสงัดยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงเสียงน้ำหยดจากนาฬิกาทองเหลืองและเสียงหัวใจของตนเองที่เต้นระรัวดั่งกลองศึก ใต้พื้นไม้กระดานแผ่นที่สามใต้โต๊ะหนังสือโบราณของอ๋องเฉินเฟิงซ่อนหีบไม้จันทน์หอมที่ถูกลงอาคมล็อกไว้สามชั้น และบัดนี้ มันนอนสงบนิ่งอยู่บนตักของนางแล้ว
กุญแจทองเหลืองลายมخาอัคคีที่นางขโมยมาจากถุงคาดเอวของเขาขณะแกล้งสะดุดล้มรินชาเมื่อยามหัวค่ำ ส่งเสียงกระทบกันเบาหวิวราวเสียงกระดิ่งเตือนภัย
หว่านอวี่ขบกรามแน่น ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารลับปึกหนาที่ถูกรื้อค้นขึ้นมาทีละแผ่น แสงเทียนส่องกระทบลายลักษณ์อักษรหมึกจีนชั้นดีที่บันทึกรายชื่อขุนนาง ทหาร และ... โศกนาฏกรรมแห่งตระกูลเซี่ยเมื่อสิบห้าปีก่อน
"เจ้ากำลังหาอะไรอยู่หรือ... อาจารย์เซี่ย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามราตรีดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณมุมห้อง ท่ามกลางเงาอัปมงคลของฉากกั้นลายปักมังกร
หัวใจของหว่านอวี่กระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา นางมิได้สะดุ้งโหยงจนทำข้าวของตกพื้น สมเป็นสตรีผู้ผ่านการฝึกฝนจิตใจมาอย่างโชกโชน นางค่อยๆ วางกระดาษแผ่นสุดท้ายลงในหีบอย่างเยือกเย็น ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืด
อ๋องเฉินเฟิงมิได้สวมชุดเกราะหรือชุดทางการ ทว่าอาภรณ์สีดำสนิทปักลายดิ้นเงินรูปเมฆาคลื่นลมกลับขับเน้นให้รัศมีอำนาจของเขารุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองนางนิ่ง ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับของความสนุกสนาน ราวกับแมี้ยามที่เหยื่อติดกับดัก เขาก็ยังนึกอยากชมดูการดิ้นรนครั้งสุดท้ายเสียก่อน
"ท่านอ๋อง..." หว่านอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่จิกเข้ากับเนื้อผ้าจนเจ็บแปลบ "ดึกดื่นป่านนี้ เหตุใดจึงยังไม่บรรทม หรือทรงโปรดการเดินตรวจเรือนยามวิกาลเช่นนี้เป็นกิจวัตร"
เฉินเฟิงไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าว... ฝีเท้าเงียบเชียบดั่งพญายม
กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นจันทร์หอมและกลิ่นอายสนามรบจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิกจนหว่านอวี่ต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว จนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือ ทว่าเขากลับใช้วงแขนแกร่งข้างหนึ่งยันกรอบไม้ไว้ กักขังนางให้อยู่ในอ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยแรงกดดันมหาศาล
"ข้าไม่ได้ตรวจเรือน..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหูนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านพวงแก้มเนียนจนขนลุกชัน "ข้าแค่รอคอย... ว่าเมื่อไหร่หนูตัวน้อยที่อาจหาญ ปีนป่ายเข้ามาในถ้ำเสือ จะยอมเผยหางอัปลักษณ์ออกมาเสียที"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ หว่านอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยฉายแววตื่นตระหนกเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความแข็งกร้าว นางไม่หลบสายตาเขา เชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตน
"หม่อมฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านอ๋องตรัส"
"ไม่เข้าใจงั้นหรือ?" มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย็นชา มือหนาเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นที่อยู่บนสุดในหีบขึ้นมาพลิกดู มันคือราชโองการลับฉบับที่สั่งการกวาดล้างตระกูลเซี่ยเมื่ออดีต ประทับด้วยลัญจกรที่นางจดจำได้ไม่มีวันลืม "เอกสารลับของกองกำลังพิทักษ์ราชบัลลังก์ บันทึกการเคลื่อนไหวของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ และแฟ้มคดีกบฏของขุนนางตระกูลเซี่ย... สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกเก็บไว้ในที่ลับตาที่สุด แต่เจ้า... 'อาจารย์เซี่ย' ผู้เป็นเพียงบัณฑิตพเนจร กลับไขกุญแจเปิดมันได้อย่างแม่นยำ ราวกับเจ้าเป็นเจ้าของมันเสียเอง"
เฉินเฟิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนดวงตาคมปلاบสบประสานกับนัยน์ตากลมโตของนางอย่างแนบชิด สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความล-ะห้อยหา ความดุดดัน และคำถามที่รอการพิสูจน์
"เจ้าเป็นใครกันแน่... เซี่ยหว่านอวี่ หรือข้าควรเรียกว่า... คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเซี่ยผู้ล่วงลับ?"
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ชื่อจริงที่นางฝังกลบไว้ในกองเลือดเมื่อสิบห้าปีก่อนถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตแผ่นดิน ความจริงที่นางเพิ่งค้นพบจากเอกสารในหีบ—ว่าอ๋องเฉินเฟิงผู้นี้ แท้จริงแล้วคือแม่ทัพหนุ่มผู้เคยนำกองทัพเข้าปิดล้อมจวนของนางในคืนเพลิงผลาญ—โถมเข้าใส่หัวใจจนแทบแตกสลาย
แต่นางไม่มีเวลาให้อ่อนแอ หว่านอวี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ มือที่ซ่อนอยู่แอบหยีดยาพิษอัมพาตเม็ดเล็กในสาบเสื้อ เตรียมพร้อมสำหรับการแลกชีวิต
ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วเรียจะทันได้หยิบผงยาออกมารับมือ เฉินเฟิงกลับคว้าข้อมือนางไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว แรงบิดนั้นมั่นคงและอบอุ่นอย่างประหลาด เขาไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ ทว่าเด็ดขาดจนนางไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
"คิดจะวางยาข้าอีกแล้วหรือ?" เขากระซิบชิดริมฝีปากนาง แววตาไหววูบลงชั่วขณะ ราวกับมีความเจ็บปวดบางเบาพาดผ่าน "เจ้าโง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือหว่านอวี่... คิดว่าการแก้แค้นด้วยการลอบสังหารข้า จะทำให้วิญญาณคนตระกูลเซี่ยสงบลงได้งั้นหรือ?"
"ปล่อยหม่อมฉัน!" นางสะบัดข้อมือแต่ไม่เป็นผล ดวงตาสั่นระริกด้วยความเคียดแค้นและอัดอั้น "ท่านมีส่วนร่วมในการสังหารล้างบางครอบครัวข้า! ท่านคือคนที่เหยียบย่ำเกียรติยศตระกูลเซี่ยลงใต้โคลนตม เหตุใดข้าต้องฟังท่าน! เหตุใดท่านถึงต้องทำลายทุกสิ่ง!"
"เพราะถ้าข้าไม่ทำ..." เสียงของเฉินเฟิงพลันเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและทรงพลัง ดึงสติของนางให้หยุดชะงัก "ในคืนนั้น... เจ้าจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เพื่อถือพู่กันแก้แค้นข้า แต่เจ้าคงนอนกลายเป็นศพไร้ชื่อไปนานแล้ว"
เขาดึงร่างนางเข้ามาชิดอกแกร่งจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน มืออีกข้างประคองท้ายทอยนางไว้ไม่ให้หลบหนีสายตา ขณะที่หว่านอวี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย
ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูก็จังโครมครามดังขึ้นจากด้านนอกห้องโถง
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงองครักษ์คนสนิทตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงถึงตำหนักท่านอ๋องแล้ว!"
เฉินเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปทางประตู ก่อนจะก้มลงมองสตรีในอ้อมแขนที่ตัวแข็งทื่อ นางสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากสถานการณ์เบื้องนอก
นิ้วเรียวแกร่งของท่านอ๋องละจากข้อมือของนาง เขายืดกายขึ้นเต็มความสูง สะบัดชายเสื้อคลุมอย่างสง่างาม ทว่าสายตายังคงจับจ้องนางไม่วางตา ราวกับเสือร้ายที่ยังไม่อยากปล่อยเหยื่อออกจากกรง
"เก็บเรื่องของเราไว้ก่อน..." เฉินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดดึงดูดวิญญาณ "เพราะดูเหมือนว่า หมากกระดานนี้... กำลังจะมีผู้เล่นหน้าใหม่กระโจนเข้ามาพลิกเกมแล้ว"
หว่านอวี่กัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด นางกวาดสายตามองราชโองการลับในหีบสลับกับแผ่นหลังกว้างของบุรุษตรงหน้า ในอกเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทั้งความแค้น ความสงสัย และความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ
ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากคบเพลิงของทหารองครักษ์ เงาร่างของขันทีหลวงในชุดคลุมสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมกับม้วนพระราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าซีดเซียวและรอยยิ้มแปลกประหลาดเผยให้เห็นความไม่ชอบมาพากล
"มีพระราชโองการด่วน... ถึงท่านอ๋องเฉินเฟิง และ... อาจารย์เซี่ยพ่ะย่ะค่ะ!"
ดอกโบตั๋นพันปีขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ
หมากกระดานลวงกับพู่กันเลือดมังกร•ตอนที่ 5
ความลับใต้เงาเทียน
ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานลวงกับพู่กันเลือดมังกร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!