ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 2

เมื่อเสือเจอกับเสือ

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
"เกมยังไม่จบ... อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจสิ หลานรัก" เสียงทุ้มต่ำของประธานอาวุโสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพริมา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังเคาะโต๊ะประชุมกระจกใสเสียงดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบเค้นหัวใจของทุกคนในห้องให้หยุดเต้น บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ชั้น 45 ของตึกอัครเดชโภคิน กรุ๊ป กำลังคุกกรุ่นราวกับมีลาวาเดือดพล่านอยู่ใต้พื้นพรม บอร์ดบริหารระดับสูงนั่งตัวเกร็ง สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นทั้งทายาทหมื่นล้านและ "คู่หมั้นจำเป็น" ของเธอ—คินน์ อัครเดชโภคิน เขากำลังเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทางสบายๆ สวนสูทแบรนด์เนมสีชาโคลถูกปลดกระดุมออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและสร้อยคอทองคำขาวราคาหลักล้าน รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างน่าหมั่นไส้... เป็นรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู และไม่เคยเกรงกลัวกฎเกณฑ์ใดบนโลกใบนี้ "คุณคินน์คะ ข้อเสนอในการควบรวมกิจการของบริษัทพิทักษ์กิจ ถูกพิจารณาตกไปตั้งแต่คุณปู่ประกาศชื่อคุณมารับตำแหน่งโปรเจกต์นี้แล้วนะคะ ฉันคิดว่าเราไม่ต้องเสียเวลาเล่นเกมเด็กๆ กันอีก" พริมากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงไปด้วยความกรุ่นโกรธที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้สูทสีขาวสะอาดตา เธอคือพริมา พิทักษ์กิจ หญิงสาวผู้แบกรับภาระกอบกู้บริษัทของครอบครัวจากปากเหวแห่งการล้มละลาย และวันนี้เธอยอมเอาศักดิ์ศรีทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะเจรจา เพียงเพื่อพบว่าคู่ต่อสู้ของเธอไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นตาแก่เจ้าเล่ห์ที่ส่งหลานชายตัวแสบมารangขัดขาเธอทุกก้าว คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่มันกรีดแทงหัวใจคนฟังให้แหลกละเอียด เขาค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตากรุ้มกริ่มราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต "เกมเด็กๆ งั้นเหรอครับ... อ้อ, ขอโทษที ฉันติดปากพูดคำว่า 'ครับ' ไปหน่อย พอดีเห็นคุณหน้าเครียดจนริ้วรอยจะขึ้นอยู่แล้ว พริมา" คินน์จงใจเน้นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย "แต่เอาเถอะ ในเมื่อเธออยากคุยเรื่องธุรกิจนัก งั้นเรามาคุยกันแบบผู้ใหญ่ที่ถือเงินสดในมือดีกว่า" ปัง! ธันวา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทุบโต๊ะเสียงดังลั่น สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคืองที่ถูกมองข้ามหัว "คินน์! แกอย่าลำพองตัวให้มากนักนะ บริษัทของแกอาจจะมีหุ้นใหญ่ในมือ แต่โปรเจกต์ล่าแต้มอริครั้งนี้ ทางเราได้เซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ต่างชาติเรียบร้อยแล้ว หุ้นส่วนของเธอก็แค่ผู้หญิงที่กำลังจะล้มละลาย อย่ามาทำเป็นกร่างในที่ประชุมนี้นะ!" พริมาเหลือบมองธันวาด้วยหางตา เธอเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของธันวาไม่แพ้ความกวนประสาทของคินน์ สองคนนี้ไม่ต่างอะไรกับสเก๊าต์ที่รอทึ้งซากศพของบริษัทพิทักษ์กิจ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บใจที่สุดคือ คินน์ไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนต่อคำขู่ของธันวาเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ ราวกับธันวาเป็นเพียงแค่ฝุ่นผงน่ารำคาญ "ธันวาเพื่อนรัก... นายยังโง่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ" คินน์เหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกวาดมองเอกสารสัญญาบนโต๊ะก่อนจะดันมันกลับไปหาธันวาด้วยปลายนิ้ว "สัญญาพาร์ทเนอร์ต่างชาติอะไรนั่นน่ะ มันเป็นกระดาษชำระเช็ดก้นตั้งแต่ห้าวินาทีที่แล้วที่บริษัทแม่ของฉันซื้อหุ้น 51% ของพวกมันแบบไม่เปิดเผยตัวตนแล้วล่ะ" กริบ... ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินเสียงเข็มตก ธันวาหน้าซีดเผือด สีหน้าจากที่เคยแดงก่ำด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดราดกระดาษเอกสาร มือที่กำหมัดสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ "แก... แกทำแบบนั้นไม่ได้! นั่นมันเส้นสายของฉัน!" "เส้นสายเหรอ? โลกธุรกิจไม่มีคำว่าเส้นสายหรอกธันวา มีแต่คำว่า 'ใครมีเงินหนากว่า' ต่างหากล่ะ" คินน์พิงหลังพอกับเก้าอี้อีกครั้ง ดวงตาคู่คมหันกลับมาสบกับพริมาที่กำลังยืนนิ่งอึ้ง สติของเธอแทบหลุดลอยเมื่อตระหนักว่าอำนาจที่ชายหนุ่มคนนี้ถือครองมันน่ากลัวเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้หลายร้อยเท่า พริมากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก เธอเกลียดผู้ชายคนนี้... เกลียดรอยยิ้มเย่อหยิ่ง เกลียดความร่ำรวยที่เขานำมาใช้ขยี้คนอื่น และเกลียดหัวใจตัวเองที่ดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ในระยะประชิด "นายต้องการอะไรกันแน่ คินน์?" พริมาตัดสินใจเอ่ยถาม ทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงไว้ซึ่งความพยายามปกป้องศักดิ์ศรีครั้งสุดท้าย คินน์หรี่ตาลง รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเก้าอี้ของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนพริมาต้องเผลอกลั้นหายใจ ร่างสูงก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นกระซิบแผ่วเบาจนมีเพียงแค่เธอกับเขาที่ได้ยิน "ฉันไม่ได้อยากได้บริษัทของเธอหรอกนะ พริมา... สิ่งที่ฉันต้องการ ก็คือตัวเธอกับเกมล่าแต้มอริที่เราต้องเล่นด้วยกันจนกว่าฉันจะพอใจต่างหากล่ะ" พริมาเบิกตากว้าง หันขวับไปหมายจะต่อaว่าไอ้คนฉวยโอกาส แต่ริมฝีปากของเธอกลับเกือบเฉียดผ่านแก้มสากของเขาที่โน้มเข้ามาใกล้เกินความจำเป็น ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างของเลขานุการส่วนตัวของคินน์ก้าวเข้ามาด้วยอาการหอบเหนถือแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอลนลานจนเกือบสะดุดพรมปูพื้นก่อนจะรายงานเสียงสั่น "คุณคินน์คะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! บัญชีส่วนตัวทุกเล่มของคุณถูกอายัดโดยคำสั่งฉุกเฉินจากบุคคลปริศนา... และตอนนี้ 'เธอ' คนนั้นกำลังก้าวขึ้นลิฟต์มาถึงชั้น 45 แล้วค่ะ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและร่วมลุ้นไปกับเกมเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%