เสียงส้นสูงแหลมปรี๊ดกระทบพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีดัง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่ทรงอำนาจและจงใจข่มขวัญคนฟังให้ตกอยู่ในความหวาดผวา ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยชั้น 45 ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่1รอให้ใครอนุญาต ร่างเพรียวระหงในชุดสูทรار์มานีสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปากซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำราวกับเลือดสดๆ
พริมา พิทักษ์กิจ กวาดสายตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความสะใจระคนสมเพช
"อุ๊ย... ขอโทษด้วยนะคะคุณคินน์ ดูเหมือนว่าห้องทำงานสุดหรูวิวหลักร้อยล้านของคุณในวันนี้ จะบรรยากาศวังเวงชอบกลนะคะ" น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา โดยมีเลขาฯ ส่วนตัวถือแฟ้มเอกสารเดินตามหลังมาติดๆ "ได้ข่าวว่าบัญชีส่วนตัวทุกเล่มโดนอายัดแบบสายฟ้าแลบเหรอคะ? แย่จังเลยน้า... ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งอย่างคุณ กลายเป็นขอทานชั่วข้ามคืนซะแล้วสิคะ"
คินน์ อัครเดชโภคิน ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือลนลานอย่างที่หญิงสาวคาดหวังแม้แต่น้อย ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานกระจกเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกปลาบราวกับพญาอินทรีชำเลืองมองผู้หญิงที่กำลังลำพองใจด้วยแววตานิ่งสงบ ราวกับกำลังมองดูละครสัตว์ฉากหนึ่งที่น่าขันเสียเต็มประดา
"ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ล่ะครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ลืมตัวไปหน่อย พอดีติดพูดภาษาคนเหนือระดับ เลยเผลอใช้คำพูดที่คนระดับล่างอย่างคุณอาจจะต้องใช้เวลาคิดนานหน่อยนะคะคุณพริมา" คินน์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน ชนิดที่ทำเอาเลือดในกายของพริมาพุ่งพล่านขึ้นมาถึงริ้วสมองทันที
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะคุณคินน์!" พริมาปรี่เข้าไปใช้สองมือตบลงบนโต๊ะทำงาน โน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกยั่วโมโห "คิดว่าถือหุ้นใหญ่ร้อยละสี่십แล้วจะทำเป็นเก่งได้นานแค่ไหนคะ? คำสั่งอายัดเมื่อครู่นี้มาจาก 'ท่านประธานใหญ่' คนใหม่ของกลุ่มบริษัทอัครเดชโภคิน และฉันนี่แหละค่ะ... คือคนที่ถูกวางตัวให้เข้ามานั่งบริหารโปรเจกต์ล่าแต้มอริแทนที่คุณ!"
บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงในทันที เลขาฯ ส่วนตัวของพริมายิ้มกริ่มอย่างได้ใจ เพราะเกมนี้พวกเธอเป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู การที่บัญชีของคินน์ถูกล็อกหมายความว่าเขาจะไม่สามารถใช้เงินซื้อเสียงหรือเคลียร์ปัญหาในงานเลี้ยงการกุศลคืนนี้ได้ ซึ่งนั่นหมายถึงความอับDอายขายหน้าที่จะถูกประจานต่อหน้าเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทย
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับปกเสื้อสูทเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างคุกคาม จนพริมาต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"คุณคิดจริงๆ เหรอครับพริมา... ว่าคนที่ฉลาดเป็นกรดอย่างผม จะปล่อยให้ตัวเองตกหลุมพรางตื้นๆ แบบนี้?" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนความเย่อหยิ่งลอยวนอยู่รอบตัว "คุณคิดว่า 'ท่านประธานใหญ่' คนใหม่ที่คุณอ้างถึงน่ะ... คือใครกันแน่?"
สีหน้าของพริมาเริ่มเปลี่ยนไป ความมั่นใจเมื่อครู่สั่นคลอนชั่วขณะ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าขึ้นสูงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "อย่ามาทำเป็นพูดจาจิตวิทยาตบตาฉันหน่อยเลยค่ะ! หลักฐานคาตา เอกสารคำสั่งศาลและธนาคารส่งตรงถึงฉัน... คุณไม่มีทางพลิกเกมนี้ได้หรอกค่ะ!"
"งั้นเหรอคะ..." คินน์หยิบสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมา ปัดหน้าจอเบาๆ สองครั้งก่อนจะยื่นหน้าจอสีสว่างนั้นไปตรงหน้าหญิงสาว "ถ้าอย่างนั้น... ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิคะ ว่าทำไมข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลาง ถึงบอกว่าเงินทุนสำรองทั้งหมดแปดหมื่นล้าน ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของฉัน... โดยมีลายเซ็นอนุมัติจากคุณพ่อคุณเองล่ะ?"
ดวงตาของพริเบิกกว้างค้างเติ่ง สีหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งเลือดฝาด ร่างทั้งร่างสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อกวาดสายตาอ่านตัวเลขมหาศาลบนหน้าจอ และชื่อผู้มีอำนาจอนุมัติที่ปรากฏหราอยู่
"ไม่... ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้!" พริมาหวีดร้องออกมาอย่างเสียจริต เธอพยายามคว้าโทรศัพท์ในมือชายหนุ่มแต่คินน์ชักมือหลบได้อย่างทันท่วงที
"เกมที่คุณกับธันวาอุตส่าห์ร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมา เพื่อจะล่อให้ฉันไปเสียหน้าที่งานเลี้ยงการกุศลคืนนี้..." คินน์ยิ้มเหยียด หยิบการ์ดเชิญสีทองอร่ามขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้วสองนิ้ว แล้วสะบัดเบาๆ "สนุกมากไหมคะ? น่าเสียดายจัง... ที่คุณดันลืมเช็คไปว่า 'คนควบคุมเกมตัวจริง' ไม่เคยใช่พวกคุณ... แต่เป็นฉันต่างหากล่ะค่ะ"
ในวินาทีนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนของพริมาก็ดังขึ้นพร้อมกันหลายสิบครั้งติดๆ กัน เธอหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา และพบว่า... บัญชีบริษัทของครอบครัวเธอกำลังถูกเทขายหุ้นออกทีละล็อตอย่างบ้าคลั่งโดยบุคคลปริศนาที่ใช้นามแฝงว่า 'ไอศกรีมมินต์ช็อก'
พริมาเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพงอย่างไร้ศักดิ์ศรี ความพ่ายแพ้แผ่ซ่านกัดกินหัวใจจนชาหนึบ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากร้องขอความเมตตา ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดผางอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงสง่าของธันวาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
"พริมา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! หุ้นที่เราถืออยู่ทั้งหมด... ถูกฟรีซโดยคำสั่งฉุกเฉินจาก... จากใครก็ไม่รู้!" ธันวาตะโกนลั่นห้องโดยไม่ทันสังเกตสภาพของหญิงสาวบนพื้น ก่อนที่สายตาคมกริบจะค่อยๆ เบนมาสบตากับคินน์ที่ยืนกอดอกมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มพิฆาต
คินน์ปรายตามองผู้ชายที่เป็นทั้งศัตรูหัวใจและคู่แข่งทางธุรกิจ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดดั่งคมมีด
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของคนรวยนะคะ... และขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันจองตั๋วแถวหน้าสุดให้พวกคุณดูฉากจบของบริษัทตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มลองความหวานซ่อนพิษของไอศกรีมถ้วยนี้ด้วยกันนะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 3
กับดักของคนรวย
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!