เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นราวกับคลื่นซัดสาด แต่สำหรับพริมาแล้ว มันช่างเป็นเสียงที่น่ารำคาญเสียจนเธออยากจะคว้าแก้วไวน์ในมือสาดใส่หน้าใครสักคนให้รู้แล้วรู้รอด บนเวทีเบื้องหน้า แสงสปอตไลท์สีทองสาดส่องลงบนร่างสูงโปร่งของ "คินน์ อัครเดชโภคิน" ทายาทซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขากำลังยืนยันความสำเร็จของโปรเจกต์พันล้านด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เธอมองว่ามันช่างกวนประสาทและน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
"ขอบคุณทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มีให้กับอัครเดชโภคินครับ..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อยดังผ่านไมโครโฟนไร้สาย คินน์กวาดสายตาคมกริบมองผู้ถือหุ้นและแขกเหรื่อระดับ V.I.P. ก่อนที่สายตานั้นจะสะดุดเข้ากับร่างบางในชุดสูทสีชาแนลสั่งตัดพิเศษที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมเสา
พริมาไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตาคู่นั้นแม้แต่น้อย เธอกลับยกมุมปากขึ้นนิดๆ ส่งยิ้มเย้ยหยันกลับไปให้เขาแบบไม่เกรงใจใคร ในเมื่อเขาคิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ชนะบนจุดสูงสุดของค่ำคืนนี้ เธอนี่แหละที่จะเป็นคนกระชากเก้าอี้ใต้ร่างเขาให้ร่วงลงมาฟาดพื้นอย่างไร้ความปรานี
ทันทีที่เสียงปรบมือเงียบลงและคินน์ก้าวลงจากเวทีเพื่อรับคำชมจากบรรดาผู้บริหาร พริมาก็ไม่รอช้า เธอสืบเท้าเข้าไปขวางทางเดินของเขาไว้อย่างจัง แรงปะทะกลายๆ ระหว่างคนทั้งสองทำให้บรรยากาศรอบข้างที่เคยคึกคักพลنينเงียบลงชั่วขณะ ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่า "สงครามประสาท" ระหว่างคู่กัดคู่นี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
"ยินดีด้วยนะคะ, คุณคินน์... สำหรับความสำเร็จจอมปลอมที่กำลังจะกลายเป็นอากาศธาตุในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" พริมาเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าแววตาคู่นั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ
คินน์หยุดเดิน เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาแพรวพราวสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความท้าทาย ไม่มีร่องรอยของความตกใจหรือหวาดกลัวเลยสักนิด มีเพียงความสนุกสนานในแววตาคู่นั้นที่ฉายชัดออกมา
"อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ว่าที่คู่หมั้นผู้แสนน่ารักของผมนี่เอง" คินน์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'คู่หมั้น' จนพริมานึกอยากจะยกส้นสูงเหยียบเท้าเขาแรงๆ สักที "มาแสดงความยินดีเหรอครับ? หรือว่าแค้นจนทนไม่ไหว ต้องรีบมาเห็นหน้าผมใกล้ๆ กันแน่"
"มั่นหน้าได้โล่จริงๆ นะคะ" พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยแรงอัดอั้น "คิดว่ากว้านซื้อหุ้นของกลุ่มพิทักษ์กิจไปได้แค่สามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วจะฮุบทุกอย่างไปได้ตามอำเภอใจเหรอคะ? ฝันกลางวันไปหน่อยหรือเปล่า?"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและเย้ายวนใจสำหรับสาวๆ หลายคน แต่มันกลับทำให้พริมาคันยิบๆ ในหัวใจ เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้เธอจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงเจือจางกับกลิ่นแชมเปญ
"สำหรับคนอื่นอาจจะเป็นแค่ความฝัน..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าชวนโมโห "แต่สำหรับคินน์คนนี้... ทุกอย่างที่ผมอยากได้ มันต้องเป็นของผม... รวมทั้งตัวคุณด้วย พริมา"
ดวงตากลมโตของพริมาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีกับความใกล้ชิดนั้น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ แต่เธอก็รีบดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาดุร้ายกลับไปทันที ไม่มีทางที่เธอจะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้เด็ดขาด
"อย่ามาเพ้อเจ้อแถวนี้ค่ะ! เพราะสิ่งที่คุณกำลังจะเจอต่อจากนี้ มันจะไม่ใช่แค่ความฝัน... แต่มันคือฝันร้ายที่คุณไม่มีวันลืม"
พริมาสะบัดหน้าหนี เตรียมจะหันไปหยิบแท็บเล็ตในกระเป๋าขึ้นมาเปิดเอกสารลับฟ้องล้มละลายโครงการของเขา แต่ทว่า... เสียงปรบมือแปะๆ จากบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
"โอ๊ะ O... ดูเหมือนผมจะพลาดชมฉากรักหวานชื่นของว่าที่คู่รักคู่นี้สินะครับ"
ร่างสูงโปรดของ "ธันวา" ศัตรูตัวฉกาจที่สวมสูทสีเทาดำก้าวออกมาจากมุมมืด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายที่พริมาเกลียดแสนเกลียด ธันวาปราบตามองคินน์สลับกับพริมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนแผนร้ายบางอย่างไว้
คินน์หุบยิ้มทันที แววตาที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจใบมีดโกน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบเมื่อเสือสองตัวมาเผชิญหน้ากัน
"นายมาทำอะไรที่นี่, ธันวา? งานนี้ฉันไม่ได้เชิญแขกไม่ได้รับเชิญนะ" คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ
ธันวาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยกสมาร์ทโฟนในมือขึ้นโชว์หน้าจอที่มีตัวเลขการโอนเงินมหาศาล พร้อมกับเอกสารตราครุฑที่พริมาเห็นแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ไม่ได้เชิญก็ไม่เป็นไรครับ... พอดีผมแค่เอา 'ข่าวดี' มาบอกพริมาเขาหน่อยน่ะ" ธันวาหันไปสบตากับพริมาด้วยรอยยิ้มสะใจ "คุณพริมาครับ... บริษัทพิทักษ์กิจของคุณ ถูกศาลสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนะครับ... และคนที่ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนใหญ่ที่สุดของบริษัทตอนนี้..."
ธันวาเว้นจังหวะ หันไปมองหน้าคินน์ด้วยสายตาเย้ยหยันสุดขีด
"...ไม่ใช่คุณคินน์... แต่เป็นผมเองครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที พริมาหน้าถอดสี ร่างกายชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เอกสารในกระเป๋าหล่นร่วงลงพื้น
คินน์หันขวับมามองหน้าพริมาทันที ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนที่เขาจะหันกลับไปจ้องธันวาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนคนรอบข้างต้องถอยร่น
"แกกล้าดียังไง..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะปะทุเดือดไปมากกว่านั้น ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นของบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิตที่เดินเรียงแถวเข้ามา และตรงกลางนั้น... ร่างของผู้ทรงอำนาจที่สุดในตระกูลอัครเดชโภคินก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชา
"เกมยังไม่จบ... อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจสิ หลานรัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมติดกับดักความแซ่บในตอนแรกนี้นะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 1
ศึกแรกของเจ้าชายเพลย์บอย
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!