"ยอดเงินในบัญชีที่ถูกถอนออกไปห้าสิบล้านในเวลาไล่เลี่ยกันสามครั้ง... ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบแน่ค่ะคุณคินน์"
เสียงรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนในห้องทำงานส่วนตัวดังเป็นจังหวะจะโคน ทว่าไร้ซึ่งความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของพริมา เธอยืนกอดอกมองหน้าจอแท็บเล็ตแสดงกราฟการเงินที่ดิ่งเหิรลงเหวราวกับดิ่งพสุธา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันแดดแฟชั่นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด ขณะที่นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอเพื่อเช็กเส้นทางการโอนเงินที่ซับซ้อนราวกับใยแมงมุม
คินน์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน เขาสะบัดข้อมือเล็กน้อยเพื่อให้เสื้อสูทเข้ารูปเข้าที่ ก่อนจะโยนเอกสารรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุดลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบกระจกดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแบดบอยไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"ห้าสิบล้านสามรอบ... ธันวามันคงคิดว่าเงินในบัญชีของอัครเดชโภคินเป็นกระปุกออมสินหมูสีชมพูที่ทุบเอาเมื่อไหร่ก็ได้สินะคะ" คินน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มรื่นหูแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เล่นตุกติกยักย้ายถ่ายเทหุ้นบริษัทเครือข่ายไปไว้ในนามนอมินี แถมยังปล่อยข่าววงในให้หุ้นตกฮวบเพื่อรอช้อนซื้อราคาถูก... มุกนี้โบราณยิ่งกว่าละครหลังข่าวภาคค่ำเสียอีกค่ะ"
พริมาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่หน้าจอแท็บเล็ตเพื่อขยายภาพเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทบังหน้าแห่งหนึ่งในต่างประเทศ
"ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นนะคะคุณคินน์" พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอคมกริบและจริงจังจนคนมองต้องชะงัก "เอกสารสิทธิบัตรโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดของเราถูกอัปโหลดออกจากเซิร์ฟเวอร์หลักเมื่อตอนตีสามสี่สิบนาที มีคนเจาะระบบเข้ามาจากไอพีแอดเดรสเดียวกับที่ธันวาใช้ในการประชุมบอร์ดบริหารครั้งก่อน... เขากำลังจะทำให้บริษัทเราล้มละลายทางกฎหมาย ก่อนที่จะเทคโอเวอร์ทุกอย่างไปในราคาเศษเงินค่ะ"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันเงียบงันลงชั่วขณะ ความกดดันพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ คินน์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ อีกครั้ง ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้า—คู่หมั้นสาวที่ในคราแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงคุณหนูตระกูลผู้ดีตกอับที่ถูกส่งมาแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ในยามนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาอย่างมั่นคง พร้อมที่จะกางกรงเล็บเข้าขย้ำศัตรูร่วมกันอย่างไม่เกรงกลัวใคร
"เก่งมากค่ะที่หาหลักฐานมาได้เร็วขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นผู้หญิงที่ฉันเลือกมาเป็นคู่หมั้นล่าแต้ม" คินน์เอ่ยชมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวพริมาจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง "แต่ธันวามันคงลืมไปว่า... เกมนี้คนที่จะล้มละลายและหมดตัวไม่ใช่เรา แต่เป็นมันต่างหากค่ะ"
พริมาไม่ถอยหนี เธอยกยิ้มมุมปากบ้าง รอยยิ้มที่ร้ายกาจไม่แพ้กันปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยหวาน "อย่าเพิ่งมั่นใจไปค่ะคุณคินน์ เงินจำนวนนั้นทำให้สภาพคล่องของเราสั่นคลอนไปสามสัปดาห์เต็มๆ ถ้าเราไม่หาเงินมาโปะหนี้ก้อนนี้ก่อนปิดตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้... เราอาจจะกลายเป็นคนตกงานจริงๆ นะคะ"
"หึ เรื่องเงินเป็นเรื่องเล็กที่สุดในโลกใบนี้ค่ะพริมา" คินน์หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูขึ้นมา นิ้วเรียวสไลด์หน้าจอปลดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด "ในเมื่อธันวาอยากเล่นเกมสกปรกนัก เราก็แค่สาดเงินซื้อบริษัทของมันมาเป็นบริวาร แล้วไล่มันออกไปยืนขอทานหน้าตึกให้หมดอนาคตไปเลยดีกว่าค่ะ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กร่อนดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนิทของคินน์ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า
"คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลขาสาวหอบหายใจถี่กระชั้น "ตอนนี้ทางธนาคารใหญ่สามแห่งส่งหนังสือแจ้งยกเลิกวงเงินสินเชื่อกะทันหัน อ้างว่าบริษัทของเรามีความเสี่ยงสูงที่จะล้มละลาย และ... และตอนนี้ข่าวลือเรื่องบริษัทกำลังจะฟื้นฟูกิจการถูกปล่อยออกไปสำนักข่าวเศรษฐกิจทุกแห่งแล้วค่ะ หุ้นร่วงลงไปสิบเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสิบนาทีแล้วค่ะ!"
พริมาหันไปสบตากับคินน์ทันที รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่แทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด
นี่ไม่ใช่แค่การโจมตีทางธุรกิจธรรมดา... แต่มันคือการประกาศสงครามแบบเต็มรูปแบบที่ตั้งใจจะฆ่าให้ตายในหมัดเดียว
คินน์หรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงอย่างปิดไม่มิด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แต่แทนที่จะหัวเสีย เขากลับยกยิ้มเย็นเยียบออกมา เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่พริมาเคยเห็นมาตลอดชีวิต
"ดี... ดีมากค่ะ" คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นเราล้มบนฟูกนัก ฉันก็จะทำให้พวกมันได้เห็นนรกบนดินของจริงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้เหมือนกัน"
คินน์กดโทรออกด้วยความเร็วสูงผ่านระบบบลูทูธในห้องทำงาน เสียงสัญญาณดังเพียงครั้งเดียวปลายสายก็กดรับทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ดาดฟ้าให้ฉัน แล้วโอนเงินหนึ่งพันล้านเข้าบัญชีกลางของบริษัทลูกทันที... ใช้บัตรเครดิตดำไร้วงเงินรูดผ่านระบบสำรองฉุกเฉินเดี๋ยวนี้ค่ะ!"
พริมามองการกระทำอันเด็ดขาดของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความเร้าใจที่พุ่งพล่านไปทั่วร่าง เกมล่าแต้มระลอกใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว และศัตรูที่บังaอาจมาลูบคมพวกเขาจะต้องชดใช้ด้วยความพินาศย่อยยับชนิดที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป
ทว่า ก่อนที่คินน์จะทันได้วางสาย เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคินก็ดังขึ้นแทรกเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานที่ปรากฏร่างของใครบางคน—บุคคลที่พวกเขาคาดไม่ถึงที่สุด—กำลังก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันและเอกสารหมายศาลในมือ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 5
เป้าหมายคือความหายนะ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!