"ฉันให้เวลาพวกคุณอีกแค่สามนาทีในการเก็บของออกจากโต๊ะ ก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. มาโยนเอกสารทุกแผ่นลงถังขยะ!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวสะท้อนก้องไปทั่วทั้งแผนกกลยุทธ์จนพนักงานหลายคนสะดุ้งโหยง เอกสารรายงานประจำไตรมาสปลิวว่อนร่อนตกลงพื้นราวกับใบไม้ร่วง ใบหน้าพะเนียงของธันวาบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เขายืนค้ำหัวพริมาที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทีสงبเสงี่ยม ทว่าแววตาคู่สวยกลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกคนเป็นจุล
"คุณธันวาคะ คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้ครอบครองบริษัทนี้ไปตลอดกาลจริงๆ หรือคะ?" พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจ รอยยิ้มเย้ยหยันแต้มอยู่บนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าในมือของธันวาจะถือหมายศาลและคำสั่งปลดเธออกจากตำแหน่งหัวหน้าทีมกลยุทธ์ที่เพิ่งเซ็นอนุมัติสดๆ ร้อนๆ จากบอร์ดบริหารชุดใหม่ก็ตาม
"หึ! เลิกทำปากเก่งได้แล้วพริมา เธอคิดว่ามี,ไอ้เด็กเส้น,คินน์คอยหนุนหลังแล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือฉันไปได้เหรอ? ตอนนี้คฤหาสน์ตระกูลอัครเดชโภคินกำลังวุ่นวายจนเอาตัวไม่รอด เอกสารหมายศาลชุดนี้คือจุดจบของพวกเธอสองคน!" ธันวาแค่นหัวเราะเสียงดังลั่น เขาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'จุดจบ' ให้ดังฟังชัด เพื่อให้พนักงานทั้งชั้นได้ยินและหมดสิ้นศรัทธาในตัวทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนั้น
บรรยากาศในออฟฟิศเงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน พนักงานในแผนกต่างก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบตาใคร เพราะไม่มีใครอยากเอาอนาคตมาเสี่ยงกับสงครามระหว่างผู้บริหารระดับสูง ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนแทบจะระเบิด ประตูอัตโนมัติหน้าแผนกก็เปิดผางออกเสียงดังสนั่น
กึก!
ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของพนักงานทั่วไป แต่เป็นเสียงส้นรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบกับพื้นหินอ่อนอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงระยับลอยละลิ่วเข้ามาแตะจมูกพร้อมกับร่างสูงโปรดของคินน์ อัครเดชโภคิน ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชา และทรงพลังราวกับพญาอินทรีย์ที่กำลังบินวนเหนือเหยื่อ
"ใครบอกคุณเหรอครับ... เอ้ย, ใครบอกคุณหรือคะว่าผมเอาตัวไม่รอด?" คินน์แก้ไขสรรพนามในใจอย่างรวดเร็วเมื่อหางตาดันเหลือบไปเห็นสายตาดุๆ ของพริมาที่ส่งสัญญาณเตือนมาให้ระวังเรื่องคำพูด
คินน์กวาดสายตามองเอกสารหมายศาลในมือของธันวาด้วยหางตา รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มแบบที่ใครเห็นก็รู้ว่ากำลังเตรียมตัวเอาคืนอย่างเจ็บแสบที่สุด "ถือกระดาษแผ่นเดียวแล้วทำเป็นกร่าง คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทนี้จริงๆ หรือคะคุณธันวา? น่าสมเพชเสียจริงนะ"
"คินน์! แกยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตาอยู่อีกเหรอ? ดูนี่ซะ! หุ้นของตระกูลแกกำลังร่วงกาวราวกับเขื่อนแตก แถมบอร์ดบริหารก็ลงมติถอดถอนแกจากตำแหน่งซีอีโอแล้วด้วย!" ธันวาพุ่งเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับชูเอกสารหมายศาลสั่นเทาด้วยความโกรธ
พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอขยับเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์อย่างรู้หน้าที่ มือเรียวบางเอื้อมไปจับแขนเสื้อสูทของชายหนุ่มไว้เบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ ขณะที่ปากก็สวนกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน
"คุณธันวาคะ ก่อนจะไปไล่คนอื่นออกจากบริษัท ช่วยเช็คยอดเงินในบัญชีบริษัทล่าสุดเสียก่อนนะคะ ว่าเงินเดือนเดือนนี้ของคุณ... ใครเป็นคนจ่าย?"
ธันวาชะงัก สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเมื่อเห็นคินน์ควักสมาร์ตโฟนเครื่องหรูออกมา กดแตะหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้ง เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งห้องทำงานของบอร์ดบริหารชั้นบนสุด เสียงนั้นดังสะท้อนก้องผ่านระบบกระจายเสียงภายในออฟฟิศ
*ติ๊ด! ยอดเงินฝากเข้าบัญชี... จำนวน 5,000,000,000 บาท สำเร็จ*
คินน์เก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเพิ่งโอนเงินซื้อขนมปังหน้าปากซอย ไม่ใช่การเทเงินห้าพันล้านบาทเข้าซื้อหุ้นใหญ่ของบริษัทเพื่อกวาดล้างศัตรูในรวดเดียว
"ห้าพันล้าน... พอจะทำให้คุณหุบปากแล้วไสหัวออกไปจากตึกของฉันได้หรือยังคะ?" คินน์ยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ
ธันวาล้มทรุดลงไปกองกับพื้นในทันที สีหน้าขาวซีดราวกับศพไร้วิญญาณ เอกสารหมายศาลในมือร่วงหล่นลงเกลื่อนกลาด พนักงานทั้งแผนกต่างอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน ไม่คิดว่าเกมนี้จะพลิกกลับตาลปัตรได้รวดเร็วและสะใจถึงเพียงนี้
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งชัยชนะกำลังระบายอยู่บนใบหน้าของพริมา เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเธอก็แผדเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นมาทำลายบรรยากาศ คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่เป็นเบอร์แปลกปลอมจากต่างประเทศ พริมาลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะกดรับสาย และวินาทีต่อมา หน้าหวานๆ ของเธอก็ถอดสีจนซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"ว่ายังไงนะคะ... คุณพ่ออยู่ที่ไหนนะคะ?!" พริมาอุทานเสียงหลง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนเกือบหลุดมือ
คินน์รีบคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้ทันที สายตาคมกวาดมองใบหน้าซีดเผือดนั้นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว ประตูลิฟต์แก้วส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นใต้ดินก็เปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่ก้าวตรงเข้ามาพร้อมกับเอกสารตราครุฑสีแดงฉานในมือ—เอกสารคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลพิทักษ์กิจในข้อหาร้ายแรง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับเกมธุรกิจที่เดิมพันด้วยหัวใจในตอนนี้นะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 6
รอยร้าวในออฟฟิศ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!