แฟ้มเอกสารตราครุฑสีแดงฉานถูกกระแทกวางลงบนโต๊ะกระจก เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวราวกับเสียงฆ้อนพิพากษาโทษประหารชีวิต กลุ่มชายชุดดำสี่คนยืนเรียงแถวหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบ ท่าทางแข็งกร้าวและสายตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นอาการสั่นเทาของเรียวหน้าที่ถอดสีจนซีดเผือด เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาศนั้นช่วยเรียกสติให้เธอกลับคืนมาท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"หมายอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทพิทักษ์กิจ กรุ๊ป รวมถึงบัญชีส่วนบุคคลของคุณพริมาและคุณพ่อของคุณ มีผลบังคับใช้ ณ วินาทีนี้ครับ" หัวหน้าทีมเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังดิ่งลงเหวอย่างไร้ทางสู้ คินน์ อัครเดชโภคิน กลับแค่น
"หึ" ออกมาเบาๆ ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทแบรนด์เนมเข้ารูปยังคงยืนพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเอกสารสีแดงฉานตรงหน้าเป็นเพียงแค่ใบปลิวโฆษณาชิ้นหนึ่ง ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีทอดมองกลุ่มชายชุดดำด้วยความรู้สึกขบขันระคนสมเพช
"พวกคุณคงยังไม่รู้สินะคะ ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร..." คินน์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้าไปยืนซ้อนหลังพริมาอย่างปกป้อง มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่หญิงสาวนั่งอยู่ พร้อมกับส่งยิ้มมุมปากที่แสนจะเป็นเอกลักษณ์ออกไป "ธันวาคงจ่ายเงินพวกคุณมาไม่น้อยสินะ ถึงได้กล้าบุกเข้ามาถึงรังของอัครเดชโภคินแบบนี้"
หัวหน้าชุดดำชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินนามสกุลอันทรงอิทธิพล แต่ก็ยังฝืนเชิดหน้าขึ้น "ทางเราทำตามหน้าที่ครับ คุณคินน์... คำสั่งนี้มาจากเบื้องบน มีหลักฐานการทุจริตและยักยอกเงินของพริมา กรุ๊ป ชัดเจน"
"หลักฐานปลอมๆ ที่ไอ้สารเลวธันวาปั้นแต่งขึ้นมาน่ะเหรอคะ?" พริมาสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตที่เคยมีหยาดน้ำตาคลอหน่วย บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความแค้น เธอสูดหายใจเข้าลึกแล้วลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคิดจะโค่นพริมาด้วยวิธีสกปรกแค่นี้ บอกได้เลยว่าพวกคุณประเมินฉันต่ำไปหน่อย!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที แรงกดดันระหว่างอำนาจเงินตราและความพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้ายปะทะกันจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นไอเย็นเฉียบ คินน์เหลือบมองหญิงสาวข้างกายแวบหนึ่ง แววตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยจริงๆ ยามที่จนตรอก เธอกลับเลือกที่จะแว้งกัดศัตรูแทนที่จะยอมจำนน
"ฉลาดมากค่ะที่คิดได้แบบนั้น..." คินน์กระซิบเสียงต่ำข้างใบหูของพริมา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตรงตรง "เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณมีหมายอายัด... งั้นก็เชิญตรวจสอบตามสบายเลยค่ะ แต่อย่าลืมนะว่าทุกตารางเมตรของตึกนี้ รวมถึงหนี้สินทั้งหมด... ตอนนี้มันอยู่ภายใต้การดูแลของ 'ไอศกรีมมินต์ช็อก' เอ้ย! ของฉันคนนี้แล้ว"
คินน์ควักสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะยื่นหน้าจอไปจ่อตรงหน้าหัวหน้าชุดดำ
หน้าจอแสดงผลยอดเงินในบัญชีหลักที่ไม่มีวันหมดสิ้น พร้อมกับโลโก้ตราสัญลักษณ์พิเศษของกลุ่มทุนระดับโลกที่ทำให้สีหน้าของเจ้าหน้าที่ชุดดำเปลี่ยนสีทันที จากความมั่นใจกลายเป็นความตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬแตกพลั่ก
"ระ... </i>เรื่องนี้..."
"ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะ" พริมาฉวยจังหวะนี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเกม เธอหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากลิ้นชักลับแล้ววางกระแทกทับลงบนแฟ้มสีแดงของเจ้าหน้าที่ "เพราะก่อนที่พวกคุณจะเข้ามา ฉันกับคุณคินน์ได้เซ็นสัญญา 'ควบรวมกิจการ' และ 'โอนสิทธิ์ขาด' ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หนี้สินทั้งหมดของพริมา กรุ๊ป ถูกซื้อต่อโดยบริษัทในเครืออัครเดชโภคินด้วยวงเงินสด... หนึ่งหมื่นล้านบาท!"
สิ้นคำพูดของพริมา เจ้าหน้าที่ชุดดำถึงกับผงถอยหลังไปคนละก้าวด้วยความช็อกตาค้าง เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจายเกลื่อนกลาด
คินน์หัวเราะในลำคออย่างสะใจ เขายื่นมือไปโอบไหล่บางของพริมาไว้หลวมๆ เป็นเชิงแสดงความเป็นเจ้าandเข้าทาง "ได้ยินชัดเจนแล้วสินะคะ? ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ก็ช่วยกรุณาไสหัวออกไปจากบริษัทของ 'คู่หมั้น' ฉันซะที ก่อนที่ฉันจะฟ้องพวกคุณข้อหาบุกรุกและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ!"
กลุ่มชายชุดดำรีบก้มเก็บเอกสารด้วยความลนลานก่อนจะถอยกรูดออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ประตูลิฟต์แก้วปิดตัวลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมา แต่หัวใจของพริมากลับเต้นระรัวยิ่งกว่าเดิม เธอนิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำว่า 'คู่หมั้น' หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม
"ใครเป็นคู่หมั้นคุณกันคะ?" พริมาหันไปค้อนใส่ร่างสูงที่ยิ้มกริ่มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"อ้าว ก็เมื่อกี้ฉันเพิ่งประกาศกร้าวไปหยกๆ หรือว่าคุณอยากให้ฉันเปลี่ยนจากคู่หมั้นเป็น 'ภรรยาทางกฎหมาย' เลยดีล่ะคะ หืม?" คินน์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มแดงระเรื่อ ทำให้พริมาต้องรีบยกมือขึ้นดันอกอีกฝ่ายไว้ทันที
"เพ้อเจ้อ! เราตกลงกันแค่เรื่องธุรกิจนะคะคุณคินน์ อย่ามาฉวยโอกาส!"
"ธุรกิจเหรอคะ?" คินน์แค่นยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "งั้นเรามาทำ 'ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้' ข้อต่อไปกันดีกว่า..."
เขายื่นหน้าเข้าไปกระซิบคำพูดบางประการข้างหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยอำนาจและเงื่อนไขที่บีบคั้นทำให้พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงอีกครั้งเมื่อตระหนักได้ว่าเกมนี้มันไม่ได้จบลงแค่การไล่พวกธันวาออกไป แต่มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก!
ในจังหวะที่พริมาอ้าปากจะปฏิเสธ ประตูลิฟต์ตัวเดิมที่เพิ่งปิดไปก็เปิดผางออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น... แปะ... แปะ... แปะ...
ร่างสูงโปร่งของ "ธันวา" ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากและสายตาที่จ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองคนราวกับสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"เก่งมากครับคุณพริมา... แต่คิดเหรอครับว่าเกมนี้ คุณจะชนะผมได้จริงๆ?" ธันวาเอ่ยเสียงเย้ยหยัน พร้อมกับชูรีโมทคอนโทรลสีดำสนิทขึ้นในมือซ้าย "เชิญสนุกกับชัยชนะปลอมๆ ไปก่อนนะครับ เพราะอีกสามวินาทีข้างหน้า ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดของตึกนี้ รวมถึงเซิร์ฟเวอร์สำรองของคุณ... จะถูกลบเกลี้ยงจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ!
ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ•ตอนที่ 7
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทพันล้านกับโปรเจกต์ล่าแต้มอริ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!