“ผมไม่ได้บอกให้คุณมานอนทับพื้นที่ส่วนตัวของผมนะ อาคเนย์!”
คริษฐ์ตวาดลั่นพลางขยับตัวหนีออกจากโซฟาที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเตียงชั่วคราว กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ที่จงใจปล่อยออกมาจางๆ เพื่อกดขี่ข่มเหงคนตัวเล็กกว่าในพื้นที่จำกัดนี้มันฉุนกึกจนน่าหงุดหงิด คนตัวเล็กตวัดสายตาขุ่นเคืองมองท่านประธานหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องพักราคาแพงระยับใจกลางเมือง ซึ่งในตอนนี้กลายเป็น 'กรงขัง' จำเป็นเพียงเพราะพายุฝนภายนอกที่ทำให้ระบบไฟฟ้าย่านนี้ตัดขาดจนไม่มีที่ไป
อาคเนย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยไร้อารมณ์มีรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจไม่น้อย “นี่ห้องพักของโครงการบริษัทผม คริษฐ์ และตอนนี้คุณคือพนักงานที่ผม ‘สั่ง’ ให้มาเคลียร์โปรเจกต์ด่วนที่นี่ เพราะฉะนั้น... ทุกตารางนิ้วในนี้ คือพื้นที่ของผม”
“งั้นเชิญคุณยึดพื้นที่ไปคนเดียวเถอะครับ ส่วนผมจะกลับ!” คริษฐ์คว้าแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเก่งเตรียมจะพุ่งตัวออกไป แต่ทว่า... ร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์กลับขวางประตูไว้ได้ทัน เขาใช้แขนแกร่งยันบานประตูไว้แน่น กักขังโอเมก้าหนุ่มไว้ในวงแขนทันที
“ข้างนอกนั่นน้ำท่วมสูงขนาดนั้น คุณจะออกไปพิสูจน์ความแข็งแกร่งของร่างกายตัวเองด้วยการลุยน้ำตายหรือไง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นชาทว่าแฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “อย่าดื้อได้ไหม... ผมไม่อยากเห็นพนักงานออกแบบมือดีต้องมาจมน้ำดับอนาถก่อนงานจะเสร็จ”
คริษฐ์ชะงัก สายตาประสานกับดวงตาสีเข้มที่จ้องลึกเข้ามาในใจ กลิ่นจางๆ ของไม้สนหอมกรุ่นปะทะเข้ากับจมูกจนเขาใจสั่น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องอยู่ใกล้กัน แต่ในพื้นที่จำกัดเพียงแค่ไม่กี่ตารางเมตรเช่นนี้ ความใกล้ชิดมันกลับกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่ทำลายกำแพงความเย็นชาของเขาลงทีละน้อย
“ห่วงงานหรือห่วงคนครับ?” คริษฐ์ย้อนถามพลางเชิดหน้าขึ้น แม้ใจจะสั่นไหวแต่ริมฝีปากยังคงได้รูปสวยนั้นยังคงทำหน้าที่จิกกัดได้ดีเยี่ยม
อาคเนย์นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคู่คมวูบไหวราวกับมีคลื่นอารมณ์ซัดสาด ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน “ถ้าบอกว่าห่วงคน... คุณจะทำตัวดีขึ้นไหมล่ะ?”
ประโยคนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัว คริษฐ์รู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าช็อตไปทั่วร่าง ความเย็นชาที่เคยใช้ป้องกันตัวหายไปไหนหมดไม่รู้ เหลือเพียงความวาบหวิวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
“...ปากร้ายอย่างคุณ ไม่พูดคำนี้ออกมาหรอก” คริษฐ์พึมพำ หลบสายตาไปทางอื่น หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงจนกลัวว่าอีกคนจะได้ยิน
อาคเนย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผละออกแล้วเดินไปที่โซฟา “เอาเถอะ ผมไม่รังแกคุณหรอก... คืนนี้ เราต่างคนต่างอยู่ ผมนอนโซฟา คุณนอนเตียงห้องนอนใหญ่ไป จบนะ?”
คริษฐ์ถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่ก็แฝงความเสียดายลึกๆ ที่บอกไม่ถูก “โอเค... ดีล”
ทว่าความเงียบสงบกลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงท่ามกลางความมืดสลัวของห้องที่ใช้เพียงแสงจากไฟฉาย อาคเนย์ขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวไปที่ประตูด้วยความระมัดระวัง แต่ทว่าเมื่อเขากระชากบานประตูเปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องกลับไม่ใช่พนักงานโรงแรมอย่างที่คิด
กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าสายเลือดเดียวกันที่รุนแรงและฉุนกึกพุ่งเข้าปะทะจนอาคเนย์ต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว
“อาคเนย์... นายพา 'ของเล่น' มาไว้ในที่ส่วนตัวของตระกูลแบบนี้ตั้งแต่วันไหน?” เสียงทุ้มแหบพร่าของผู้มาใหม่สร้างความกดดันมหาศาลให้กับบรรยากาศในห้องทันที
คริษฐ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังมองผ่านไหล่ของอาคเนย์ไป เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยแต่ไม่อยากพบเจอที่สุด... พี่ชายต่างมารดาของอาคเนย์ที่เคยพยายามทำลายชีวิตเขาในอดีตยืนยิ้มแสยะอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมกับมือหนาที่คว้าข้อมือของคริษฐ์ไว้แน่นจนเจ็บร้าว
“ในเมื่อนายไม่รู้จักรักษาของดี ก็ให้คนอื่นดูแลแทนดีกว่านะ... น้องชาย”
อาคเนย์นิ่งอึ้ง มือที่เคยกำแน่นคลายออกอย่างสับสน แต่ก่อนที่เขาจะขยับตัวทำอะไรได้ คริษฐ์กลับกระตุกมือออกและก้าวขึ้นมาเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน
“คำถามคือ... ใครอนุญาตให้คุณก้าวเท้าเข้ามาในห้องของคนอื่นกันครับ?”
กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 13
ใกล้กว่าเดิมนิดนึง
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!