แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานราคาแพงสะท้อนเงาหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบ บรรยากาศภายในห้องทำงานท่านประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ตอนนี้เย็นเฉียบเสียจนน่าอึดอัด แม้เครื่องปรับอากาศจะตั้งอุณหภูมิไว้ที่มาตรฐาน แต่ไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวของอัลฟ่าหนุ่มกลับทำให้เลขาหน้าห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"คุณกรณ์... อดีตคู่หมั้นของท่านประธานอย่างนั้นเหรอคะ"
คำพูดนั้นไม่ได้หลุดออกมาจากปากของคริษฐ์ หากแต่เป็นเสียงทุบโต๊ะหนักๆ ที่ดังขึ้นจนแฟ้มเอกสารแทบกระเด็น อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันระดับอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ทะลักทะลายออกมาอย่างไร้การควบคุม ฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ป่าดิบที่ปกติจะสุขุมนุ่มลึก กลับแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นไอป่าหลังฝนตกที่คมกริบและดุดันจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองเลขาสפרหน้าซีดเผือดด้วยแววตาที่วาวโรจน์
"ใครอนุญาตให้มันเหยียบเข้ามาในตึกนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "แล้วใครอนุญาตให้คุณเอาขยะพวกนี้มารายงานฉัน"
"ทะ... ท่านประธานครับ คือว่า คุณกรณ์เขา..." เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขາเรียวถอยหลังกรูดเมื่อเจอแรงกดดันระดับที่ทำให้โอเมก้าหรือเบต้าแถบนั้นเข่าอ่อน "เขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับหุ้นส่วนต่างประเทศที่ต้องเคลียร์กับทางเราโดยตรง และตอนนี้... เอ่อ... เขากำลังเดินมาที่ชั้นนี้แล้วครับ!"
สิ้นเสียงรายงาน ประตูห้องทำงานกระจกนิรภัยก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
ร่างสูงโปร่งของอัลฟ่าหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทแบรนด์เนมนำเข้าก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง ดวงตาเรียวรีคมกวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คริษฐ์ ซึ่งกำลังยืนถือแท็บเล็ตอยู่ริมหน้าต่างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับไหววูบไปชั่วขณะ
"อ้าว... บรรยากาศเคร่งเครียดอะไรกันขนาดนั้นครับเนี่ย" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับที่ 'กรณ์' อดีตคู่หมั้นผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อนเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน "ไม่คิดเลยนะครับอาคเนย์ ว่าผ่านมาหลายปี นายจะยังมีรสนิยมเลี้ยง... เอ่อ โอเมก้ากราฟิกหน้าตาธรรมดาๆ ไว้ข้างกายเหมือนเดิม แถมยังเป็นข่าวฉาวโฉ่ตามหน้าสังคมออนไลน์ตอนนี้อีกด้วยนะ"
คริษฐ์เม้มริมฝีปากแน่นโดยอัตโนมัติ มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตเผลอกำแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาว ข่าวลือเสียหายที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อช่วงเช้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขากับท่านประธานถูกขุดคุ้ยและบิดเบือนในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว และการปรากฏตัวของกรณ์ในเวลานี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าทุกอย่างมีเบื้องหลัง
สายตาคมกริบของคริษฐ์ตวัดมองชายผู้มาใหม่ด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียน รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษนั่น... ช่างน่ารังเกียจไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ
"ถ้าคุณมาเพื่อพ่นเรื่องไร้สาระ ก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องของฉันซะ กรณ์" อาคเนย์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาขวางกั้นระหว่างกรณ์กับคริษฐ์ไว้ราวกับกำแพงเหล็ก ฟีโรโมนของอัลฟ่าถูกปลดปล่อยออกมาข่มขู่ทันทีจนคนมาใหม่ต้องชะงักรอยยิ้ม
"ใจร้อนจังนะอาคเนย์ นายก็รู้ว่าข่าวฉาวของโอเมก้าคนนี้มันทำลายมูลค่าหุ้นของบริษัทเราไปเท่าไหร่แล้วในเช้าวันนี้" กรณ์ยักไหล่ทำทีเป็นไม่ยี่ห้อต่อแรงกดดัน แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายบนขมับ "ในฐานะอดีตคู่หมั้น และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ฉันแค่จะมาเสนอทางออก... ให้นาย ‘เขี่ย’ เด็กนี่ทิ้งซะ แล้วทุกอย่างก็จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิม"
คำว่า 'เขี่ยทิ้ง' ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันทีจนได้ยินเสียงลมหายใจ
คริษฐ์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง โอเมก้าหนุ่มก้าวเท้าพ้นจากเงาบังของอาคเนย์ ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววดื้อรั้นบัดนี้เปล่งประกายความเย่อหยิ่งและเด็ดเดี่ยวอย่างชัดเจน
"ถ้าวิธีแก้ปัญหาของคุณคือการวิ่งโร่มาเหยียบหัวคนอื่นเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงตัวเองล่ะก็..." คริษฐ์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงนิ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "ฉันว่าคนที่จะต้องอับอายขายหน้าจนไม่มีแผ่นดินจะเดิน น่าจะเป็นคุณมากกว่านะ... คุณกรณ์"
"นี่นาย!" กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที ความอดทนที่เสแสร้งไว้หลุดรุ่ย ดวงตาคู่คมฉายแววคุกรุ่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกโอเมก้าตอกหน้า "เป็นแค่เด็กกะפอกที่เกาะอัลฟ่ากิน กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!"
"ปากดีแบบนี้ค่อยสมเป็นคริษฐ์หน่อย"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างกายทำให้คริษฐ์ต้องเหลือบมอง อาคเนย์ไม่ได้หันมามองหน้าเขา แต่แผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านั้นให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของคริษฐ์ไว้หลวมๆ ก่อนจะดึงให้ถอยไปอยู่ด้านหลังอีกนิด เป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณที่ชัดเจนเสียจนหัวใจดวงน้อยของโอเมก้ารู้สึกกระตุกวูบ
"ฟังให้ดีนะกรณ์" อาคเนย์หันไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นเต็มตัว แววตาเยือกเย็นไร้ความปรานี "คริษฐ์ไม่ใช่เด็กที่ใครจะมาเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ และข่าวบ้าๆ ที่นายกุขึ้นมา... ฉันสั่งให้ทีมกฎหมายจัดการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนหมดตัวตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว"
กรณ์หน้าถอดสีทันที "นายหมายความว่า..."
"หมายความว่า นายไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อเขาด้วยซ้ำ" อาคเนย์ย่างสามขุมเข้าไปหากรณ์ทีละก้าว แรงกดดันระดับอัลฟ่าชนชั้นสูงทำให้กรณ์ต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ "ส่วนเรื่องหุ้นส่วนต่างประเทศที่นายเอามาอ้าง... เชิญกลับไปคุยกับฝ่ายตรวจสอบบัญชีของฉันในคุกซะเถอะ เพราะหลักฐานทุจริตที่นายทำไว้เมื่อสามปีก่อน ตอนนี้อยู่บนโต๊ะตำรวจหมดแล้ว"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที เลขาหน้าห้องหน้าซีดเผือด รีบก้มหน้าก้มตาถอยหลังออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบที่สุด กรณ์กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและหวาดกลัว ปากอ้าพะงาบๆ จะเถียงแต่ก็พูดไม่ออกเมื่อเจอสายตาดุจพญามารของอาคเนย์
"ไสหัวไปซะ" อาคเนย์เอ่ยคำขาด
กรณ์สะบัดหน้าหนีด้วยความอัปยศอดสู ก่อนจะรีบสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ประถูกปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
ภายในห้องทำงานกว้างขวางเหลือเพียงแค่เขaทั้งสองคน คริษฐ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังร่างสูง ปล่อยให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเขาไว้ส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยเข้ามาอย่างช้าๆ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวและอึดอัดเมื่อครู่ กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่นแทน
อาคเนย์ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับโอเมก้าตัวแสบ ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนอย่างที่หาดูได้ยากยิ่ง
"นายเนี่ยนะ..." อาคเนย์เอ่ยเสียงดุเจือความเอ็นดูระคนหงุดหงิด "ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย ใครใช้ให้เดินออกมาปะทะกับมันเองฮึ"
"ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะอาคเนย์ ฉันปกป้องตัวเองได้" คริษฐ์เชิดหน้าเถียงเสียงแข็ง แม้แก้มเนียนจะขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิดก็ตามที "แล้วก็... ปล่อยข้อมือฉันได้แล้วมั้งคะ ท่านประธาน"
อาคเนย์ไม่ยอมปล่อยตามคำสั่ง หน้ำซ้ำยังออกแรงดึงรั้งเบาๆ จนร่างโปร่งเซเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นฟีโรโมนสนซีดาร์ป่าดิบโอบล้อมรอบตัวเขาไว้ราวกับอ้อมกอดกลายๆ
"ยังจะเถียงอีกเหรอ" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มขาว "รู้ไหมว่าฉันเกือบจะฆ่ามันจริงๆ ตอนที่มันมองนายด้วยสายตาแบบนั้น"
คริษฐ์ชะงัก ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความหวงแหน... และความคลั่งรักที่เอ่อล้นทะลักทะลายจนน่ากลัว
"นาย... พูดบ้าอะไรเนี่ย" คริษฐ์พึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนริมฝีปาก
อาคเนย์ยกมืออีกข้างขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวบังคับให้หันกลับมาสบตา นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างหลงใหล
"ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคริษฐ์..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาชิดริมหู จนโอเมก้าหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ต่อจากนี้ไป... ไม่มีใครหน้าไหนกล้ารังแกนายอีกทั้งนั้น จำเอาไว้"
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของคริษฐ์กำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะกับคำพูดและสัมผัสใกล้ชิดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดๆ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดผางเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงหอบสะท้านของเลขาสาวดังลั่นห้อง สีหน้าตื่นตระหนกจนแทบจะร้องไห้ "ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของบริษัทกำลังโดนแฮกจากภายนอก... และตอนนี้ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในตึกกำลังแสดงภาพ... ภาพของท่านประธานกับคุณคริษฐ์เมื่อตอนงานเลี้ยงสัปดาห์ก่อนค่ะ!"
อาคเนย์และคริษฐ์ผละออกจากกันทันที ดวงตาของอัลฟ่าหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนดุดันที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและคอยซัพพอร์ตกระต่ายพระจันทร์มาโดยตลอดนะคะ!
พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 32
ปกป้องเธอสุดชีวิต
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!