"บอกแล้วไงคะว่ากาแฟแก้วนี้มีเจ้าของ... แล้วก็ไม่ใช่คุณด้วย"
เสียงหวานใสแต่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายของคาเฟ่กึ่งออฟฟิศย่านทองหล่อ คริษฐ์ถอนหายใจยาว พลางเลื่อนสายตากลับมามองหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อตรวจไฟล์งานกราฟิกชิ้นสุดท้าย โดยจงใจเมินชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบที่ยังคงยืนยันนั่งยันตีหน้ามึนอยู่ตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
ธนัตถ์... อัลฟ่าหนุ่มจากบริษัทคู่แข่งที่มักจะหาจังหวะเข้ามาขายขนมจีบเขาอยู่เรื่อย ส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ รอยยิ้มแบบนั้นอาจจะทำให้โอเมก้าคนอื่นใจละลาย แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคริษฐ์หรอกค่ะ ยิ่งอีกฝ่ายทำทีเป็นก้มลงมองนามบัตรบนโต๊ะแล้วหัวเราะในลำคอด้วยท่าทีเหนือกว่า คริษฐ์ยิ่งอยากจะควบแน่นไฟล์งานแล้วปาใส่หน้าหล่อๆ นั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณคริษฐ์ใจร้ายจังเลยนะครับ ผมแค่ nelly อยากชวนไปทานมื้อค่ำฉลองโปรเจกต์ใหม่ด้วยกันเอง งานใหญ่ระดับนี้ ฉลองคนเดียวมันเหงาออกนะครับ" ธนัตถ์ยังคงตื๊อไม่เลิก พร้อมกับยื่นแก้วชาเขียวพรีเมียมมาวางใกล้ข้อศอกของร่างบาง "เผื่อคุณเปลี่ยนใจ... ชาเขียวพรีเมียมแก้วนี้ ผมตั้งใจสั่งบาริสต้าเป็นพิเศษเลยนะ"
คริษฐ์เหลือบมองแก้วชาเขียวพรีเมียมนั้นด้วยหางตา ริมฝีปากบางยกยิ้มเยาะแบบที่ใครเห็นก็ต้องรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย โอเมก้าหนุ่มกำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ ตามสไตล์คนไม่ยอมคน ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับพลันเย็นเยียบลงอย่างกะทันหัน
กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นที่แฝงไอความเย็นและทรงอำนาจ พุ่งทะลักเข้ามาปกคลุมพื้นที่รอบโต๊ะทำงานจนอุณหภูมิห้องราวกับลดฮวบลงหลายองศา ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของคริษฐ์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังธนัตถ์ด้วยแววตานิ่งสนิทที่กดดันจนอีกฝ่ายถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
"ขอโทษทีนะ... พอดีคนของผมไม่ชอบดื่มชาเขียว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น แต่มันกลับทรงพลังจนธนัตถ์สะดุ้งสุดตัว คริษฐ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่วางทาบลงบนพนักพิงเก้าอี้ด้านหลัง พร้อมกับแรงกดดันจากอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาปกป้องอาณาเขตของตัวเองอย่างชัดเจน
อาคเนย์... ท่านประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาฯ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและเด็ดขาด ปรากฏตัวขึ้น ณ ที่ตรงนี้อย่างไร้ซุ่มเสียง แต่การมาถึงของเขากลับทำให้ทุกลมหายใจของคนรอบข้างสะดุดกึก
ธนัตถ์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "อ้าว... คุณอาคเนย์นี่เอง ผมแค่ทักทายคุณคริษฐ์ตามประสาเพื่อนร่วมวงการเฉยๆ ครับ ไม่นึกว่าจะบังเอิญเจอท่านประธานใหญ่ที่นี่ด้วย"
"เพื่อนร่วมวงการ?" อาคเนย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองธนัตถ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ไม่ได้ปิดบัง "แต่ท่าทางที่คุณแสดงออกเมื่อครู่ มันดูเหมือนพวกไม่มีมารยาทที่ชอบล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของคนอื่นมากกว่านะ... หรือคุณคิดว่ากฎหมายลิขสิทธิ์และมารยาททางธุรกิจ มันใช้ไม่ได้กับคนอย่างคุณ?"
ประโยคเรียบๆ แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทำให้ธนัตถ์หน้าเสียไปถนัดตา อัลฟ่าหนุ่มคู่แข่งพยายามจะอ้างโน่นอ้างนี่เพื่อกู้หน้า "เอ่อ... ผมแค่..."
"ผมคิดว่าโปรเจกต์ใหม่ของบริษัทคุณ น่าจะกำลังประสบปัญหาเรื่องการจัดการทรัพยากรบุคคลอยู่พอสมควรนะ ถึงได้มีเวลาว่างมาเดินป้วนเปี้ยนแถวโต๊ะทำงานของคนอื่นแบบนี้" อาคเนย์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเนื้อหากลับทำเอาธนัตถ์หน้าถอดสีทันที เพราะมันคือความลับภายในบริษัทที่กำลังจะประกาศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "ถ้าไม่อยากให้หุ้นในมือดิ่งลงเหวเร็วกว่ากำหนด ผมแนะนำให้เอาเวลาว่างไปเคลียร์งานที่โต๊ะของคุณซะดีกว่า ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป"
คำขู่ที่ไม่ได้พูดเล่นและมาพร้อมกับอำนาจล้นเหลือทำเอาธนัตถ์ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง อัลฟ่าหนุ่มรีบเก็บของบนโต๊ะด้วยความลนลาน โค้งศีรษะให้อาคเนย์อย่างจำยอม ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวออกจากคาเฟ่ไปแทบไม่ทัน
บรรยากาศรอบโต๊ะกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าหัวใจของคริษฐ์กลับเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ โอเมก้าหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น หันขวับไปมองหน้าคนตัวสูงที่ยังคงยืนค้ำหัวเขาอยู่ด้วยแววตาเอาเรื่อง
"ใครเป็นคนของคุณกันคะ!" คริษฐ์แหวใส่ทันทีที่คู่กรณีลับสายตาไป "คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่แขกของผมแบบนั้น แถมยังใช้อำนาจข่มขู่คนอื่นน่าเกลียดที่สุด!"
อาคเนย์ไม่ตอบคำถามในทันที ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งแทนที่เก้าอี้ตัวที่ธนัตถ์เพิ่งลุกหนีไปอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินกันแน่...เจ้าตัวก็คงไม่กล้าตอบตัวเอง) ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนคริษฐ์ต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน
"ก็เห็นยืนอ่อยอยู่ได้ตั้งนาน... ถ้าผมไม่เข้าไปจัดการ เผลอๆ ป่านนี้คงยอมรับปากไปทานมื้อค่ำกับมันแล้วมั้ง" อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย แววตาฉายแววหึงหวงอย่างปิดไม่มิด
"พูดจาบ้าอะไรเนี่ย! ใครอ่อย!" คริษฐ์หน้าแดงแจ๋ด้วยความโมโห มือบางยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายทันที "ฉันกำลังจะปฏิเสธเขาอยู่แล้วเชียว คุณต่างหากที่เข้ามาขัดจังหวะแถมยังทำตัวเผด็จการที่สุด!"
"ปฏิเสธด้วยการปล่อยให้มันส่งสายตาแทะโลมอยู่ได้เป็นสั่นๆ น่ะเหรอ?" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มขึ้นและเจือความดุดันแบบอัลฟ่าขี้หวง "จำไว้, คริษฐ์... ต่อไปนี้ ถ้ามีหมาตัวไหนกล้าเข้าใกล้คุณในรัศมีสามเมตรอีก ผมไม่ได้แค่ไล่มันแน่"
คำพูดเอาแต่ใจและแววตาที่จ้องมองมาอย่างสื่อความหมายทำเอาคริษฐ์พูดไม่ออก โอเมก้าหนุ่มเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะผุดขึ้นมาที่มุมปาก พยายามทำเป็นดุกลบเกลื่อนความใจเต้นรำคาญใจ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะ อาคเนย์... เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"
อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนกลิ่นฟีโรโมนสนซีดาร์อบอวลไปทั่วความรู้สึก มือหนายื่นออกไปรวบข้อมือบางของคริษฐ์ไว้เบาๆ ก่อนจะดึงให้โน้มเข้าไปรับฟังกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู
"ยังอยากพิสูจน์ไหมล่ะ ว่าเรา 'เป็นอะไรกัน'..."
จังหวะที่หัวใจกำลังจะเต้นหลุดออกจากอกเพราะความใกล้ชิดและสายตาร้อนแรงของคนตรงข้ามนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศ คริษฐ์ก้มลงมองหน้าจอด้วยความตกใจ เมื่อเห็นชื่อผู้ส่งอีเมลปริศนาที่ส่งตรงมาถึงเขา พร้อมกับหัวข้อข้อความที่ทำให้ลมหายใจของโอเมก้าหนุ่มสะดุดกึก
ภาพถ่ายใบหน้าของแม่เลี้ยงของเขาที่กำลังยืนอยู่หน้าตึกบริษัทของอาคเนย์ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏเด่นหรือง่า...
*‘อยากรู้ความจริงเรื่องอุบัติเหตุเมื่อหี่ปีก่อนไหมล่ะ คริษฐ์?’*
กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ
พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 18
คนขี้หวงโหมดร้าย
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!