พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 27

กลิ่นหอมที่โหยหา

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
"คุณหมายความว่ายังไง... คำว่าอาปู่เมื่อกี้" น้ำเสียงของคริษฐ์ไม่ได้คาดคั้น แต่มันเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยที่พุ่งสูงจนทะלטเพดาน แววตาคู่คมกริบมองตรงไปยังอัลฟ่าหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อาคเนย์ในยามนี้ไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนทุกที ใบหน้าคมคายนั้นกำลังฉายแววความกระอักกระอ่วนอย่างหาได้ยากยิ่ง สันกรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ขณะที่ฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ป่าดิบที่เคยอบอุ่นและมั่นคง กลับเริ่มส่งกลิ่นกรุ่นเจือความปั่นป่วนอย่างปิดไม่มิด อาคเนย์หลบสายตาไปเสมองทางอื่นชั่วขณะ—เป็นกิริยาที่โอเมก้าหนุ่มอย่างคริษฐ์ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายเดือนที่รู้จักกันมา "มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรซับซ้อนขนาดนั้น..." อัลฟ่าหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะแหบพร่าเล็กน้อย เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ก่อนจะหันกลับมาสบตา "ฉันก็แค่... หมายถึงในมุมมองของเด็กคนนั้น หรือบางที... ฉันอาจจะแก่เกินไปในสายตานายแล้วมั้ง คริษฐ์" คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลยทำเอาคริษฐ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด ร่างเพรียวในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ขยับเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นฟีโรโมนวานิลลาเจือส้มจี๊ดของเจ้าตัวเริ่มแผ่ซ่านออกมาเตะจมูก เพื่อกดดันให้อีกฝ่ายยอมคายความลับที่ซ่อนไว้ "แก่เกินไป? ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ที่สาวๆ ครึ่งเมืองต่อแถวรอคอยเนี่ยนะ จะมานั่งน้อยใจเรื่องอายุกับผม?" คริษฐ์ย้อนถาม เสียงใสติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นรอยไหวระริกในดวงตาคู่นั้น "อย่ามาเบี่ยงประเด็นน่าอาคเนย์ คุณปิดบังอะไรผมอยู่... เกี่ยวกับครอบครัวคุณ? หรือเกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังสืบอยู่กันแน่" อาคเนย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยอมจำนนต่อสายคาดคั้นที่ดุดันแต่มีเสน่ห์เหลือเกินในสายตาเขา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปประชิดตัวโอเมก้าหนุ่มรวดเร็วจนคริษฐ์ผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายความเป็นอัลฟ่าพุ่งเข้าโอบล้อม ปิดกั้นทางหนีทีไล่ จนคริษฐ์ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ "นายมันเป็นพวกไม่รู้จักกลัวตายเลยจริงๆ สินะ คริษฐ์" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใส "อยากรู้มากใช่ไหมว่าทำไม... เพราะฉันไม่อยากเป็นแค่อาปู่ในสายตานายไงวะ ฉันอยากเป็น..." คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "ท่านประธานครับ เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหาร..." เสียงของเลขานุการหน้าห้องดังทะลุเข้ามา ทำเอาบรรยากาศสีชมพูอมควันพิษเมื่อครู่แตกกระเจิงในพริบตา อาคเนย์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ดวงตาคมดุฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขายืดตัวตรงด้วยความจำยอม ถอยห่างจากคริษฐ์ช้าๆ แต่สายตายังคงอาลัยอาวรณ์ราวกับหมาป่าหวงก้าง "เดี๋ยวเราคุยเรื่องนี้กันต่อ... อย่าเพิ่งหนีไปไหน" เขากระซิบลอดไรฟันก่อนจะหันไปสั่งเสียงเข้ม "เข้ามาได้!" ประตูกลางห้องทำงานเปิดออก พร้อมๆ กับที่คริษฐ์อาศัยจังหวะชุลมุนนี้ถอยร่นออกมาจากรัศศีกดดัน โอเมก้าหนุ่มยกมือขึ้นลูบอกตัวเองเบื้องล่าง หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะประโยคที่ค้างคาอยู่ริมฝีปากของอัลฟ่าหนุ่มต่างหาก... *อยากเป็นอะไร?* ทำไมคำตอบนั้นถึงทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าได้ขนาดนี้ ตลอดช่วงบ่าย งานออกแบบกราฟิกสำหรับโปรเจกต์ใหญ่ไม่สามารถดึงดูดสมาธิของคริษฐ์ได้เลยสักนิด นิ้วเรียวที่ปกติสะบัดเมาส์ปากกาได้อย่างคล่องแคล่ว กลับหยุดชะงักลงทุกๆ ห้านาที สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพห้องทำงานฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นอาณาจักรส่วนตัวของท่านประธาน อาคเนย์ไม่ได้ออกจากห้องไปไหนเลยตั้งแต่ตอนเที่ยง... ปกติแล้ว ในเวลาแบบนี้ อัลฟ่าบ้างานคนนั้นมักจะมีตารางประชุมนอกสถานที่ หรือไม่ก็เดินตรวจไซต์งานก่อสร้าง แต่วันนี้... เขากลับขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ประชุมผ่านจอ หรือไม่ก็เซ็นเอกสารเงียบๆ โดยมีสายตาที่คอยเหลือบมองผ่านกระจก (แม้จะมองไม่เห็นกันจริงๆ ก็ตาม) คอยเช็กอยู่ตลอดว่าโอเมก้าตัวแสบยังอยู่ตรงนั้นหรือเปล่า *แปลก... ปกติเขาไม่เคยเป็นแบบนี้* คริษฐ์ขมวดคิ้วมุ่น พยายามดึงสติกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็กัดกินจิตใจ ความรู้สึก... เหมือนขาดอะไรไปสักอย่างในพื้นที่รอบตัว ความเงียบงันในห้องทำงานรวมเริ่มน่าอึดอัด กลิ่นวานิลลาเจือส้มจี๊ดของเขาเริ่มจางลงจนแทบไม่ได้กลิ่น บ่งบอกถึงระดับอารมณ์ที่กำลังหงุดหงิดและกระวนกระวายอย่างไร้สาเหตุ และนั่นแหละ... คือจุดที่ทำให้อาคเนย์เริ่มตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่งที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายเดือน—*เขาขาดคริษฐ์ไม่ได้* ไม่ใช่แค่ในแง่ของการทำงาน ไม่ใช่แค่ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างเฉียบคม แต่หมายถึงการมีอยู่ของโอเมก้าคนนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ลมหายใจของเขาขาดไม่ได้เสียแล้ว ตั้งแต่วันที่กลิ่นฟีโรโมนของอีกฝ่ายเข้ามาวนเวียนในชีวิต โลกที่เคยมีแต่ความเยียบเย็นและเป้าหมายทางธุรกิจของอัลฟ่าเลือดเย็นอย่างเขากลับมีสีสันขึ้นมาอย่างน่าประหลาด และในยามที่คริษฐ์ทำท่าจะเดินหนี หรือทำตัวห่างเหิน ความกระวนกระวายใจระดับวิกฤตก็จะเล่นงานจนเขาแทบเสียสละอำนาจทุกอย่างที่มีแลกกับการได้ดึงตัวอีกฝ่ายกลับมาไว้ใกล้ๆ *ก๊อก...* เสียงเปิดประตูเบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ที่ก้าวเข้ามาในโซนทำงานของกราฟิกดีไซน์โดยไม่บอกกล่าว มือหนถือแก้วกาแฟสองแก้ว ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ฟีโรโมนสนซีดาร์ที่แผ่ออกมาเบาๆ นั้นกลับเจือความอ่อนโยนอย่างประหลาด คริษฐ์เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเชิงตั้งคำถาม "กาแฟ... ซื้อมาฝาก" อาคเนย์วางแก้วลงตรงหน้าโอเมก้าหนุ่ม เสียงทุ้มเอաբเอื้อนอย่างไม่ค่อยคุ้นชินกับการเอาอกเอาใจใคร "เห็นนั่งเหม่อมาสามชั่วโมงแล้ว งานไม่เดินหรือไง" "ขอบคุณครับ... แต่ผมดื่มกาแฟดำไม่ได้นะ คุณก็รู้" คริษฐ์ปรายตามองแก้วในมือ ก่อนจะแย้มยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย "หรือตั้งใจจะซื้อมาแกล้งผมกันแน่ ท่านประธาน?" "รู้" อาคเนย์ตอบสั้นๆ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นนิดหน่อยอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น "เลยสั่งแบบใส่นมและไซรัปวนิลลามาให้... กลิ่นจะได้เข้ากับนายหน่อย" คำพูดนั้นทำเอาคริษฐ์ชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสูดกลิ่นหอมหวานละมุนจากแก้วกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้า—มันไม่ใช่แค่วานิลลาธรรมดา แต่มันคือกลิ่นวานิลลาคาราเมลที่เขาชอบสั่งประจำจากร้านโปรดชั้นล่างตึกนี้ ซึ่งอยู่ไกลจากห้องทำงานลิบลับ อาคเนย์ลงไปซื้อให้เขาเองอย่างนั้นเหรอ? ทั้งที่มีเลขาเดินตามเป็นพรวนเนี่ยนะ? "คุณ..." คริษฐ์กำลังจะอ้าปากเอ่ยแซว แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงอะไรออกไป ประตูห้องทำงานใหญ่ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตวาดกร้าวที่ดังลั่นจนคนทั้งแผนกสะดุ้งโหยหา "อาคเนย์! แกกล้าดียังไงถึงตัดงบโปรเจกต์ของฉัน!" ร่างท้วมของชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของอัลฟ่าหนุ่มก้าวฉับๆ เข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางด้วยใบหน้าบึ้งตึง แววตากราดเกรี้ยวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ขณะที่ด้านหลังมีเลขานุการหน้าซีดวิ่งตามเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก อาคเนย์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ฟีโรโมนกลิ่นสนป่าดิบแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันระดับสูงที่แผ่พุ่งจนโอเมก้าในห้องเริ่มหายใจไม่ออก "ที่นี่ที่ทำงานผมครับ คุณอา... และถ้าจะคุยเรื่องธุรกิจ กรุณานัดหมายผ่านเลขา ไม่ใช่ทำตัวไร้กาลเทศะบุกเข้ามาแบบนี้" อาคเนย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ทว่า ผู้เป็นอากลับไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด สายตาคู่นั้นกวาดมองข้ามไหล่หลานชายมาหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวของคริษฐ์ที่ยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะยิ้มเหยียดออกมาอย่างดูแคลน "อ๋อ... มิน่าล่ะ ถึงได้ใจกล้าหน้าด้านตัดงบฉันทิ้ง ที่แท้ก็เพราะมัวแต่เอาเวลามาคลอเคลียอยู่กับเด็กขายหน้าตาดีคนนี้นี่เอง! ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้ คิดจะมาเกาะอัลฟ่าตระกูลใหญ่กินเหรอวะ!" คำพูดสאดยหยาบคายพ่นออกมาเสียงดังลั่น คริษฐ์เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ ไม่ใช่เพราะเขาแคร์คำดูถูกของคนแก่ไร้มารยาทคนนี้ แต่เป็นเพราะเขารู้ดีว่าอาคเนย์เกลียดการถูกก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวที่สุด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมา กลับเหนือความคาดหมายของทุกคนในห้อง... อาคเนย์ไม่ได้แค่ก้าวเข้าไปขวางหน้าผู้เป็นอาด้วยใบหน้าถมึงทึง มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของโอเมก้าหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลัง ดึงรั้งให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังแผงอกกว้างของตนเองอย่างปกป้องทันที พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาทุกคนในชั้นนั้นหยุดหายใจ "หุบปากซะ..." อาคเนย์กดเสียงต่ำจนน่ากลัว ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปยังผู้อาวุโส "ต่อให้ฉันจะเอาเงินบริษัทไปละลายเล่นกับเขา มันก็เรื่องของฉัน... และจำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่า คริษฐ์ไม่ใช่เด็กเกาะใคร..." อัลฟ่าหนุ่มเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและชัดถ้อยชัดคำจนก้องกังวานไปทั่วทั้งชั้น "...เพราะเขาคือคนเดียวที่ฉันจะแต่งงานด้วย!" **************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "กระต่ายพระจันทร์" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%