พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 25

ความเสียใจที่ปิดไว้

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นที่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัว ทำให้คริษฐ์แทบอยากจะยกมือขึ้นมาทุบอกตัวเองแรง ๆ เพื่อขับไล่สัมผัสและคำพูดเมื่อครู่ให้ออกไปจากกระแสความคิด ประโยคที่ว่า *'คนของผม'* ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ชัดถ้อยชัดคำราวกับจงใจตอกย้ำสถานะที่โอเมก้าอย่างเขาไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากยอมรับ แต่มันกลับถูกประกาศกรวดออกมาจากปากของท่านประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งและเผด็จการคนนั้นต่อหน้า 'คุณธีร์' อดีตคู่หมั้นทางธุรกิจที่ตามรังควานไม่เลิก "คุณอาคเนย์ทำเกินไปแล้วนะคะ" คริษฐ์เค้นเสียงลอดไรฟันทันทีที่ประตูห้องทำงานส่วนตัวปิดลง และเหลือเพียงเขากับอัลฟ่าหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่หน้าโต๊ะทำงาน อาคเนย์ปรายตามองโอเมก้าตัวแสบที่กำลังพยายามรักษาพื้นที่ส่วนตัวด้วยการถอยหลังไปจนชิดผนังกระจก แววตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและหวงแหนอย่างเปิดเผย จนคริษฐ์ต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงรากับจะแผดเผากันได้ "เกินไปตรงไหน หืม?" อาคเนย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละน้อย แรงกดดันจากฟีโรโมนอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมารอบตัวจนบรรยากาศในห้องดูแคบลงไปถนัดตา "หรือคุณชอบให้ผู้ชายคนนั้นมาทำตาละสร้อยใส่คุณแล้วบอกว่าคุณเป็นของเขา?" "เราไม่ได้เป็นอะไรกันในแบบที่ท่านประธานกำลังเข้าใจนะคะ!" คริษฐ์สวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตตวัดกลับมามองอย่างเอาเรื่อง "โปรดจำไว้ด้วยว่าเราทำสัญญาเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันเท่านั้น ไม่ได้มีสถานะอื่นใดทั้งสิ้น... และกรุณาอย่าลุกล้ำความเป็นส่วนตัวของฉันอีกค่ะ" คำว่า *'สัญญาเพื่อผลประโยชน์'* พุ่งชนเข้ากับความรู้สึกหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของอาคเนย์อย่างจัง สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่เย็นเยียบจนคริษฐ์รู้สึกสันหลังวาบ "หึ... แค่ผลประโยชน์อย่างนั้นเหรอ คริษฐ์? ถ้ามันเป็นแค่เรื่องธุรกิจ ทำไมคุณถึงหน้าแดงตอนที่ผมประกาศความเป็นเจ้าของเมื่อกี้ล่ะ" "ฉันไม่ได้หน้าแดง! ฉันแค่... ร้อนค่ะ ห้องนี้แอร์เสีย!" "โกหกไม่เนียนเลยสักนิด" อาคเนย์ยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กเพื่อดึงเข้ามาประชิดตัวตามความเคยชิน ทว่าคริษฐ์กลับไวกว่า โอเมก้าหนุ่มสะบัดแขนหลบอย่างแรง ราวกับเกรงกลัวสัมผัสคุกคามนั้นเสียเต็มประดา แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ปลายนิ้วของอัลฟ่าหนุ่มคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ แต่บรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก คริษฐ์หอบหายใจน้อย ๆ หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาเรียวสวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยามได้ มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความกลัว... กลัวว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเผลอไผลไปกับความเผด็จการและอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่คอยปกป้องเขาจากทุกปัญหาในยามที่ต้องการ "ถ้าการที่เราอยู่ใกล้กันมันทำให้คุณรู้สึกว่าผมก้าวก่ายชีวิตคุณมากขนาดนี้..." อาคเนย์ลดมือลงช้า ๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือแววประชดประชันขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด "งั้นเราก็ควรเว้นระยะห่างกันสักพักดีไหมล่ะครับ คุณคริษฐ์" คริษฐ์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบแปลก ๆ เมื่อได้ยินประโยคที่คาดไม่ถึง แต่นิสัยทิฐิและศักดิ์ศรีที่มีอยู่เต็มเปี่ยมก็ทำให้เขาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นรับคำนั้นด้วยท่าทีนิ่งเฉย "ดีค่ะ... เป็นความคิดที่ดีมาก" คริษฐ์ฝืนยิ้มรับ ทั้งที่ข้างในรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ "ในเมื่อโปรเจกต์ออกแบบก็ใกล้จะส่งมอบแล้ว การที่เราต่างคนต่างอยู่ น่าจะช่วยให้งานเดินหน้าได้ราบรื่นกว่าเดิม หวังว่าท่านประธานจะไม่รังเกียจที่จะถอยห่างจากฉันชั่วคราวนะคะ" อาคเนย์จ้องมองใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น ความเงียบงันระหว่างเขาทั้งสองคนยืดเยื้อราวกับไม่มีวันสิ้นสุด อัลฟ่าหนุ่มไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าเอ่ยปากไล่เขาทางอ้อมอย่างเด็ดขาดขนาดนี้ ความรู้สึกเจ็บแปลก ๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกทำให้เขาเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่ออีก ร่างสูงหมุนตัวหันหลังให้ทันที ไหล่กว้างตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ขายาวจะก้าวเดินออกไปจากห้องทำงานของดีไซน์เนอร์หนุ่มด้วยฝีก้าวที่หนักแน่น เสียงประตูกระจกที่ปิดลงดังสนั่นสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคริษฐ์ ราวกับเป็นสัญญาณเตือนว่าระยะห่างที่เขาเรียกร้องได้เริ่มต้นขึ้นแล้วจริง ๆ ทรวดทรงบางทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง สองมือเรียวซ่อนใบหน้าลงกับฝ่ามือ ปล่อยให้ความเงียบและความโดดเดี่ยวโอบกอดร่างตัวเองไว้ ความเสียใจที่พยายามปิดบังเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มและท่าทีแข็งกร้าว พรั่งพรูออกมาเป็นหยาดน้ำใสที่ซึมผ่านร่องนิ้ว คริษฐ์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ก็ดีแล้ว... นี่ไม่ใช่เหรอคือสิ่งที่เราต้องการตั้งแต่แรก..." ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่คริษฐ์จมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้น ทำลายความเงียบงันลง โอเมก้าหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดดู หน้าจอแสดงข้อความจากอีเมลบริษัทหัวข้อ: *'แจ้งเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมบริหารและสัญญาร่วมทุนเร่งด่วน'* นิ้วเรียวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ความสงสัยแล่นริ้วขึ้นมาในอก คริษฐ์กดเปิดอ่านอีเมลฉบับนั้นด้วยความรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดต่อบรรทัด หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก *ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดที่เพิ่งซื้อหุ้นควบรวมกิจการทั้งหมดของบริษัท... คือบริษัทในเครือของตระกูลอาคเนย์* และข้อความบรรทัดสุดท้ายที่แนบมาท้ายอีเมล ทำเอาคริษฐ์แทบอยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งด้วยความตกใจ *'ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ ผมขอใช้สิทธิ์ย้ายโต๊ะทำงานของคุณคริษฐ์ มาไว้ที่ห้องทำงานส่วนตัวของประธานกรรมการ... เริ่มพรุ่งนี้เช้าเป็นต้นไป'* กระต่ายพระจันทร์ซาบซึ้งใจและขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%