หน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะประชุมสั่นระริกติดต่อกันสามครั้ง ข้อความจากสำนักข่าวเศรษฐกิจและประกาศอย่างเป็นทางการจากบอร์ดบริหารวิ่งตัดหน้าสายตา กระดาษรายงานโครงการรีสอร์ทริมผาที่คริษฐ์ใช้เวลาหลังขดหลังแข็งออกแบบมานานครึ่งปี บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า เมื่ออำนาจการตัดสินใจถูกกระชากออกจากมือของคนที่สมควรได้รับมันที่สุดอย่างเลือดเย็น
"ปลด... ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบทันที?"
เสียงทวนคำของคริษฐ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากเรียวสวย โอเมก้าหนุ่มไม่ได้แสดงอาการฟูมฟายหรือทุบโต๊ะโวยวายอย่างที่พวกบอร์ดบริหารแก่ๆ คงอยากจะเห็น ดวงตากลมโตคู่คมฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความสมเพชเวทนา เกมการเมืองในตระกูลใหญ่ช่างสกปรกโสมมเสียจนน่าคลื่นไส้ และเขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์... หรืออาจจะเพราะมีคนจงใจใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อทำลายใครอีกคนตั้งแต่แรก
ประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงใหญ่ของอาคเนย์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวย่างมั่นคง ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนและดวงตาคมกริบที่มืดมนราวกกับพายุตั้งเค้า บ่งบอกชัดเจนว่าอัลฟ่าหนุ่มเดือดดาลยิ่งกว่าใคร
"คุณเห็นประกาศนั่นแล้วใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง ความกดดันระดับอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์แผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง แต่คริษฐ์กลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย
"เห็นแล้วค่ะ ท่านประธานผู้ทรงเกียรติ" คริษฐ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาโดยไม่มีความหวาดกลัว เจือด้วยน้ำเสียงประชดประชันที่คุ้นเคย "ยินดีด้วยนะคะที่คุณกำจัดหนามยอกอกอย่างฉันออกจากบริษัทได้สำเร็จเสียที สะใจพอใจคุณหรือยังล่ะ?"
อาคเนย์ก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของอีกฝ่ายอย่างลืมตัว แรงบิดแม้จะยั้งไว้ไม่ให้เจ็บ แต่ก็แสดงถึงความอัดอั้นตันใจที่อัดแน่นอยู่ในอก "คริษฐ์! นี่ไม่ใช่เวลามาประชด ประเด็นคือคุณถูกใส่ร้าย บอร์ดบริหารชุดนี้โดนซื้อตัวไปหมดแล้วเพื่อบีบให้ผมจนมุม!"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะคุณอาคเนย์!" คริษฐ์สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด เพลิงอารมณ์ในอกปะทุขึ้นจนร้อนฉ่า "ฉันเป็นแค่ดีไซเนอร์โนเนมที่พวกคุณดึงเข้ามาเป็นแพรับบาปในเกมอำนาจของพวกคุณไม่ใช่เหรอคะ! ออกไปจากห้องของฉันซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคนที่เห็นฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งอีกแล้ว!"
คำว่า 'หมากตัวหนึ่ง' กระแทกเข้ากลางใจของอัลฟ่าหนุ่มอย่างจัง อาคเนย์ชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะ ความรู้สึกผิดและหงุดหงิดตีรวนจนพูดไม่ออก เขารู้ดีว่าจุดเริ่มต้นมันเฮงซวยแค่ไหน เขารู้ว่าตระกูลของเขาทำร้ายโอเมก้าตรงหน้ามามากแค่ไหน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกที่เขามีต่อคริษฐ์มันเปลี่ยนไปจากเดิมนานแล้ว... นานจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการว่าชีวิตนี้ถ้าไม่มีคนปากร้ายคนนี้อยู่ข้างกาย เขาจะอยู่ได้อย่างไร
อาคเนย์ก้าวเข้าไปหาอีกครั้ง คราวนี้แผ่วเบาลง ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงความเวทนาและร้อนรนในแววตา มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มเนียนที่ตอนนี้เชิดรั้นใส่เขา
"ฟังผมก่อนคริษฐ์... ผมไม่ได้มองคุณเป็นหมาก" เสียงทุ้มอ่อนลงจนแทบจะเป็นการกระซิบ ไออุ่นจากฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ที่ผ่อนคลายความดุดันลงพยายามโอบล้อมกายบาง "ทุกสิ่งที่ผมทำ... ทุกอย่างที่ผมดึงคุณเข้ามาพัวพัน..."
"หยุดนะคะ!" คริษฐ์ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนขอบโต๊ะทำงาน ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความน้อยเนื้อต่ำใจที่พยายามเก็บซ่อนไว้พังทลายลงในวินาทีที่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนโยนนั้น "อย่ามาทำเป็นพูดจาแบบนี้... อย่ามาทำให้อยากแล้วก็โยนฉันทิ้งอีกเลยค่ะ อาคเนย์... ฉันเหนื่อย"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ภาพลักษณ์ดีไซเนอร์สาวผู้สตรองและไม่ยอมก้มหัวให้ใครพังทลายลงเหลือเพียงโอเมก้าหัวใจบอบช้ำคนหนึ่ง
อาคเนย์หัวใจกระตุกวูบ ภาพความดื้อรั้นทิฐิสูงของคริษฐ์มักทำให้เขาลืมไปเสมอว่าอีกฝ่ายก็มีมุมที่เปราะบางไม่แพ้ใคร ร่างสูงก้าวเข้าไปรวบเอวบางเข้าหาตัวโดยไม่เปิดโอกาสให้ขัดขืน อ้อมกอดที่อบอุ่นและแน่นหนาทำให้คริษฐ์ชะงัก ซบหน้าลงกับแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณโดยไม่รู้ตัว
ฟีโรโมนของอัลฟ่าและโอเมก้าผสมผสานกันจนเกิดเป็นบรรยากาศที่อบอวล หอมหวาน และบีบคั้นหัวใจ หัวใจสองดวงเต้นโครมครามแข่งกันจนแทบทะลุออกมานอกอก
อาคเนย์ก้มลงมองคนในอ้อมกอด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับเส้นผมสลวย ความรู้สึกมากมายอัดแน่นจนจุกอยู่ที่ลำคอ ความรัก ความหวงแหน และความกลัวที่จะสูญเสีย ประเดประดอนเข้ามาจนเขาแทบหายใจไม่ออก
ริมฝีปากหนาขยับอ้าออก เตรียมจะเอื้อนเอ่ยความรู้สึกที่เก็บงำไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ... คำสามคำที่เขาไม่เคยคิดว่าจะพูดให้ใครฟังนอกจากคนคนนี้
"คริษฐ์... ความจริงแล้ว... ฉัน..."
เสียงทุ้มขาดห้วงไป ลมหายใจของอาคเนย์สะดุดเมื่อดวงตากลมโตเงยขึ้นสบตาเขาพอดี แววตาสั่นระริกที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน มันสะท้อนเงาของเขาชัดเจนจนหัวใจแทบหยุดเต้น
ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ที่ลิ้นปี่ เกือบจะหลุดคำว่า 'รัก' ออกไปอยู่แล้วเชียว... แต่วินาทีที่ความกล้าพุ่งพล่าน ความหวาดกลัวในศักดิ์ศรีและความซึนที่สะสมมานานกลับรั้งเขาเอาไว้ ชั่วขณะที่ลมหายใจปะทะกัน คริษฐ์รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ แววตาคู่นั้นทอประกายอ่อนแสงลง รอฟังคำที่หัวใจเรียกร้องไม่แพ้กัน
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของอาคเนย์กำลังจะขยับเปล่งคำสำคัญออกมานั้นเอง
*ปัง!*
ประตูกระจกห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน ร่างของเลขานุการส่วนตัววิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ โดยมีเงาร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวตามเข้ามาติดๆ ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้อาคเนย์ต้องขบกรามกรอดด้วยความโมโห
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางคุณพ่อของคุณ... ท่านประธานอาวุโส เสด็จมาที่บริษัทด้วยพระองค์เองครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความซึนของท่านประธานกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 30
คำสารภาพที่ค้างคา
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!