พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน•ตอนที่ 11

คำพูดทำลายน้ำใจ

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสตัวใหญ่ดังสะท้อนก้องห้องทำงานเพดานสูง สลักชื่อตำแหน่งประธานบริหารตระกูลใหญ่โตหรูหรา แต่มันกลับเงียบเชียบราวจกับหลุมศพในความรู้สึกของคริษฐ์ โอเมก้าร่างโปร่งยืนนิ่งค้าง ปลายเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองจนแทบห้ามเลือดไว้ไม่อยู่ กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนป่าของอัลฟ่าตรงหน้าที่ปกติจะแผ่ความอบอุ่นโอบล้อม ตอนนี้กลับถูกกดดันด้วยความเย็นชาจนน่ากลัว มันคือกลิ่นที่เคยทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล แต่ในวินาทีนี้ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนก้อนน้ำแข็งที่กำลังทุบลงกลางอก "คุณคิดอะไรอยู่ คริษฐ์ ถึงได้เอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับโปรเจกต์สำคัญระดับร้อยล้านแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างไร้ความปรานี อาคเนย์นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายราวกับงานประติมากรรมเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ได้ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังมองพนักงานไร้ค่าคนหนึ่ง ไม่ใช่คนที่เพิ่งผ่านคืนอันเร่าร้อนและแนบชิดกันเมื่อไม่กี่วันก่อน คริษฐ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากสวย "เรื่องส่วนตัวเหรอคะ คุณอาคเนย์... อ้อ หรือว่าสำหรับคุณ ค่ำคืนนั้น การกอดกัน การพูดคำหวานๆ บ้าบอพวกนั้น มันเป็นแค่เรื่องส่วนตัวที่ไร้ค่าในตารางงานของคุณล่ะคะ" คำพูดของคริษฐ์คมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบ อาคเนย์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบลงเพียงเสี้ยวพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดั่งเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวโอเมก้าหนุ่มช้าๆ แรงกดดันจากอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบเจือจาง "อย่าสำคัญตัวให้มันมากนักเลย คริษฐ์" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นจนใจเจ็บ "ผมจ้างคุณมาทำงานในฐานะกราฟิกดีไซน์ฝีมือดี ไม่ได้จ้างมาเรียกร้องความรับผิดชอบเรื่องบนเตียง... เรื่องเมื่อคืนมันก็แค่อารมณ์ชั่ววูบของคนเมาและความใกล้ชิดที่มากเกินไป อย่าเอาความสัมพันธ์ทางกายมาผูกมัดกับคำว่า 'ความรับผิดชอบ' ของผมเลย มันน่าสมเพช" เพล้ง! ความรู้สึกเหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ข้างในอก คริษฐ์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำซัดด้วยความเจ็บแปลบและความโกรธที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ คำว่า *'น่าสมเพช'* จากปากของผู้ชายคนที่เขาเผลอใจให้ กลายเป็นอาวุธชิ้นดีที่แทงทะลุหัวใจโอเมก้าอย่างจัง มือเรียวยกขึ้นผลอกแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง แม้ร่างสูงจะแทบไม่ขยับเขยื้อนเลยก็ตาม แต่แรงกระแทกนั้นสะท้อนถึงความเดือดดาลในตัวคริษฐ์ได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความหยิ่งทะนง "หึ... พูดได้ดีนี่คะ ท่านประธานอาคเนย์ผู้สูงส่ง!" คริษฐ์หัวเราะในลำคอ เสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณกลัวสินะคะ กลัวว่าความสัมพันธ์บ้าๆ ระหว่างเรามันจะทำให้คุณดูด้อยลงในสายตาคนอื่น กลัวว่าศักดิ์ศรีอัลฟ่าตระกูลดังของคุณจะมีรอยด่างพร้อยเพราะนอนกับโอเมก้าไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างฉัน!" "คริษฐ์!" อาคเนย์คำรามต่ำในลำคอ กลิ่นฟีโรโมนสนป่าพุ่งพล่านด้วยความหงุดหงิด มือหนาเอื้อมไปบีบต้นแขนเรียวของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว "อย่ามาพูดจาไร้สาระแบบนี้ คุณกำลังล้ำเส้นความอดทนของผมนะ" "ปล่อยฉันนะคะ!" คริษฐ์สะบัดแขนออกอย่างแรง ดวงตาสบประสานกับนัยน์ตาดุคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายสมเพชตัวเอง ที่เคยคิดว่าภายใต้ความเย็นชาของคุณ มันจะมีพื้นที่ให้ความจริงใจหลงเหลืออยู่บ้าง... ต่อไปนี้ วางใจได้เลยค่ะ ท่านประธาน ฉันจะทำหน้าที่แค่ลูกจ้างตามสัญญา และเรื่องระหว่างเรา มันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอน!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อาคเนย์มองคนตรงหน้าที่ตอนนี้ถอยหลังก้าวหนึ่ง ใบหน้างดงามเชิดขึ้นอย่างถือดี แม้ขอบตาจะแดงก่ำแต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาให้เห็นสักหยดเดียว ความดื้อรั้นและไม่ยอมแพ้ใครนี่แหละที่ทำให้เขาหัวเสียที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน มันก็กระชากหัวใจเขาให้หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม อาคเนย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งคมสันขยับด้วยความอึดอัด คำพูดใจร้ายพวกนั้นเขาเป็นคนพ่นออกไปเอง เพื่อต้องการผลักไสอีกฝ่ายให้ออกห่างจากอันตรายในเกมธุรกิจที่เขากำลังเผชิญ แต่ทำไม... พอเห็นแววตาตัดพ้อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างนั้น หัวใจของเขาถึงได้เจ็บแปลบราวกับถูกไฟลวกเสียเอง ร่างโปร่งของคริษฐ์หมุนตัวกลับเตรียมจะเดินหนีออกจากห้องนรกนี่ให้พ้นๆ เสียที มือเรียวยื่นไปจับลูกบิดประตูกระจก ทว่าก่อนที่เขาจะได้ผลักมันเปิดออก เสียงทุ้มแหบพร่าของอัลฟ่าหนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ถ้าคุณเดินออกไปจากห้องนี้ในฐานะ 'ลูกจ้าง' ตามที่คุณพูดจริงๆ... คริษฐ์ คุณจะไม่มีวันได้กลับเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมอีกเลยนะ" คริษฐ์ชะงักมือที่กำลังจะบิดประตู หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะกับคำพูดนั้น เขากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ความลังเลฉายชัดขึ้นในแววตาที่สั่นไหว แต่ทิฐิและรอยแผลที่เพิ่งถูกกรีดสดๆ ก็ทำให้เขาไม่อาจหันหลังกลับไปยอมจำนนได้ง่ายๆ ในวินาทีที่คริษฐ์กำลังจะตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูเพื่อเดินออกไปตัดขาดความสัมพันธ์ เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับอนุญาตจากด้านใน ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าหล่อเหลา กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นซิตรัสสดชื่นลอยฟุ้งเข้ามาผสมผสานในห้องทำงานที่ตึงเครียด นัยน์ตาคมกวาดตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีผมมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณอาคเนย์... เอ๊ะ หรือว่าผมควรออกไปรอข้างนอกก่อนดีล่ะครับ, คุณคริษฐ์?" คริษฐ์เบิกตากว้างเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดกลับพลิกผันเป็นความตกตะลึงระคนสงสัย เมื่อบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจในวงการธุรกิจที่อาคเนย์เกลียดเข้าไส้... และเป็นคนที่ถือความลับดำมืดที่สุดในชีวิตของเขาเอาไว้ กระต่ายพระจันทร์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้ค่ะ
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร่ายรักพิทักษ์ใจนายซึึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%