เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก•ตอนที่ 2

บอสครับ นั่นมันไม่ใช่แผน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อขายฝัน แต่ผมจ้างมาเพื่อขายผลกำไรที่จับต้องได้ คุณปลายฝน” เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมที่เย็นเฉียบด้วยอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศและบรรยากาศที่มาคุ ปลายฝนไม่ได้ขยับตัวหนี เธอเพียงแค่เลิกคิ้วมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หัวโต๊ะ แสงไฟสีขาวนวลจากโคมระย้าเหนือศีรษะกระทบเข้ากับกรอบแว่นสายตาของเขา จนผมมองไม่เห็นแววตาที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์นั้น แต่น้ำเสียงที่เขาสื่อออกมากลับบาดลึกยิ่งกว่าใบมีด “ถ้ากลยุทธ์ที่ฉันเสนอคือฝัน บอสก็คงเป็นคนที่กลัวความฝันจนไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาเลยนะคะ” ปลายฝนตอบโต้ทันควัน มือเรียวสวยเคาะปากกาลูกลื่นลงบนโต๊ะไม้ขัดเงาเป็นจังหวะ เธอไม่ได้เกรงกลัวต่อสายตาของผู้บริหารระดับสูงที่เหลือในห้อง ซึ่งตอนนี้ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาไปคนละทิศละทาง “แผนของคุณมันคือความเสี่ยงที่ไร้การคำนวณ” ธันวาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ประทะเข้ากับจมูกของปลายฝน มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสะอาดและเย็นชาพอๆ กับตัวเขา “เราไม่ใช่สตาร์ทอัพที่เพิ่งหัดเดินนะครับ เราคือบริษัทที่ต้องรักษามาตรฐาน และสิ่งที่ผมเห็นในสไลด์หน้าสี่ คือความหายนะที่บรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์สวยหรู” “มันไม่ใช่ความหายนะ แต่มันคือช่องว่างทางการตลาดที่คู่แข่งมองข้าม” ปลายฝนลุกขึ้นยืน ประชันหน้ากับเขาโดยตรง ความสูงของเธอไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความมั่นใจแม้แต่น้อย “บอสครับ นั่นมันไม่ใช่แผนที่พัง แต่มันคือแผนที่บอสแค่ ‘ไม่เข้าใจ’ เพราะมัวแต่ยึดติดกับตัวเลขเก่าๆ ในแฟ้มเมื่อห้าปีก่อน!” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งราวกับมีใครกดปุ่มหยุดเวลา ธันวาชะงักไปเล็กน้อย คิ้วคมเข้มของเขาขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เขาก้มตัวลงมาหาเธอจนใบหน้าห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินลงบนผิวแก้มของเธอ ปลายฝนใจเต้นรัว แต่เธอก็ยังคงจ้องมองดวงตาคู่คมนั้นอย่างไม่ลดละ “คุณบอกว่าผมไม่เข้าใจงั้นเหรอ?” ธันวาถามเสียงต่ำ ทว่าน้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดเหลืออยู่แล้ว มันกลับมีความน่าขนลุกบางอย่างแทนที่ “ดี... งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่า ทำไมคนที่เป็นถึงครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ถึงกล้าเอาอนาคตของบริษัทมาเดิมพันกับสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว” “เพราะข้อมูลที่บอสมีมันบอกแค่ ‘สิ่งที่เคยเกิดขึ้น’ แต่สัญชาตญาณของฉันมันบอก ‘สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น’ ต่างหากครับบอส” เธอเน้นย้ำคำว่า ‘ครับ’ อย่างจงใจเป็นการกวนประสาท ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีประกายความสนใจบางอย่างวูบไหวขึ้นมา เขาเอื้อมมือไปคว้าเมาส์ปากกาบนโต๊ะแล้วเลื่อนสไลด์กลับไปยังหน้าแรกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ผิดกับบรรยากาศเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “สัญชาตญาณ... เป็นเหตุผลที่ฟังดูเข้าท่าสำหรับคนสิ้นคิด” เขาพูดพลางขยับเนกไทให้คลายออกเล็กน้อย “งั้นเอาแบบนี้ ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่ได้ผลตามเป้าภายในไตรมาสแรก คุณพร้อมจะแลกด้วยอะไรครับ?” ปลายฝนสูดหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่านี่คือกับดัก แต่สำหรับคนอย่างเธอ การไม่ลองเสี่ยงก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม “ถ้ามันไม่สำเร็จ ฉันจะลาออกทันทีโดยไม่เรียกร้องค่าชดเชยใดๆ ทั้งสิ้น” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากของเขาหยักยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสันหลังวาบ เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูของเธอจนเธอรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่ทำให้ขนอ่อนลุกชัน “แต่ถ้ามันสำเร็จ... ผมจะเป็นคนเดินไปเปิดประตูรถให้คุณด้วยตัวเอง ในฐานะที่ทำตามใจผมไม่ได้” เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะหันไปทางผู้ร่วมประชุมคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ประชุมเลิกได้ ส่วนคุณปลายฝน... ตามผมมาที่ห้องทำงาน” ปลายฝนยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง มือของเธอกำเข้าหากันแน่น ความรู้สึกประหม่าปนตื่นเต้นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่าการเดินตามเขาเข้าไปในถ้ำเสือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อเธอหันไปมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่เดินนำไปก่อนหน้า เธอก็พบว่าตัวเองไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกแล้ว เมื่อประตูห้องทำงานของประธานบริหารปิดลง ธันวาก็หมุนตัวกลับมาทันที เขาไม่ได้นั่งลงที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับยืนพิงขอบโต๊ะแล้วกอดอกมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง “คุณกล้าหาญดีนี่ ที่กล้าเอาชื่อเสียงมาแลกกับความเชื่อมั่นงี่เง่าๆ แบบนั้น” เขาเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป มันมีความนุ่มนวลและแฝงความนัยบางอย่างที่ทำให้ปลายฝนรู้สึกว่าหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ “ฉันไม่ได้กล้าหาญค่ะบอส ฉันแค่ ‘มั่นใจ’ ในงานของฉัน” เธอตอบพลางพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ธันวาก้าวเข้ามาหาเธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ปลายฝนเผลอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับประตูไม้บานใหญ่ที่เพิ่งปิดลง เขาวางมือลงบนบานประตูข้างศีรษะของเธอ ปิดกั้นทางหนีทุกทิศทางด้วยร่างกายกำยำของเขา “บอกผมทีสิ... ทำไมต้องเป็นโปรเจกต์นี้? ทำไมต้องเป็นตอนนี้?” ปลายฝนสบตาเขา สายตาของเขามันไม่ได้จ้องมองเพื่อจับผิดอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนเขากำลังมองหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจของเธอ ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะระเบิดออกด้วยความกดดันและแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างรุนแรง *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* “คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... รายงานจากฝ่ายตรวจสอบบัญชีแจ้งว่า ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์หลักถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต!” ธันวาชะงักไป ดวงตาคู่คมของเขาตวัดไปมองที่ประตูทันที ก่อนจะหันกลับมามองปลายฝนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งเป็นความระแวงอย่างที่สุด ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของธันวาและปลายฝนนะครับ หวังว่าจะสนุกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในตอนถัดไปครับ - นาโนบอทมาสเตอร์
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%