"ถ้าคุณคิดว่าตัวเลขบนกราฟนี้มันคือจุดสูงสุดที่คุณทำได้ ผมแนะนำให้คุณเอาเวลานี้ไปยื่นใบลาออกจะดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาบริษัทไปมากกว่านี้"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของ 'ธันวา' ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมชั้นบนสุดของตึกระฟ้า บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ ผู้บริหารหนุ่มวัย 32 ปีในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยังคงจ้องมองหน้าจอโปรเจกเตอร์ด้วยสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกน
เขาคือจักรกลในคราบมนุษย์ที่ไม่รู้จักคำว่า 'ปรานี'
"เสียเวลาบริษัท... หรือเสียเวลาคุณกันแน่คะ คุณธันวา?"
เสียงหวานแต่ทว่าทรงพลังดึงความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมองต้นเสียง 'ปลายฝน' ครีเอทีฟสาวที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมโปรเจกต์พิเศษเพียงไม่กี่สัปดาห์ เธอไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย มือเรียวบางพับแล็ปท็อปปิดลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหัวโต๊ะประชุมที่ธันวานั่งอยู่
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเรียวรีสีเข้มประสานเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่ส่องประกายท้าทาย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย—เป็นนิสัยประจำตัวเวลาที่เจออะไรที่ 'ไม่เป็นไปตามระบบ'
"ผมเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอครับคุณปลายฝน ถ้าโปรเจกต์นี้ห้ามพลาดตามโจทย์ที่ได้รับมา สิ่งที่คุณพรีเซนต์มาเมื่อครู่มันคือความผิดพลาดตั้งแต่เริ่ม"
ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย รัศมีความกดดันแผ่ออกมาจากตัวเขาจนพนักงานคนอื่นเริ่มขยับตัวด้วยความอึดอัด แต่ปลายฝนกลับยืนนิ่ง เธอยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
"ถ้าการที่ฉันพยายามจะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าจริงๆ มันคือความผิดพลาด งั้นนิยามคำว่า 'ความสำเร็จ' ของคุณก็คงมีแค่ตัวเลขที่สวยหรูแต่ไม่มีจิตวิญญาณสินะคะ"
ปลายฝนขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ดูสะอาดสะอ้านแต่แฝงความดึงดูดปะทะเข้ากับจมูกของชายหนุ่ม เขาขยับตัวหนีเล็กน้อยเหมือนจะรักษาระยะห่าง แต่เธอกลับไม่ถอย
"คุณกำลังจะบอกว่า คุณอ่านใจลูกค้าออกงั้นเหรอ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความระแวดระวัง "น่าขันนะครับ ในเมื่อการทำธุรกิจเราใช้ข้อมูล ไม่ใช่การเดาสุ่ม"
"ฉันไม่ได้เดาสุ่ม แต่ฉันใช้ 'ความรู้สึก' ค่ะ" ปลายฝนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ "ซึ่งดูเหมือนว่า... ในหัวของคุณธันวา มันจะมีแต่ตรรกะจนพื้นที่ของความรู้สึกมันเต็มเอี๊ยดไปหมดแล้วหรือเปล่าคะ?"
คำพูดนั้นจี้จุดจนธันวาถึงกับนิ่งไป วินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนถูกอ่านใจ... ทั้งที่เขาเป็นคนที่อ่านยากที่สุดในบริษัท ใครๆ ต่างก็บอกว่าธันวาเป็นคนไร้ความรู้สึก แต่ในวินาทีที่ปลายฝนสบตาเขาตรงๆ เขากลับรู้สึกเหมือนมีแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ในอก
"คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์ตัวตนของผม" ธันวาตอบกลับด้วยเสียงที่เบาลงแต่หนักแน่น
"ฉันไม่ได้วิจารณ์ค่ะ ฉันแค่เสนอทางเลือกให้คุณเห็น" ปลายฝนก้มลงกระซิบข้างหูเขา กลิ่นหอมนั้นชัดเจนขึ้นจนธันวาต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "โปรเจกต์นี้ห้ามพลาด... เพราะถ้าพลาดไป ฉันมั่นใจว่าคุณจะเป็นคนที่เสียดายที่สุด"
ธันวาหันขวับมามองเธอทันที ระยะห่างของทั้งคู่น้อยจนลมหายใจอุ่นๆ ของปลายฝนกระทบเข้าที่แก้มของเขา มือของเขากำแน่นอยู่ใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเป็นความรู้สึกอื่นที่เขาเองก็ไม่อยากจะนิยาม)
"คุณมั่นใจเกินไปแล้ว ปลายฝน"
"ถ้าไม่มั่นใจ ฉันคงไม่กล้าท้าทายอำนาจมืดของคุณหรอกค่ะ" เธอส่งยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้องประชุม
"เดี๋ยว" ธันวาร้องเรียก เสียงนั้นทำให้ปลายฝนหยุดกึก เธอหันกลับมาด้วยสีหน้าสงสัย
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาสร้างความได้เปรียบในเชิงกายภาพอย่างชัดเจน เขาเดินอ้อมโต๊ะไปหาเธอ จังหวะการเดินที่มั่นคงและหนักแน่นทำให้ปลายฝนเผลอก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับบานประตูห้องประชุม
เขาใช้แขนข้างหนึ่งกั้นทางออกไว้ พิงแขนกับบานประตูแล้วก้มหน้าลงมาจนระดับสายตาเท่ากัน
"ในเมื่อคุณมั่นใจนัก ก็กลับไปทำมาใหม่ให้ผมดูภายในคืนนี้... ถ้าผลงานออกมาห่วยเหมือนที่ผมคิด คุณก็เตรียมหาที่ทำงานใหม่ได้เลย"
ปลายฝนเงยหน้าสบตาเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แม้ใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่เธอก็ยังคงรักษามาดมั่นไว้ได้ดี
"ถ้าฉันทำได้... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของฉันข้อหนึ่ง"
"เงื่อนไขอะไร?"
"ไม่บอกค่ะ จนกว่าฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า 'หัวใจ' ของโปรเจกต์นี้มันคืออะไร"
จังหวะนั้นเอง เสียงประตูด้านนอกก็ถูกเคาะดังขึ้นอย่างแรงก่อนที่มันจะเปิดผางออกมาโดยไม่รอคำอนุญาต
"คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แผนกการตลาดแล้วค่ะ!"
เลขาหน้าห้องวิ่งหน้าตื่นเข้ามา แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าที่หัวหน้าผู้เย็นชาและปากร้ายที่สุดในบริษัทกำลังต้อนครีเอทีฟสาวคนใหม่เข้ามุมประตูในระยะประชิด เลขาสาวถึงกับเบรกตัวโก่งจนเกือบหน้าคะมำ
ธันวาถอยห่างออกจากปลายฝนในทันทีด้วยท่าทีเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทว่า... ปลายมือของเขายังคงสั่นเล็กน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้
"เกิดอะไรขึ้น?" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่ปลายฝนที่แอบอมยิ้มบางๆ อยู่ด้านหลัง
"คือ... ลูกค้าเจ้าใหญ่ที่เรากำลังดีลอยู่ เขาเพิ่งส่งอีเมลมายกเลิกการประชุมเย็นนี้ และระบุชื่อเจาะจงว่าต้องการคุยกับ 'คนที่เป็นเจ้าของโปรเจกต์นี้' เท่านั้นค่ะ!"
ธันวาหันกลับมามองปลายฝนทันที สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามนับพันคำที่ยังหาคำตอบไม่ได้
หวังว่าตอนแรกนี้จะทำให้คุณผู้อ่านตื่นเต้นและอยากติดตามความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อนะครับ ขอบพระคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของผมครับ!
เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก•ตอนที่ 1
โปรเจกต์นี้ห้ามพลาด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
