"งานห่วยแบบนี้ ผมไม่จ่ายเงินเดือนให้คุณเพื่อเอามาประดับออฟฟิศหรอกนะ คุณปลายฝน"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องทำงานชั้นบนสุดที่เหลือเพียงแสงไฟสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขาโยนปึกกระดาษพรีเซนเทชันลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงจนเกิดเสียงดัง 'ปึก' ใหญ่ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยืนหลังตรงด้วยความพยายามระงับอารมณ์กรุ่น
ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่ได้ก้มหน้าหลบสายตา แต่จ้องมองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เครื่องจักรผลิตงาน' ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งหมั่นไส้ ทั้งยอมรับในวิสัยทัศน์ และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดการที่เขามองว่าสิ่งที่เธอทุ่มเททำมาตลอดสัปดาห์คือขยะ
"ถ้าคุณธันวาไม่พอใจจุดไหน รบกวนช่วยระบุให้ชัดเจนด้วยค่ะ ไม่ใช่แค่บอกว่า 'ห่วย' เพราะนิยามคำว่าห่วยของคุณกับคนทำงานน่ะ มันห่างกันคนละโยชน์" ปลายฝนตอบกลับ เสียงของเธอเรียบสนิท แต่แฝงด้วยความท้าทายที่ทำให้ธันวาเลิกคิ้วขึ้น
ธันวาเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่สื่อถึงความอันตราย "ระบุเหรอ? ได้... ตั้งแต่สไลด์หน้าแรกยันหน้าสุดท้าย มันไม่มีจิตวิญญาณของแบรนด์ ไม่มีความเข้าใจในตัวลูกค้า และที่สำคัญ... มันขาดความ 'ฉลาด' ในการเลือกคำ"
เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดดูน่าเกรงขามเมื่อเขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธอ ปลายฝนขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่เท้าของเขาก็หยุดลงตรงหน้าเธอพอดี ระยะห่างที่ใกล้จนปลายฝนได้กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเขา
"คืนนี้ทั้งคืน แก้ไขมันใหม่ทั้งหมด" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "ผมต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... คุณคู่ควรกับเก้าอี้ตัวนี้"
"นี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะคุณธันวา คุณจะให้ฉันทำงานโต้รุ่งเพื่อเปลี่ยนงานที่เพอร์เฟกต์อยู่แล้วให้เป็นงานที่... คุณต้องการ?"
"ใช่" เขาตัดบท สบตาเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง "เพราะกฎเหล็กของคนคุมเกมอย่างผม คือความผิดพลาดเป็นสิ่งที่อนุญาตให้มีได้ แต่ความล้มเหลวคือสิ่งที่ผมไม่เคยเผื่อที่ไว้ให้ ถ้าคุณทำไม่ได้... ก็แค่เขียนใบลาออกวางไว้บนโต๊ะผมตอนเช้า"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ปลายฝนขบเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ผสมกับความดื้อรั้น เธอเกลียดการพ่ายแพ้ ยิ่งเป็นคนตรงหน้าด้วยแล้ว การยอมแพ้คือสิ่งสุดท้ายที่เธอจะทำ
"ได้ค่ะ" เธอตอบสั้นๆ ก่อนจะคว้าแฟ้มงานกลับมา "ถ้าคุณอยากเห็นงานที่ 'ฉลาด' เดี๋ยวฉันจะจัดให้ แต่อย่าเสียใจทีหลังแล้วกันถ้าคุณจะหาจุดตำหนิไม่เจอเลยแม้แต่นิดเดียว"
ธันวามองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอในโซนเปิดโล่งนอกห้องทำงานของเขา มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยัน แต่เป็นบางอย่างที่ใกล้เคียงกับความ 'ประทับใจ'
สามชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้า บรรยากาศในออฟฟิศเงียบเหงาจนได้ยินเสียงเคาะคีย์บอร์ดเป็นระยะ ปลายฝนทำงานด้วยความมุ่งมั่น สมาธิของเธอถูกโฟกัสอยู่ที่หน้าจอ แต่ทุกการเคลื่อนไหวของเธอไม่เคยรอดพ้นไปจากสายตาของธันวาที่นั่งอยู่หลังกระจกใสบานใหญ่
เขากำลังมองเธอ... มองความตั้งใจ ความรั้น และความเก่งกาจที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว
'เธอไม่เหมือนคนอื่น' เขาคิดในใจอย่างอดไม่ได้ 'คนอื่นมักจะร้องไห้หรือบ่นเมื่อโดนสั่งงานหนัก แต่เธอกลับเปลี่ยนความโกรธให้เป็นพลัง'
จังหวะที่ปลายฝนลุกขึ้นไปชงกาแฟ เธอเดินผ่านหน้าห้องทำงานของเขาโดยไม่เหลือบแล ธันวาจึงแกล้งทำเป็นก้มลงตรวจเอกสาร แต่ทว่า... ทันใดนั้น ไฟในออฟฟิศก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งชั้น
"กรี๊ด!" เสียงปลายฝนดังขึ้นเบาๆ ด้วยความตกใจ
ธันวารีบลุกขึ้นทันที ความมืดสนิททำให้สัญชาตญาณเขาสั่งการให้เคลื่อนไหว เขาใช้แสงจากมือถือส่องไฟนำทางก้าวออกมาจากห้อง และพบว่าปลายฝนยืนนิ่งอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟด้วยความตื่นตระหนก
"ใจเย็นๆ แค่ไฟดับ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แสงจากมือถือของเขาทำให้เห็นใบหน้าของเธอที่ดูซีดเผือด
"ฉัน... ฉันไม่ชอบความมืด" ปลายฝนเอ่ยเสียงสั่น
ธันวาเดินเข้าไปใกล้โดยไม่ลังเล เขาวางมือลงบนไหล่ของเธอเบาๆ เพื่อให้เธอรู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ กลิ่นกายของเขากลายเป็นปราการที่ทำให้ปลายฝนรู้สึกปลอดภัยขึ้นอย่างน่าประหลาด ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากปลอบ... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าออฟฟิศ
เงาร่างหนึ่งทอดผ่านกระจกบานใหญ่ที่ไม่ได้ล็อคไว้ คนผู้นั้นเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีที่ดูไม่เป็นมิตร ปลายฝนขยับตัวเข้าหาธันวาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณเตือนภัยของทั้งคู่พุ่งขึ้นสูงถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
"ใครน่ะ?" ปลายฝนกระซิบถาม
ธันวาไม่ได้ตอบ แต่เขาคว้ามือของปลายฝนไว้แน่น แรงบีบที่สื่อถึงคำสั่ง 'เงียบ' ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวแรงยิ่งกว่าตอนที่ทำงานไม่เสร็จเสียอีก ร่างที่ก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงานของธันวา ก่อนจะเคาะกระจกเบาๆ ด้วยจังหวะที่ดูคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขารู้ว่าคนคนนี้คือใคร และการที่ 'เขา' มาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้... หมายความว่ากฎเหล็กที่เขาสร้างไว้กำลังจะพังทลายลง
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามบทนี้ไปพร้อมกันนะครับ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับความตึงเครียดของธันวาและปลายฝน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
- นาโนบอทมาสเตอร์ -
เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมเกม
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานที่อ่านใจไม่ออก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
