ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ•ตอนที่ 2

จานที่ไร้รส

ผลงานโดย มิดไนท์คิส
กลิ่นอายของเนยฝรั่งเศสละลายผสมกับความเย็นเยียบของเหล็กกล้าในห้องครัวปิดตาย ไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... มันคือสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมที่ออกซิเจนกำลังถูกสูบออกทีละนิด ภาพถ่ายใต้น้ำของร่างไร้วิญญาณใบนั้นยังคงสะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของวินเซนต์ อัครเดชโภคิน ทนายความมือหนึ่งผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในศาล เขาไม่ได้มองมันด้วยความตื่นตระหนก แต่เป็นการประเมินอย่างเลือดเย็น ราวกับกำลังตรวจดูหลักฐานชิ้นสำคัญในคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เขากุมความได้เปรียบ รินรดา พิพัฒน์กุล ยืนพิงเคาน์เตอร์สเตนเลสสตีลเบื้องหลังเกาะเตรียมอาหาร ปลายนิ้วเรียวสวยที่มักจะสัมผัสกับวัตถุดิบชั้นเลิศ บัดนี้กำลังจิกเข้ากับขอบโต๊ะจนข้อต่องอขาวซีด เธอรักษาความนิ่งสงบไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าจังหวะการหายใจเข้าออกที่ไวกว่าปกติเล็กน้อยกลับทรยศความตื่นตระหนกที่เธอพยายามซ่อนเร้น "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมากนะคะ คุณอัครเดชโภคิน" เสียงหวานทว่าราบเรียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันราวกับเสียงสับมีดกระทบเขียง "การบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเชฟยามวิกาล เพื่อใช้ภาพถ่ายศพมาข่มขู่... ฉันคิดว่ามันต่ำกว่ามาตรฐานทางกฎหมายที่คุณมักจะโอ้อวดเสียอีก" วินเซนต์เงยหน้าขึ้นจากภาพถ่ายในมือ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม เขาก้าวช้าๆ เข้าหาเธอทีละก้าว รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นกระเบื้องเกิดเสียงก้องกังวานที่บาดลึกถึงประสาทสัมผัส "กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์เสมอไปหรอกครับ... รินรดา" วินเซนต์จงใจเว้นจังหวะ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่น "แต่มีไว้เพื่อรักษาความยุติธรรมในแบบที่ตรรกะและหลักฐานยอมจำนน และตราสัญลักษณ์บนแหวนศพวงนั้น... รวมถึงรอยสักบนต้นคอของหุ้นส่วนคุณ มันเชื่อมโยงกับคดีฟอกเงินมูลค่าหลายร้อยล้านที่สำนักงานอัยการกำลังขุดคุ้ยอยู่พอดี" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยัน "คุณธันวาคงเป็นคนคาบข่าวนี้มาให้คุณสินะคะ ถึงได้วิ่งโร่มาถึงครัวของฉันดึกดื่นแบบนี้... กลัวว่าอัยการหนุ่มคู่ปรับจะชิงตัดหน้าไปก่อน หรือว่ากลัวว่าฉันจะหลุดมือจากเงื้อมมือคุณกันแน่?" คำพูดท้าทายนั้นไม่ได้ทำให้วินเซนต์โกรธเคือง ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกของเขากลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไว้ด้วยความอันตราย เขาหยุดยืนประชิดเบื้องหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ จนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา และสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ตัดกับความเย็นชาในแววตาของเขาอย่างสิ้นเชิง "ธันวาไม่มีทางมองเกมนี้ขาดหรูหราเท่าผมหรอก" วินเซนต์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงพร่าต่ำทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "และเขาก็คงไม่รู้... ว่าเชฟสาวผู้แสนพยศคนนี้ซ่อน 'ความลับ' อะไรไว้ใต้เมนูอาหารซิกเนเจอร์แต่ละจาน" มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนเส้นผมที่หลุดรุ่ยข้างกรอบหน้าของเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก ทว่ากลับทำให้รขนลุกชันไปทั่วร่าง รินรดาชะงัก เธอกลั้นหายใจเมื่อปลายนิ้วของเขาเลื่อนต่ำลงมาแตะที่ปลายคางบังคับให้เธอเงยขึ้นรับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาอันมืดมน "คุณกำลังก้าวล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ วินเซนต์..." เสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและร่างกายที่ปะทะกันอย่างรุนแรงจนยากจะต้านทาน "เส้นเหรอ?" วินเซนต์ทวนคำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเขาสั่นสะเทือนแนบอกที่แนบชิด "ในโลกของผม ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างคดีความกับความต้องการหรอก รินรดา... ทุกอย่างคืองานศิลปะแห่งการควบคุม และคุณ... ก็กำลังทำให้อาหารจานนี้ไร้รสชาติโดยสิ้นเชิง หากปราศจากการยอมจำนน" ริมฝีปากหยได้รูปทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานเพื่อเอาอกเอาใจ แต่เป็นการประกาศิตและการรุกรานที่เร่าร้อนและดุดันราวกับพายุที่โหมกระหน่ำในพื้นที่ปิดตาย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาหนึ่งเธอยกมือขึ้นหมายจะผลักไสแผ่นอกกว้างนั้นออกไป ทว่าเรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับสัมผัสล้ำลึกที่แสนวาบหวาม รสชาติของไวน์แดงราคาแพงที่เจืออยู่ในลมหายใจของเขาทำให้เธอเมามายโดยไม่ต้องดื่ม เมื่อมือหนาเคลื่อนลงมาโอบรั้งเอวคอดกิ่วเข้าประชิดแนบแน่น ร่างของเธอก็แทบจะหลอมละลายไปกับแผ่นอกแกร่ง วินเซนต์บดคลึงริมฝีปากลงมาหนักหน่วงขึ้น เรียวลิ้นร้อนรอนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ จนเธอต้องเผยิมริมฝีปากครางแผ่วเบาในลำคอ ยอมจำนนต่อสัมผัสที่ร้อนแรงและเรียกร้องอย่างไร้ขีดจำกัด สัญชาตญาณดิบเถื่อนภายใต้สูทราคาแพงถูกปลุกเร้าขึ้นอย่างเต็มพิกัด มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้กลุ่มผมหนานุ่ม บังคับองศาให้เธอเงยหน้ารับจุมพิตที่ลึกซึ้งและดุดันยิ่งขึ้น จนลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง บรรยากาศในห้องครัวที่เคยเย็นเยียบ บัดนี้กลับระอุร้อนไปด้วยเพลิงอารมณ์ที่เผาผลาญทุกลำดับความคิด ความโลภ โมหะ และความปรารถนาอันดิบเถื่อนพันandกันแน่นหนาจนแยกไม่ออกว่าใครคือผู้ล่าและใครคือเหยื่อ วินเซนต์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปลายนิ้วหัวแม่มือเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อของเธออย่างทะนุถนอม ทว่าแววตากลับยังคงคมกริบดุจใบมีด "จำไว้... รินรดา" เขา กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ "เกมนี้คุณไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการเสิร์ฟ..." ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตอบโต้คำท้าทายนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่บริเวณประตูทางเข้าด้านหลังร้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำและเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่นำโดยธันวา ซึ่งถือหมายค้นบุกเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับเกมรักและเกมอำนาจครั้งนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%