"คุณคิดว่าหน้ากากที่สวมอยู่ จะปกป้องความร้าวราญข้างในได้นานแค่ไหนกันคะ คุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนตัวของร้านอาหารหรูลงอย่างสิ้นเชิง วินเซนต์ อัครเดชโภคิน ปิดแฟ้มเอกสารคดีในมือลงช้าๆ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้นก้องกังวานในโสตประสาท ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบหลังกรอบแว่นสายตาไร้กรอบกำลังจดจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้มาเยือนในยามวิกาล—ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นวินเซนต์ ทนายความมือหนึ่งคู่กรณีที่เธอกำลังต่อสู้ด้วยในทางกฎหมาย ร่างเพรียวในชุดเชฟสีขาวยังคงยืนนิ่งค้างอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านนัยน์ตากลมโตคู่สวยที่ไหวระริกชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณการป้องกันตัวจะทำงาน เธอรีบดึงหน้ากากแห่งความนิ่งสงบกลับมาสวมทับไว้อย่างรวดเร็วราวกับนักแสดงมืออาชีพ
"ฉันไม่คิดว่าเรื่องส่วนตัวของฉัน จะอยู่ในขอบเขตหน้าที่ของทนายความฝ่ายตรงข้ามนะคะ คุณวินเซนต์" รินรดากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวด้วยความระแวง เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างอาณาเขตป้องกันตัว พร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ความอ่อนแอเล็ดลอดออกไป
วินเซนต์ไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปส่งเสริมให้เขาดูน่าเกรงขามและทรงอำนาจยิ่งขึ้น ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย จังหวะก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบราวดรุณีเสือดาวกำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายยาสูบราคาแพงลอยปะทะจมูกของหญิงสาวเมื่อเขายืนประชิดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยมีเพียงแผ่นไม้กั้นขวางกั้นระหว่างคนทั้งสอง
"หน้าที่ทางกฎหมายอาจจะมีขอบเขตจำกัดค่ะ..." วินเซนต์โน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด "แต่ความอยากรู้อยากเห็นของฉัน... โดยเฉพาะเมื่อมันเกี่ยวกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศและคดีฉ้อโกงพินัยกรรม มันไม่มีกรอบเกณฑ์อะไรมาจำกัดหراอกนะคะ"
สายตาของเขาไม่ได้มองเธออย่างคุกคามในแบบที่ผู้ชายมองผู้หญิงทั่วไป แต่มันเป็นการมองเพื่อเจาะทะลวงเข้าไปในจิตวิญญาณ เป็นสายตาของผู้พิพากษาที่กำลังวิเคราะห์หลักฐานชิ้นสำคัญ วินเซนต์สังเกตเห็นประกายไหววับในดวงตาทที่พยายามซ่อนเร้น มือเรียวที่วางอยู่บนขอบเคาน์เตอร์กำลังสั่นน้อยๆ จนปลายนิ้วขาวซีด ความหยิ่งทะนงและรอยยิ้มที่เธอใช้กลบเกลื่อนความรู้สึกเมื่อครู่ แท้จริงแล้วเป็นเพียงเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหากมีแรงกดดันที่มากพอ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยอมรับว่าผู้ชายคนนี้อันตราย—อันตรายต่อหัวใจ และอันตรายต่อความลับที่เธอกำลังปกป้องด้วยชีวิต
"คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่ไม่มีวันชนะหรอกค่ะ คุณวินเซนต์" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นการระงับความสั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "เพราะสิ่งที่ฉันซ่อนไว้ มันมีค่ามากกว่าชีวิตของฉันเอง... และคุณก็ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าความสูญเสียมันรสชาติเป็นอย่างไร"
คำพูดนั้นสะท้อนความขมขื่นที่พยายามเก็บงำ วินเซนต์ชะงักไปเล็กน้อย ร่องรอยความเย็นชาในแววตาของเขาไหววับคล้ายผิวน้ำที่มีก้อนหินตกลงไป ปมในอดีตเรื่องครอบครัวที่พังทลายจากความซื่อสัตย์และคำโกหกสะท้อนก้องขึ้นมาในหัวใจของเขาเอง เขารู้จักรสชาติความสูญเสียนั้นดีเสียยิ่งกว่าใคร
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ความเกลียดชังทางวิชาชีพและความเคลือบแคลงสงสัยค่อยๆ ถูกหลอมละลายด้วยความเข้าใจอันดำมืดที่พวกเขามีร่วมกัน—ความโดดเดี่ยวของคนที่ต้องแบกรับโลกไว้ทั้งใบ
วินเซนต์ยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ปลายคางมนของรินรดาแผ่วเบา หญิงสาวสะดุ้งเฮือกแต่ไม่ได้ถอยหนี ดวงตาสบประสานกันอย่างมีความหมาย แรงปรารถนาที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเยือกเย็นเริ่มแผดเผาขึ้นเงียบๆ ในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้
"ถ้าอย่างนั้น..." เสียงกระซิบของวินเซนต์แหบพร่าลงและชิดริมฝีปากเธอยิ่งขึ้น "ลองสอนให้ฉันรู้จักรสชาติความเจ็บปวดของคุณดูสิคะ... เผื่อว่าฉันอาจจะทำให้คุณลืมมันไปได้บ้าง แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยคำปฏิเสธริมฝีปากเรียวบางก็ถูกปิดกั้นด้วยเรียวปากอุ่นจัดของชายหนุ่ม วินเซนต์ไม่ได้รุกรานด้วยความรุนแรง หากแต่เป็นการจูบที่ลุ่มลึก หนักหน่วง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ รสสัมผัสที่เจือด้วยความหวานล้ำและกลิ่นอายอันตรายทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวพร่าเลือน เธอยกมือขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวทั้งหมด
ทว่า ในขณะที่อารมณ์กำลังพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางประตูหลังร้าน พร้อมกับเสียงเคาะกระจกที่ทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว วินเซนต์หันขวับไปมองที่ทางเข้าด้วยแววตาดุดัน ขณะที่รินรดาหน้าถอดสีเมื่อเงาสودสะท้อนผ่านกระจกเผยให้เห็นร่างของอัยการธันวา—คู่ปรับตัวฉกาจของวินเซนต์—กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่เบื้องนอกพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่พร้อมจะพลิกเกมคดีนี้ให้พังทลายลงในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในเกมแห่งอำนาจและหัวใจนี้นะคะ
ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ•ตอนที่ 5
รอยยิ้มภายใต้หน้ากาก
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทนายเลือดเย็นกับเชฟสาวผู้กุมความลับรสเลิศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!